<h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h2><h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาษาไทย ใครว่าไม่สนุก?</h2> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมว่าน่าสนุกนะครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> ถ้าเราหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน เห็นคำอะไรที่น่าสนใจก็ลองวิเคราะห์สืบค้นหา ที่มาที่ไปของคำ หรือ“กำเนิดของคำ” ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร? แล้วเอาไปใช้อย่างไร? เพื่ออะไร? รับรองว่าสนุกมากครับ เพราะเราจะรู้ต้นสายปลายเหตุของคำที่กำลังใช้กันอยู่ในบ้านในเมือง ได้รู้ความหมาย และได้รสชาติ เรียกว่า เรียนรู้ภาษาอย่างมีอรรถรส </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> คำที่เราใช้กันอยู่นั้น ไม่ใช่คำไทยแท้ทั้งหมด เรามีการยืมคำภาษาต่างๆ มาใช้มากมาย บางคำยืมใช้กันมานาน จนคนสมัยนี้เข้าใจว่าเป็นคำไทยไปแล้ว แต่หลายคำเราก็สร้างสรรค์ขึ้นใช้เอง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> วิธีการสร้างสรรค์คำใช้ในภาษาไทยนั้น อาจสร้างสรรค์โดยคิดรูปแบบคำขึ้นมาใหม่ เช่น การสลับคำ การซ้ำคำ การแผลงคำ การประสมคำ การสนธิคำ ทับศัพท์หรือการบัญญัติคำขึ้นใหม่ </p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แต่อีกวิธีหนึ่งคือการสร้างสรรค์คำให้มีความหมายขยายหรือกว้างขวางขึ้น เช่น การใช้คำที่มีความหมายอย่างหนึ่ง ไปใช้ในความหมายอีกความหมยหนึ่งโดยนัย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เราลองหยิบหนังสือพิมพ์มาดูสักฉบับหนึ่งครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“เติ้งเดือดเทือก</p>
จวก-พูดจาแย่”
‘บรรหาร’ เดือด เปิดแถลงอัดปาก ‘เทพเทือก’ พูดจาแย่ เตือนให้นึกถึงงานเลี้ยงครบรอบ 60 ปี ปชป. ให้ดีว่ามาพูด
อะไรไว้
(ข่าวสด ,2 ก.ย. 50)
เราก็จะพบคำว่า เดือด และ จวก
</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
เดือด เป็นการเอาลักษณะอาการของน้ำเดือดมาใช้กับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านราวกับน้ำเดือด เพราฉะนั้นคำนี้จึงมาจากคำว่า เดือด หรือ เดือดดาล นั่นเอง ทำให้เรามองเห็นอาการของคนที่กำลังโกรธได้ชัดเจนดี
</span></span> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จวก หมายความว่า การพูดจาว่ากล่าวอย่างแรงเพราะมาจากอาการโกรธนั่นเอง</p>
อีกข่าวหนึ่งครับ “ศพยัดกล่อง-สาวร้าน ‘กุชชี่’
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อุ้มไปซ้อมแล้วหักคอทิ้งริมถนน </p>
(ข่าวสด,2 ก.ย.50)
เราจะพบกับคำว่า อุ้ม อุ้ม หมายความว่า จับตัวไปทำร้ายหรือฆ่า อาการที่ถูกอุ้ม ก็อาจจะถูกจี้บังคับไป หรือมอมยาให้สลบ ทำร้ายให้สลบก่อนนำตัวไปในที่มิดชิดแล้วทำร้าย ฆ่า ในภายหลัง
เราลองไปศึกษาข้อมูลจากพจนานุกรมดูหน่อยนะครับว่า คำว่า เดือด จวก อุ้ม จะมีความหมายอย่างไรบ้าง
