สวัสดีค่ะ ..   วันนี้จะมาชวนเสวนาพาทีเรื่องดอกลั่นทม หรือที่รู้จักกันดีในนาม ลีลาวดี นั่นแล    เป็นดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่คนเขียนหลงใหล    นอกไปจากดอกแก้ว  ดอกปีบ  ดอกโมก  ดอกมะลิ  ดอกราชาวดี  เขี้ยวกระแต  พุดพิชญา  และอื่น ๆ อีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นดอกไม้ไทย  สีขาว  มีกลิ่นหอม     

นึกภาพตัวเองให้เป็นแม่ญิงคนเมืองเจียงใหม่   ที่เมื่อมีวัยมากขึ้นจะนุ่งผ้าซิน  สวมเสื้อผ้าฝ้าย   ทำงานในสวนเล็ก ๆ ของตัวเอง  เปิดเพลงบรรเลงของศิลปินคนโปรด อย่าง  คุณจรัล  มโนเพ็ชร   คุณสุนทรี  เวชานนท์   คุณจำรัส  เศวตาภรณ์  หรือแม้กระทั่งงานของคิทาโร่  / Enya / Sarah  Brightman    และแน่นอนที่สวนเล็ก ๆ นั้นต้องล้วนแต่มีดอกไม้ไทยสีขาวส่งกลิ่นฟุ้งกำจายไปทั่วบริเวณ    แค่นึกถึง..ก็รู้สึกสุขใจแล้วค่ะ    

แต่ทุกวันนี้     ที่ทำได้ก็แค่ทำให้ตัวเองมีกลิ่นหอมบางเบาของดอกไม้นามลั่นทม  อ๋อ..ต้องเรียกเธอว่า ลีลาวดี แล้วสินะคะ    มีความสุขเหลือเกินเวลาใคร ๆ พากันทักเวลาที่คนเขียนเดินผ่านว่า เอ๊ะ! หอมจังเลยค่ะ    หอมบาง ๆ คล้ายกลิ่นดอกลีลาวดี    คนเขียนก็จะยิ้มมมมมมม แล้วตอบกลับไปว่า เจ้า .. หอมกลิ่นดอกลีลาวดีน่ะเจ้า   ด้วยความภาคภูมิใจ    ปกติคนเขียนเป็นผู้ที่เป็นปรปักษ์กับน้ำหอมของเพื่อน ๆ    แต่สำหรับกลิ่นดอกไม้เหล่านี้ เป็นข้อยกเว้นค่ะ    ถึงแม้จะมีบางคนบ่นบอกว่า ลั่นทมมีความหมายถึงความโศกเศร้า    ตัวต้อมและอากัปกิริยาของต้อมก็ดูเศร้าสร้อย    พอมารวมกันก็เป็นความหอมแบบที่เหมาะกับตัวต้อมมากแต่มันก็เศร้ามากล่ะนะ  พี่ว่า..    

นอกจากกลิ่นลีลาวดีที่ว่านี้    คนเขียนก็มีกลิ่นดอกกระดังงาไว้ใช้ในวันที่รู้สึกอยากให้ตัวเองแปลกเปลี่ยนไปจากวันปกติ    แน่ล่ะ..ที่จะต้องไม่ใช่วันทำงาน   สำหรับกลิ่นกระดังงานี้..เคยได้ยินมาว่า ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไร้คนรัก   เพราะจะทำให้รัญจวนใจยิ่งนัก   อันตรายนะ  โฮ่ะ ๆ ๆ    และก็มีครีมหอมกลิ่นดอกปีบที่เป็นอภินันทนาการจากพี่นักเขียนคนโปรด  สำหรับทาตรงข้อมือก่อนนอน    นอนหลับตาไปพร้อมกับกลิ่นหอมเบาบาง    จะได้หลับสบายไงล่ะคะ    อ๋อ..เธอส่งมาให้พร้อมกับน้ำมันมะพร้าวกลิ่นจำปาค่ะ     โอ๊ะ โอ คนเขียนเป็นแม่สาวโบราณ แอนด์ โรแมนติกค่ะ   ถึงแม้จะแอบห้าวก็เถอะ    

