วันพุธที่ผ่านมาผมเรียกรถแท็กซี่ จากแถวพระราม 9 เพื่อที่จะไปสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ กลับบ้านมหาสารคาม

พอเปิดประตูเข้าไปพี่คนขับก็ถามว่า ไปไหนครับ?เป็นน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคย และผมใช้เป็นประจำ คือ สำเนียงคนอีสานบ้านเฮา

ด้วยความมั่นใจในน้ำเสียงของพี่เขา ผมเลยบอกเป็นภาษาอีสานไปว่า ไปหมอซิดคับอ้ายและผมถามต่อไปว่า อ้ายคนบ้านได๋คับ?คำตอบที่กลับมาคือ คนอุบล แล้วโตหล่ะอยู่ไส

เวลาแค่ 30 นาที ก่อนที่จะถึงหมอชิต เราพูดคุยกันเหมือนคนสนิทสนม มักคุ้นกัน ส่วนมากพี่เขาก็พูดถึงความเป็นอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งใจจริงอยากกลับไปทำงานที่บ้าน แต่งานก็ไม่ค่อยมี กลับเฉพาะช่วงหน้าทำนา ลูกเมียก็อยู่อุบลฯ ไม่กล้าเอามาอยู่ด้วย สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว พ่อเสียตั้งแต่เด็ก จึงได้เรียนน้อย

จากนั้นเราก็เริ่มสนทนากันด้วยภาษาอีสานบ้านเฮา.....

ชีวิตประจำวันพี่เขาเล่าว่า

  • มารับรถเข้ากะเช้า ตี 4 ที่สหกรณ์รถแท็กซี่ พอประมาณบ่าย 3 ก็เอารถไปส่ง เพื่อที่จะให้คู่ขับอีกคนหนึ่ง ออกเดินรถกะดึง พลัดเปลี่ยนกัน วันหนึ่งก็พอได้ ประมาณ 700-800 บาท แต่ถ้าช่วงปลายเดือนจะได้น้อยกว่าปกติ ไม่รู้เช่นกันเพราะอะไร
  • ผมถามว่า แล้วพี่มีเส้นทางประจำหรือไม่?พี่เขาตอบว่า ไม่มี ก็จะวิ่งรถเรื่อยๆ มีใครเรียกก็รับไปส่ง และก็วิ่งวนไปเรื่อยๆ ไม่มีเส้นทางตายตัวเหมือนสองแถว แต่ถ้าใครเวลาที่จะส่งรถ ประมาณ บ่าย 2 ก็จะวิ่งไม่ไกลจากสหกรณ์ที่จะไปส่ง เพราะถ้าส่งช้าจะมีผลกระทบต่อคู่ขับอีกคนหนึ่ง ในการทำมาหากิน
  • ผมถามอีกว่า วิ่งรถแถวไหน ตอนไหน ได้เงินดี?” พี่เขาตอบว่า แถวแหล่งท่องเที่ยว เช่น รัชดา พระราม9 ตอนดึกๆ จะมีผู้โดยสารมาก แต่จะเสี่ยงอันตรายมาก จะนักท่องเที่ยวที่เมาแล้วขับ พี่เขาชี้ให้ผมดูราวเกาะกลางถนน ว่าเกิดอุบัติเหตุแถวนี้เป็นประจำ ทุกคืน สังเกตดูราวที่ยุบเข้าไปก็ได้

ผมดูพี่เขามีความสุขที่ได้คุยกับคนบ้านเดียวกันครับ และผมก็สบายใจมากกับการเดินทางครั้งนี้

KPN