</span></span></span></span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="600" class="MsoTableGrid" style="margin: auto auto auto -12.6pt; width: 450pt; border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
คำอื่น:
เดือดดาล ดาลเดือด เดือดร้อน-โกรธมาก-โกรธมาก- เป็นทุกข์กังวลไม่เป็นสุข
คำอื่น:
อุ้มชู
อุ้มท้อง
อุ้มน้ำ
อุ้มสม
-โอบยกขึ้น , ยกไว้กับตัว
-ประคับประคองเลี้ยงดูอย่างยกย่อง
-มีลูกอยู่ในท้อง
-มีน้ำซึมซาบอยู่ภายใน
-อุ้มไปให้สมสู่กัน(วรรณคดีไทย)
ถูกจับเอาไปทำร้าย หรือฆ่า
-ใช้เชิงเปรียบเทียบว่าเหมาะสมกันราวกับเทพอุ้มสม
</tbody></table><p>ที่มา : พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 </p><p></p><p> ท่านจะเห็นว่า คำที่เราใช้มีทั้งความหมายเดิมตามรูปศัพท์และใช้ความหมายโดยนัย ดังนั้น หากเราจะนำคำมาใช้ก็ต้องพิจารณาให้ถูกต้องตามความหมายและตามบริบทเพื่อสื่อให้ผู้อ่านเข้าใจให้ตรงกับเราครับ</p><p></p><p> น่าสนุกไหมครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>
จรรยาบรรณสื่อแย่มากค่ะ ปกติอ่านข่าว 2-3 ฉบับต่อวัน แล้วเคยนำมาเปรียบเทียบ เอาแค่ข้อเท็จจริงก็ไม่เหมือนกันแล้ว ส่วนภาษานี่ขึ้นอยู่กับลีลาการเขียนของแต่ละคนหรือระดับความดังของข่าวที่เขาอยากให้เป็น ภาษาสามารถทำให้ข่าวหนึ่งดูร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงมากก็ได้ แต่คนชอบข่าวร้ายๆ ค่ะเดี๋ยวนี้ ยิ่งร้ายยิ่งดี ชอบอ่านความทุกข์ของคนอื่น ตัวเองจะได้สบายใจว่าชีวิตยังดีกว่าคนที่เป็นข่าว สื่อเลยต้องสนองด้วยภาษาที่เร้าใจ ^ ^
คุณ Little Jazz
สมแล้วที่เป็น บล็อกเกอร์ ชื่อดัง ผมรู้สึกทึ่งในความสามารถของคุณ Little Jzza มากนะครับ ผมเข้าไปอ่านบล็อกของคุณมากมายยังไม่มีเลาจะเขียนแสดงความเห็น ความรู้สึกได้หมดทุกบล็อกเลย เขียนได้มากมายเหลือเกิน เสียดายครับ ผมมีเวลาในช่วงกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ งานสอนก็หนักหนาสาหัสครับ ทั้งเตรียมสอน ตรวจงาน และเข้าสอนไปจนถึงต้องบริการสาขาวิชา บางทีสมองก็ล้าครับ
หยิบจับหนังสือพิมพ์มาอ่านบางทีก็รู้สึกเบื่อในเนื้อหาข่าว เพราะอะไรก็ไม่รู้อย่างที่คุณว่า ไม่ประเทืองอารมณ์สักเท่าใด จึงต้องเบนไปที่เรื่อง ภาษา ครับ เอาสนุกกับภาษาเข้าว่า ยิ่งค้นคำยิ่งสนุกครับ บางทีก็จับประเด็นมาถามนักศึกษาเหมือนกัน
เช่น " สนธิ จี้ รบ. หาตัวคนดันอียูมาจุ้น" (ไทยรัฐ, 2 ก.ย.50)
เราพบคำว่า "จี้" "รบ." "ดัน" "อียู" "จุ้น" ลองให้นักศึกษาค้นหาความหมายมารายงาน เชื่อไหมครับ คำหนึ่งๆ ใช้เวลาอธิบายประมาณ 10 นาที สนุกมากครับ เพราะบางคำนักศึกษาก็ไม่รู้เหมือนกัน
สวัสดีค่ะ
ภาษาไทยสนุกมากค่ะ เราเป็นภาษาที่มีหลายชั้น มีวรรณยุกต์หลายเสียง ภาษาเรามีมานานมากแล้วค่ะ บัดนี้ได้วิวัฒนาการ มีคำใหม่ๆมากขึ้นมาก แต่สำหรับหนังสือพิมพ์ เขาอาจต้องใช้คำที่หวังผลในด้านการตลาดน่ะค่ะ แม้เราอาจจะไม่ชอบนัก แต่เขาอาจต้องเขียนแบบนี้เพื่อการดึงดูดลูกค้าค่ะ.....