 ลั่นทม เป็นไม้ดอกยืนต้นในสกุล Plumeria มีหลายชนิดด้วยกัน บางคนมีความเชื่อว่า ไม่ควรปลูกต้นลั่นทมในบ้าน เนื่องจากมีชื่อเป็นอัปมงคล คือไปพ้องกับคำว่า 'ระทม' ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ แต่ปัจจุบันนิยมเรียกชื่อใหม่ ว่า ลีลาวดี และนิยมปลูกกันแพร่หลายอย่างมาก ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ ได้แก่ จำปา, จำปาลาว และจำปาขอม เป็นต้น (สำหรับชื่อภาษาอังกกฤษ ได้แก่ Frangipani, Plumeria, Templetree)ลั่นทม เป็นไม้ที่นำมาจากเขมร ทางภาคใต้ เรียกชื่อว่า "ต้นขอม" "ดอกอม" ส่วนใหญ่ที่ปลูกกันเป็น "ลั่นทมขาว" เล่ากันว่า ไม้นี้นำเข้ามาปลูกในไทย เมื่อคราวไปตีนครธม ได้ชัยชนะ นำต้นไม้นี้เข้ามาปลูก และเรียกชื่อเป็นที่ระลึกว่า "ลั่นธม" "ลั่น" แปลว่ ตี เช่น ลั่นฆ้อง ลั่นกลอง "ธม" หมายถึง "นครธม" ภายหลัง "ลั่นธม" เพี้ยนเป็น "ลั่นทม"
ลั่นทมเป็นพืชนิยมปลูกเพราะดอกมีสีสันหลากหลาย สวยงาม ได้แก่ขาว เหลืองอ่อน แดง ชมพู ฯลฯ บางดอกมีมากกว่า 1 สี
ดอกลั่นทม ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติ ของประเทศลาว โดยส่วนมากจะขึ้นอยู่ตอนเหนือของประเทศ ไทยทางขึ้นพระธาตุที่เมืองหลวงพระบาง

* ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพิเดีย  สารานุกรมเสรี    

ลีลาวดี ถ้าแปลตามความหมายตามอักษรแล้ว ก็คือต้นดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย ไม้นี้เดิมเรียก ลั่นทม เป็นไม้ยืนต้นในเขตร้อน ที่เห็นทั่วๆไปมีดอกสีขาว แดง ชมพู ชื่อเดิมของพันธ์ไม้นี้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคำนี้มาจากคำว่า ระทมซึ่งหมายถึงความเศร้าโศกจึงไม่เป็นที่โปรดปรานปลูกในบริเวณบ้านหรือที่อยู่อาศัย แต่แท้ที่จริงแล้วมีผู้มีความรู้ด้านภาษาไทยกล่าวถึงคำว่า ลั่นทม ที่เรียกกันแต่โบราณหมายถึง การละแล้วซึ่งความโศกเศร้าแล้วมีความสุข ดั้งนั้นคำว่า ลั่นทมแท้ที่จริงนั้นเป็นคำผสมจาก ลั่น+ทม โดยคำแรกหมายถึง แตกหัก ละทิ้ง และคำหลังหมายถึงความทุกข์โศก ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนชื่อมาเป็นลีลาวดีเนื่องจากความเข้าใจในภาษาคลาดเคลื่อน แต่ชื่อใหม่นั้นก็ความไพเราะสมกับท่วงท่าของลำต้น มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของลีลาวดีในลักษณะต่างๆกันอย่างไรก็ตามพันธ์ไม้นี้ตามหลักสากล ได้ถูกเรียกชื่อว่า ฟรังกีปานี (frangipani) และเรียกกันทั่วๆไปว่า พลูมมีเรีย (plumeria)

