ตำนานครั้งใหม่

ตำนานครั้งใหม่ของเต่าและกระต่ายกาลครั้งหนึ่งกลางดงพงพฤกษา
วันที่แดดเจิดจ้าวันฟ้าสวย
กระต่ายหนุ่มกลับสลดระทดระทวย
มองสายน้ำในห้วยเหมือนป่วยใจ

ฉับพลัน.. พบเจ้าเต่าขาสั้นผ่านมาใกล้
จึงตะโกนก้องฟ้าท้าชิงชัย
เฮ้ย ! มาแข่งกันใหม่สู้ไหมวะ ?
สมัยก่อนตอนปู่ของสูเจ้า เคยทำเอาปู่ข้าต้องผงะ
ขาทั้งสี่สั้น ๆ ดันชนะ เพียงขณะเพราะประมาทปู่พลาดไป

จากวันนั้นถึงวันนี้ข้าชีช้ำ
เกียรติกระต่ายตกต่ำเหนือจรดใต้
ต่างรู้ข่าวปู่ข้าพ่ายปราชัย
จะสู้หน้าใครได้ในแผ่นดิน

เพราะฉะนั้นวันนี้จึงดีนัก
สองเราจักขันแข่งจนแรงสิ้น
พิสูจน์แก่สากลให้ยลยิน
ใครคือหนึ่งในธานินทร์ในถิ่นนี้”


เจ้าเต่าน้อยค่อย ๆ มองจ้องกระต่าย
เสร็จแล้วส่ายศีรษะ
อย่าเลยพี่
ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยกี่ร้อยที
จึงจะมีสำนึกและตรึกตรอง

เพราะมีการขันแข่งแบ่งเป็นฝ่าย
จึงมีผู้แพ้พ่ายหนึ่งในสอง
อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งชนะก็คะนอง
ชนทั้งผองเอือมหน้าระอาใจ


หากโลกไม่แยกแบ่งไม่แข่งขัน
แพ้ - ชนะที่ไหนมันจะมีได้
ชนะ - แพ้ที่แท้แล้วมีอะไร
มัวโรมรันกันยกใหญ่ให้ป่วยการ .


เราต่างเป็นส่วนหนึ่งในโลกนี้
และต่างมีดีเด่นคนละด้าน
พี่ต่ายวิ่งเร็วไวใครจะปาน
ส่วนฉันคลานช้า ๆ คนละชั้น

แต่พอถึงบึงน้ำฉันดำว่าย
พี่กระต่ายดูท่าคงขาสั่น
ธรรมชาติสรรค์สร้างเราต่างกัน
ไม่มีวันชนะ - แพ้อย่างแท้จริง"
เจ้าเต่าจบคารมยืนอมยิ้ม
กระต่ายพริ้มตาปิดสนิทนิ่ง
ลมสงัดใบไม้ไม่ไหวติง
กระต่ายพิงต้นไทรใช้ความคิด

ดวงตะวันวาดแววตรงแนวหัว
กระต่ายเริ่มรู้ตัวสำนึกผิด
แท้สัตว์โลกทั่วถ้วนคือมวลมิตร
ควรใกล้ชิดกระชับมั่นสัมพันธ์ใจ

กระต่ายเด็ดดอกไม้ส่งให้เต่า
"แต่นี้เราเริ่มต้นบนทางใหม่
มัวประชันขันแข่งแก่งแย่งใด
เกียรติยศหรือยิ่งใหญ่กว่าไมตรี…”