เรื่องน่าเศร้าใจของหมอสูติ

เรื่องน่าน้อยใจของสูตินรีแพทย์

 เวลานี้ก็ปาเข้าไปทุ่มครึ่ง เดินกลับจากโรงพยาบาลเพื่อไปยังบ้านพักที่อยู่ใน Little India อากาศกำลังดี ลมพัดเอื่อยๆ พาให้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย นี่ก็ล่วงเข้าไปกว่า 4 เดือนแล้ว ที่ผมมาเรียนที่ในสาขา urogynaecology and pelvic floor reconstruction KK Women’s and Children’s Hospital เรียกสั้นๆว่า KKH ประเทศสิงคโปร์ คิดไปคิดมาก็มาเข้าเรื่องระบบการบริหารงานและการทำงานของโรงพยาบาลและหมอที่นี่

ระบบการบริหารงานของโรงพยาบาลที่นี่มีลักษณะคล้ายกับรัฐวิสาหกิจบ้านเรา กล่าวคือรัฐบาลดูแลส่วนหนึ่ง ดูแลตัวเองส่วนหนึ่ง จะว่าไปก็ไม่ใช่ดูแลตัวเองหรอกครับ เพราะเขาแบ่งโรงพยาบาลในสิงคโปร์ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Sing Health และ National Health Group มีการถือหุ้นส่วนกัน มี CEO ดูแลโรงพยาบาลในเครือของตน KKH อยู่ในกลุ่ม Sing Health ครับ นอกจากโรงพยาบาลในกลุ่มแล้ว เขายังมี polyclinic กระจายอยู่ตามที่ต่างๆครอบคลุมทั้งสิงคโปร์ครับ การจะเข้าโรงพยาบาลได้ ต้องมีการส่งตัวจาก polyclinic ก่อนเท่านั้น มิฉะนั้นจะต้องจ่ายเงินแพงมาก

และเมื่อมีการดำเนินกิจการที่ดูแลและหารายได้ด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ

หมอที่นี่จะมีตำแหน่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่ houseman ซึ่งเทียบได้กับ extern บ้านเรา เขาเรียนมา 5 ปี ไม่ได้แตะคนไข้เลย จนเข้ามาปี 6 จึงได้เริ่มทำงาน ได้เงินเดือนด้วย (ก็ประมาณ 2000 เหรียญ ไม่รวมค่าเวร) ถัดมาก็เป็น medical officer (MO) เทียบได้กับหมอใช้ทุนของเรา เงินเดือนก็ขยับมากขึ้นไปอีก ถัดขึ้นมาก็เป็น registra พวกนี้สอบบอร์ดผ่านแล้ว และเลือกทำงานที่นี่ต่อ เพื่อจะเป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาใดสาขาหนึ่ง เงินเดือนให้ผมเดาๆก็ประมาณ 8000 เหรียญ ไม่รวมค่าเวร อาวุโสขึ้นมาหน่อยก็เป็นพวกที่จะมาเป็นหมอที่ KKH จริงๆ หรือไปเรียนเฉพาะทางจนจบแล้วก็จะเป็น associate consultant กลุ่มนี้มีความรู้และประสบการณ์มากพอที่จะมีคนไข้พิเศษเป็นของตัวเองได้ ทำงานต่อไปอีกระยะหนึ่งก็จะเป็น consultant และ senior consultant ตามลำดับ

นอกเหนือจากเงินเดือนแล้ว จะได้เงินตามปริมาณการทำงานด้วยเช่นกัน อธิบายได้ดังนี้ครับ

คนไข้ที่สิงคโปร์นี่ เขาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ private case นั่นคือ เขาเลือกที่จะตรวจกับ associate consultant ขึ้นไปเท่านั้น กลุ่มนี้จ่ายเงินสูงครับ เพราะค่าตรวจครั้งแรกนี่เล่นไป 80 เหรียญแล้วกระมัง ยังไม่รวมค่ายา ค่าเครื่องมือ ค่าต่างๆสารพัน ดังนั้นกลุ่มนี้คือที่รักของบรรดา consultant ที่นี่ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ subsidized class กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้การประกันสุขภาพครับ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ต้องจ่ายเงินเลยเหมือนบ้านเรา อาจจะเสียแค่ 10% แต่ที่เหลือรัฐบาลจะโป๊ะให้โรงพยาบาลเอง ยังไงเสียหมอที่ตรวจก็ยังได้เงินมากอยู่ดี