พลูมมีเรีย หรือ พลัมมีเรีย ถูกเรียกตามชื่อของนักพฤกษ์ศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ชาร์ล พลัมเมอร์ (ค.ศ. ๑๖๔๖-๑๗๐๖) บุคคลผู้นี้ได้ริเริ่มจัดระบบเป็นหมวดหมู่ให้กับต้นใม้และดอกไม้ในเขตร้อน เรื่องมีอยู่ว่าในศตวรรษที่ ๑๗ นาย ชาร์ล พลัมเมอร์ ถูกมอบหมายจากกษัตรั ฝรั่งเศส ให้ไปแสวงหาพันธ์ต้นไม้แปลกๆในเขตร้อน ชาร์ลได้เดินทางไปยังหมู่เกาะ แคริเบียน ถึง ๓ ครั้ง จึงได้พบต้นไม้ที่มีดอกสวยงามและรูปทรงแปลกๆ จึงได้นำกลับมาที่ประเทศ ฝรั่งเศส หลายปีผ่านไปนักพฤกษ์ศาสตร์ชาวฝรั่งเศสอีกท่านหนึ่งชื่อนาย ทัวนีฟอร์ท ได้ตั้งชื่อต้นไม้นี้ว่า พลัมเมอร์เรีย (plumieria) เพื่อเป็นเกียรติแก่นาย ชาร์ล พลัมเมอร์ แต่ภายหลังชื่อถูกเรียกเพี้ยนไปเป็น พลูมมีเรีย (plumeria)

อย่างไรก็ดีศัพท์ทางวิชาการของการเรียกชื่อต้นไม้ชนิดนี้ได้ระบุว่า ฟรังกีปานี (frangipani) ชื่อ ฟรังกีปานี ได้ถูกสมมุติฐานว่ามาจากคำในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า ฟรังกีปาเนีย (frangipanier) ซึ่งมาจากรากศัพท์ว่ากลิ่นหอม (fragrance) อีกสมมุติฐานของชื่อนี้คำว่า ฟรังกีปานี มีความหมายถึงยางสีขาวเหนียวเหนอะซึ่งออกมาจากต้นไม้ที่ถูกตัด ชาวฝรั่งเศสผู้ได้ไปตั้งรกรากในหมู่เกาะแคริเบียนได้สังเกตุเห็นลักษณะเช่นนั้นจึงเรียกว่า ฟรังกีปานีเออร์ (frangipanier) ซึ่งในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า นมข้น สรุปแล้วชื่อสากลของพันธ์ไม้นี้มีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากภาษาฝรั่งเศส

ต้นลีลาวดีได้แพร่หลายในอเมริกา สมัยบุกเบิก ซึ่ง ต่อมามีการผสมข้ามพันธ์ มีสีสันมากมายและหลากลักษณะ นักพฤกษ์ศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ วูดสัน (woodson) ได้บ่งลักษณะของชนิด เป็น ๗ ลักษณะ ตามแหล่งดั้งเดิมของที่มา แล้วตั้งชื่อ ดังต่อไปนี้

๑. พลูมมีเรีย อินโนโดรา แหล่งเดิมมาจากประเทศ โคลัมเบีย และ บิตริสกีนา
๒. พลูมมีเรีย พูดิกา ประเทศ โคลัมเบีย เวเนซูเอลา และ มาตินิค
๓. พลูมมีเรีย รูบรา ประเทศ ใน อเมริกากลาง
๔. พลูมมีเรีย ซับเซสซิลิส ประเทศ ฮิสปานิโอลา
๕. พลูมมีเรีย ออบทูซ่า หมู่เกาะบาฮามัส ประเทศ คิวบา จาไมกา ฮิสปานิโอลา ปอร์โตริโก บริติสฮอนดูรัส
๖. พลูมมีเรีย ฟิลิโฟเลีย ประเทศ คิวบา
๗. พลูมมีเรีย อัลบา ประเทค ปอร์โตริโก เวอร์จินไอแลนด์ส และ เลสเซอร์ เอนทิเลส

ยังมีการแบ่งชนิดของลีลาวดีตามลักษณะใบ ช่อดอก และ สี และ การตั้ง ชื่อ เรียก อย่างกว้างขวางในแต่ละที่ ส่วน ประเทศที่ให้ความสำคัญ ของลีลาวดี ถึงมีการตั้งสมาคม ก็คือ สหรัฐอเมริกา โดยมีการจดทะเบียนชื่อตามลักษณะต่างๆดังที่กล่าวถึงกว่า ๓๐๐ ชื่อ จากจำนวนของลีลาวดีที่มีอยู่เดิม (generic) และที่มีการผสมพันธ์ (hybrid) กว่า ,๐๐๐ ชนิดทั่วโลก         

*  ข้อมูลจาก  http://www.lilavadee.com/ 

  

 

                                                     และรูปถ่ายฝีมือเจ้คนสวย  ลูกสาวเจ้านาย  จุ๊บจุ๊บเลย  ^_^