สวัสดีค่ะพี่กรเพชร
พี่วิเคราะห์คำละเอียดเชียว ชอบจังเลย อยากอ่านการวิเคราะห์แบบนี้แหละค่ะ ได้ความรู้ดีจัง คิดถึงตอนเรียนอีกแล้ว กว่าจะวิเคราะห์ครบความอาจารย์บอกว่าเพื่อนไปถึงปากซอยแล้ว อิอิ แต่สนุกชะมัด โดยเฉพาะตอนตีความอะค่ะ
ความเห็นคุณซูซานถูกใจจังค่ะ(ชอบตอนที่คุณซูซานเล่าเรื่องประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีค่ะพี่กรเพชร เล่าแบบคนรู้จริงเลย แต่ที่ชอบมากคือเรื่องรักหลาน : ) )
แอมแปร์ลองอ่านหนังสือที่กล่าวถึงการวิเคราะห์ถ้อยคำภาษา ได้เห็นมุมมองที่แตกต่างกัน สนุกเหมือนพี่ว่าเลยค่ะ ตั้งแต่
สุดท้ายนี้ดูงานพี่เยอะจังเลยค่ะ โปรดอย่าลืมหาเวลาพักผ่อนและรักษาสุขภาพนะคะ ...ขอบพระคุณมากค่ะ.. : )
สวัสดีครับ คุณ sasinanda
ขอบคุณครับ ที่เห็นสนุกไปกับผม หนังสือพิมพ์เขาสนุกข่าว เราสนุกภาษา บางทีก็สามารถแบ่งปันประโยชน์กันได้ลงตัว ผมพยายามทำตัวแบบหาสาระใน "นิยายน้ำเน่า" ครับ ลองดูเถิด ถ้าละครโทรทัศน์เรื่องไหนใครบ่นว่าน้ำเน่า เราลองหาอะไรในเรื่องมาเล่นดูครับ สนุกทีเดียว แค่นางอิจฉากรี๊ดใส่นางเอก เราก็หยิบ "คำอุทาน" มาสอน แล้ววิเคราะห์ทางภาษา ว่า เป็นสื่ออารมณ์ของคนได้อย่างไร
บางทีนะครับเราก็อยาก กรี๊ด แบบนางอิจฉาเหมือนกัน โกรธใคร็กรี๊ดลงโอ่ง กรี๊ดแล้วก็โล่งอารมณ์ครับ ลองดูบ้างสิครับ
น้องดอกไม้ทะเล ที่น่ารัก
วิเคราะห์ไว้ดีมากครับ มุมมองของครู นักวิชาการแบบนี้ ถ้าได้ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ลูกหา น่าจะเป็นคุณของแผ่นดิน มากทีเดียว
การวิเคราะห์ 4 ประการที่น้องกล่าวมา น่าเล่นมาก ใครเป็นครูบาอาจารย์ก็ลองนำไปใช้เป็นกิจกรรมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ศึกษาภาษาจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ดูก็ได้ ให้นำมาอภิปรายหน้าชั้นเรียน กิจกรรมแบบนี้ดีกว่าฟังคำบรรยายเฉยๆ เสียอีก เพราะมีแง่มุมให้ค้นคว้านำมาเล่า มีถกเถียงทางวิชาการว่าใช่ ไม่ใช่ หรือเห็นด้วยหรือเปล่า
ขอบคุณครับที่มีความคิดเห็นดีๆ เพิ่มเติมมาทำให้บันทึกนี้สมบูรณ์ขึ้นอีกเป็นกอง
สวัสดีค่ะ อ.กรเพชร ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเรียนภาษาไทยนะคะ หลายคนอาจมองว่าคำในภาษาไทย เป็นคำไทยแท้ แต่จริงๆแล้วก็อย่างที่ อ.บอกแหละค่ะ ว่าเป็นคำมาจากต่างประเทศบ้าง สมาส สนธิ บ้าง ถึงแม้หลายคนจะมองว่าภาษาไทยเป็นเรื่องละเอียดซับซ้อน แต่นั่นแหละ คือเหน่ห์ของภาษาไทย จริงมั้ยคะ ท่าน อ.
