เขาเชิญธงชาติไทยขึ้นเคียงคู่กับธงชาติญี่ปุ่นเป็นการให้ความสำคัญแก่เรามาก

        วันอาทิตย์สบายๆ แบบนี้  ผมมีเรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่ครับ แต่ออกไปต่างประเทศกันสักนิด  แถวๆ ญี่ปุ่น  ครับ   เพราะผมเห็นว่า  ที่ญี่ปุ่นมีอะไรที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟังมากนักและผมก็ยังประทับใจไม่รู้ลืมอยู่ถึงบัดนี้

        เรื่องแรกก็เป็น  มหาวิทยาลัยในฝัน  ของผมครับ คือ       มหาวิทยาลัยสึกูบะ  ของเมืองสึกูบะ   ที่ผมคิดว่า มหาวิทยาลัยในเมืองไทยน่าไปศึกษาดูงานมากนะครับ   

 

 มหาวิทยาลัยสึกูบะ มหาวิทยาลัยในฝัน        

         

                                มหาวิทยาลัยสึกูบะ  เป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาสึกูบะ เมืองสึกูบะ  จังหวัดอิบารากิ เกาะฮอนชิว หรือเกาะตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยแห่งนี้เด่นในทางวิทยาศาสตร์  การศึกษา และการวิจัย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งสอดคล้องกับเมืองสึกูบะที่จะเขาเน้นให้เป็นเมืองทางวิทยาศาสตร์ด้วย  โดยส่วนใหญ่แล้วมหาวิทยาลัยจะเน้นวิชาด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา  วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นวิทยาศาสตร์เชิงประยุกต์ทั้งสิ้น  แม้มหาวิทยาลัยสึกูบะจะเน้นวิทยาศาสตร์ แต่ก็เปิดสอนทางด้านการศึกษา ภาษา วิจัยอีกหลายสาขา หลายระดับด้วยกัน  ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท จนถึงปริญญาเอก  และมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก

  

             คณะของเราได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดีวันที่เราไปถึง เขาเชิญธงชาติไทยและธงชาติญี่ปุ่นขึ้นเคียงคู่กันบนยอดเสา ดูแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ที่เขาให้ความสำคัญแก่คณะของเราถึงเพียงนี้   คณะผู้บริหารเชิญพวกเราไปยังห้องประชุมอยู่ชั้นสูงของอาคารสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองสึกูบะชัดเจน  เหมือนกับหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับดอยสุเทพ   ทราบจากอาจารย์ของเขาว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับมหาวิทยาลัยสึกูบะก็มีความสัมพันธ์กันอยู่เหมือนกัน  เมื่อถึงเวลา รองอธิการบดีฝ่ายต่างประเทศ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กล่าวต้อนรับ กล่าวแนะนำผู้บริหารและบรรยายสรุป  จากนั้นมอบของที่ระลึกและถ่ายรูปร่วมกันก่อนจะนำเราไปศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ  ภายในมหาวิทยาลัย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">               สถานที่แรกที่ไปดูคือ ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เราดูเฉพาะตัวอาคารภายนอกเพราะเวลามีน้อย  อาคารห้องสมุดค่อนข้างสวยงาม  หนังสือมีจำนวนค่อนข้างมากและทันสมัย เพียงพอแก่ความต้องการของนักศึกษาทั้ง 3 ระดับ โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาที่เน้น   มีมากเป็นพิเศษ  ไถ่ถามจากนักศึกษาไทยที่มาเรียนระดับปริญญาตรีและปริญญาเอกซึ่งมาช่วยต้อนรับพวกเรา   ก็ทราบว่า เป็นห้องสมุดที่อยู่ในระดับที่ดีถึงดีมากถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยของไทย</p>

