ทุกๆวันชีวิตของคนเราต้องทำงาน  งานที่จะผดุงชีวิต  งานที่จะส่งเสริมคุณค่าของชีวิต  งานที่จะต่อเติมเสริมแต่งชีวิต  งานที่จะผลิตความภาคภูมิใจ  งานอะไรก็ตามแต่  สุดแต่ใจจะไขว่คว้าสรรหามาทำ   เพื่อเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายชีวิตที่ได้ตั้งปณิธานไว้   หากแต่เราตั้งปณิธานไว้ว่าอย่างไร ... ผลของงานหรือความสำเร็จที่ได้  ก็จะสวยโสภาตามที่ปรารถนา 

ศิลปิน....วาดภาพออกมาจากจินตนาการ  ความรู้สึก  และถ่ายทอดชีวิต  ออกมาในผลงานให้ผู้คนได้ชื่นชม  เสพกับความสุขที่ได้จากการชมภาพ  ไปในทิศทางและความแตกต่างของพื้นฐานชีวิตของผู้ชม 

นักร้อง....ร้องเพลง  จากน้ำเสียง  และความรู้สึก  ถ่ายทอดออกมา  ให้ผู้ฟังได้อิ่มเอม  กับเสียงร้องที่ เรียกว่า..ขายน้ำเสียง   ใครชอบใคร  ก็ต่างหาซื้อมาเป็นเจ้าของ  และ ฟังด้วยความชื่นชมและสิเนหา  

ร้านอาหาร....ผลิตอาหารที่ผู้คนชื่นชอบ  ไม่ว่าจะจำเจเหมือนเดิมทุกวัน  หรือแปลกใหม่ตามรสนิยมของลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน  แต่ที่เหมือนกันคือ  ความนิยมชมชอบที่ต่าง...ตบเท้าเดินมาที่ร้านแห่งนี้  

สำหรับครูอ้อย..ต่างจาก  ศิลปิน  นักร้อง  และร้านอาหาร  

ครูอ้อยเขียนบันทึกจากการทำงาน  ชีวิต  บันทึกไว้ อ่านเมื่อยามแก่  ถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อจด  จำ  เผื่อแผ่ผู้อื่นได้นำไปใช้   ในยามที่พวกเขาต้องการ  

สนุกกับชีวิต  จึงนำมาเขียน  

แต่เขียนด้วยความเหงา  เงียบ  ไร้เส้นทาง   เขียนในอากาศ  ห้วงอากาศกับความภาคภูมิใจในอนาคตที่อยู่ไกลแสนไกล  

ไม่หวังอะไร  เพียงแค่ตนเอง..ได้ชื่นชม   ใครจะมามีความสุขเท่าตัวเรา   ที่ได้เห็น  ได้พบ  และได้เขียน  ...ก็เพียงพอแล้ว  

ครูอ้อยมีความเหงาเป็นเพื่อนในการทำงาน