ด้วยรักและเคารพ รัชดาภรณ์ ค.บ.(สังคม) ปี1 ม.รภ.จันทรเกษม
สวัสดีค่ะอาจารย์
มาอ่านอีกทีค่ะ ไปอ่านและได้ข้อมูลมาว่า
พจนานุกรมของหมดบรัดเลย์ คือพจนานุกรมภาษาเดียวฉบับแรกของภาษาไทยค่ะ
ทาง ราชการไทยเองยังต้องใช้เวลาอีก 12 ปี หลังจากที่ฉบับของหมอบรัดเลย์พิมพ์จำหน่ายแล้ว
จึงคิดทำพจนานุกรม ขึ้นมา กว่าจะเสร็จจนได้พิมพ์ก็ต้องใช้เวลาต่อมาอีก 7 ปี แต่ยังไม่ใช่พจนานุกรมชนิดที่รวมคำทั้งหมดในภาษาไทยด้วย แต่รวมจากสิ่งพิมพ์และค่อนข้างเน้นหนักไปในทางศัพท์ยากๆ ที่พบได้ในวรรณคดี
อย่างไรก็ตาม พจนานุกรมของทางการไทยนี่แหละ
ที่ถูกพัฒนามาจนกลายเป็นปทานุกรมสำหรับนักเรียนของกระทรวงธรรมการ 2463
ห่างจากฉบับหมอบรัดเลย์ถึง 47 ปี หรือเกือบครึ่งศตวรรษเชียวค่ะ
สวัสดีครับ
ผมเห็นด้วยทุกประการครับ ภาษาไทยสนุก คนไทยใช้ภาษาไทยก็สนุก แม้แต่ต่างชาติเรียนภาษาไทยยังสนุกไปด้วยกับเราเลย ถ้าใครเคยฟังตลกฝรั่ง ภาษาที่ใช้ไม่พิสดารอย่างภาษาไทยเลยครับ ใครจะว่าผมพูดเข้าข้างภาษาไทยของเราเต็มที่ ผมก็ยอมรับครับ
สวัสดีครับ
ดีใจนะครับที่หนูรัชดาภรณ์เข้ามาอ่านบันทึกของอาจารย์ ที่ดีใจก็เพราะหนูเป็นนักศึกษาที่รักภาษาไทยและกำลังจะออกไปเป็นครูในอนาคต อาจารย์จึงดีใจที่จะมีผู้สืบทอด สืบสาน พัฒนา ภาษาไทย เผยแพร่ภาษาไทย และใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องงดงามต่อไปอีกอย่างกว้างขวาง ขอบคุณหนูมาก และอาจารย์จะเข้าไปเยี่ยมเยียนในบล็อกของหนูต่อไปครับ
สวัสดีครับ
ขอบคุณในข้อมูลเพิ่มเติมครับ การทำพจนานุกรมของไทยดูจะยังล่าช้าและไม่ค่อยจะมีใครให้ความสนใจมากนัก ทำให้ภาษาแตกหน่อแตกกอสะสมมากมายเกินกว่าจะเก็บรวบรวม สะสาง ในเวลาอันสั้น ราชบัณฑิตเองก็อยู่ในวัยค่อนข้างชราภาพ งบประมาณที่ลงไปก็อาจไม่มากนัก ผมว่ารัฐบาลคงต้องหันมาให้ความสำคัญ จัดระบบระเบียบ การดำเนินงานให้เร็วขึ้น ๓-๕ ปี เก็บที ชำระสะสางที แล้วออกมาเผยแพร่ ส่วนจะทำเป็นรูปเล่มก็น่าจะทำได้ถ้าเราแยกเล่มว่า ฉบับเพิ่มเติม พอ ๑๐ ปีก็รวมเล่มสมบูรณ์ที อย่างนี้ผมว่าน่าจะทำให้พจนานุกรมไทยมีความทันสมัยและเป็นที่พึ่งทางภาษาของเราได้ดีครับ