              เราเดินไปตามทางที่เชื่อมอาคารต่างๆ  ทำให้มองเห็นสภาพการจัดผังอาคารของมหาวิทยาลัยไว้เป็นโซน เป็นสัดส่วนดีมาก  อาคารแต่ละหลังอยู่ในสภาพที่ใหม่ สะอาดดูสภาพแวดล้อมแล้วเงียบสงบ สวยงามน่าเรียน น่าศึกษามาก บรรยากาศอย่างนี้คือบรรยากาศของมหาวิทยาลัยที่แท้จริง โดยเฉพาะภายในมหาวิทยาลัย ไม่มียวดยานใดๆ ให้เกิดเสียงดังรบกวน วุ่นวายอย่างในมหาวิทยาลัยของเรา  หลายคนถึงกับฝันว่าถ้ามหาวิทยาลัยของเราไม่อนุญาตให้นำรถทุกชนิดวิ่งภายในมหาวิทยาลัยก็น่าจะดีไม่น้อย แต่ต้องจัดการหาที่จอดรถใกล้มหาวิทยาลัยก็จะช่วยทำให้สามารถพัฒนาภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัยของเราให้ดูดี สงบ ร่มรื่นและสวยงามได้ไม่แพ้เขาเหมือนกัน  ไม่ทราบว่าอธิการบดีจะทำความฝันนี้ให้เป็นจริงได้ภายใน 2-3 ปีนี้หรือไม่ 

</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           เราเดินมาถึงอาคารที่เรียกว่าศูนย์นักศึกษานานาชาติ  (IternationStudentCenter)   ซึ่งเป็นศูนย์สำหรับสอนภาษานานาชาติ แต่เน้นสอนภาษาญี่ปุ่นแก่นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก ปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนภาษาญี่ปุ่น ประมาณ 400 คน มีนักศึกษาไทยมาเรียนมากเหมือนกัน ทังเรียนภาษาและสาขาวิชาอื่น รวมทั้งหมด 49 คน ส่วนใหญ่เป็นักศึกษาทุนแลกเปลี่ยน เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นต้น  โดยทุนปีละ 8 หมื่นเยน และไม่เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

           เมื่อมาถึงผู้อำนวยการศูนย์นักศึกษานานาชาติ กล่าวต้อนรับ และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาษาแก่นักศึกษานานาชาติ  สรุปได้ว่า

 

 

               ศูนย์ ISC  นี้   มีชื่อเสียงในการสอนภาษาญี่ปุ่นแก่นักศึกษาต่างชาติติดอันดับTop Ten ของญี่ปุ่น ค่าเล่าเรียนประมาณ  3 แสนเยนต่อปี และต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า  หลักสูตรการสอนมีทั้ง หลักสูตรระยะสั้น 1 เดือน  3 เดือน 6 เดือน แต่ไม่ถึง 1ปี  และหลักสูตรระดับปริญญา  เนื้อหาสาระในหลักสูตรแบ่งเป็น 3 ส่วน  คือส่วนที่เป็นด้านพื้นฐานทางภาษาส่วนด้านทักษะฝึกฝนการใช้ภาษา  และส่วนด้านการเขียนทางวิชาการ  นอกจากนั้นยังสอนการเขียนอักษรคันจิด้วย  ในเรื่องสื่อการเรียนการสอน มีการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งเครื่องเล่น ดีวีดี คอมพิวเตอร์ ซึ่งสมารถรองรับความต้องการของนักศึกษาได้อย่างเพียงพอ

           ในความเห็นของผู้เขียนคิดว่า มหาวิทยาลัยสึกูบะซึ่งตั้งจุดมุ่งหมายให้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเมืองวิทยาศาสตร์ในลักษณะวิทยาศาสตร์เชิงประยุกต์  ตามลักษณะเด่นของมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่น่าศึกษามาก โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์การแพทย์  การพยาบาล  วิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา วิชาเอกต่างๆ ที่เปิดสอนส่วนใหญ่เป็นแนววิทยาศาสตร์ประยุกต์ทั้งสิ้น เช่น วิชาเอกชีวเคมี  ฟิสิกส์ประยุกต์ เป็นต้น

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">              ถ้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่จะส่งคนไปศึกษาดูงานด้านนี้ก็น่าจะไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยสึกูบะทางผู้บริหารของเขาก็รู้สึกยินดีที่จะต้อนรับ และแสดงท่าทีที่จะสานความสัมพันธ์ และร่วมมือทางวิชาการกับเราเหมือนกัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">  </p>               <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                 หลังจากบรรยายสรุปจบแล้ว ก็มีการซักถามกันเล็กน้อย ก่อนที่เราจะร่ำลากลับเพราะเลยเวลารับประทานอาหารกลางวันมานานพอสมควรแล้วและยังจะต้องรีบเดินทางต่อไปยังที่พักที่ทะเลสาบ Kawagushikoที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ภูเขาไฟ Fujiyama</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">(บันทึกรายงานครั้งแรก 18 ,มี.ค. 48)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p></font></span>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>          <p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>