ไม่แปลกเลยที่เขาแย่งกันออกตรวจคนไข้ แย่งกันผ่าตัด เพราะทุกอย่างได้เงินทั้งนั้น ผมกับเพื่อนเคยประมาณกันเล่นๆว่า ระดับ consultant นี่น่าจะได้เงินราวๆเดือนละเกิน 50,000 เหรียญครับ เดือนไหนคนไข้น้อยลงต้องมานั่งคิดกันว่า เพราะเหตุใด ทำยังไงจึงจะให้คนไข้มาหาเราได้มากขึ้น ร่นระยะเวลาผ่าตัดให้สั้นลง นอนโรงพยาบาลให้น้อยๆเพื่อลดค่าใช้จ่ายส่วนของโรงพยาบาล (เพราะจ่ายหมอแพงมาก) เห็นไหมครับว่าต่างจากบ้านเราแค่ไหน แต่อย่าคิดว่าดีเสมอไปนะครับ ผมยังมีข้อแย้งอีกมากมายจะเล่าให้ฟังต่อไป

ระบบนี้ดูเหมือนจะได้ประโยชน์เต็มๆกับคนไข้ เพราะหมอต่างก็แย่งกันตรวจ แย่งกันทำงาน การทำงานทำได้โดยเร็ว หมอที่คลินิกนรีเวชทั่วไปส่งคนไข้มาปรึกษาคลินิกพิเศษ เมื่อมีการผ่าตัด หมอเจ้าของไข้คนเดิมจะเข้ามาผ่าตัดด้วย เรียกว่าช่วยกันเรียนรู้ แต่นั่นคือคนไข้ต้องจ่ายให้ทั้ง consultant และหมอเจ้าของไข้ด้วย (งานนี้ consultant ได้ 70% เจ้าของไข้ได้ 30%) เมื่ออธิบายเรื่องการผ่าตัด หมอจะบอกเลยว่าใครจะเป็นคนผ่านั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณจ่ายแบบไหน หากเลือก p class นั้น consultant ผ่าเอง หากเลือกแบบ s class เราจะช่วยกันเป็นทีม แบบว่าให้หมอฝึกหัดผ่า เขาพูดกันตรงๆครับ ไม่มีอ้อมค้อม เมื่อผ่าตัดเสร็จกลับบ้าน เขาต้องมาตรวจติดตามผลกับ consultant ครั้งหนึ่งและตรวจกับเจ้าของไข้อีกครั้งหนึ่ง นั่นหมายความว่าต้องจ่ายเงินค่าตรวจอีก 2 ครั้ง อันนี้ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องจ่ายอีก นี่เริ่มเป็นข้อเสียของระบบนี้ที่ผมเจอ

ระบบทุนนิยมที่ว่านี้ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างหมอและคนไข้หดลงไปเยอะ เพราะคนที่จ่ายเงินมากย่อมหวังสิ่งตอบแทนที่คุ้มการลงทุน ดังนั้นการร้องเรียนจึงมีมาก หมอที่นี่ต้องทำประกันความเสี่ยงทุกคน หลายครั้งคนไข้ก็เสียใจและน้อยใจที่เขามีเงินไม่มากพอที่จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ถึงตรงนี้ผมล่ะสะท้อนใจทุกทีครับ มาอยู่เดือนที่ 4 แล้วก็ยังทำใจไม่ได้ซักที

ย้อนกลับมาดูที่บ้านเรา ที่ผมมานั่งเขียนวันนี้ก็เพราะว่า ตอนที่เดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดีนั้น พลันก็เกิดความอิ่มเอิบใจที่อยู่เมืองไทย เรายังไม่มีความหิวทุนมากเท่าที่นี่ คนไข้เรายังได้รับการดูแลที่ดีตามมาตรฐาน ไม่มีการแบ่งชนชั้นอย่างออกนอกหน้า รู้สึกอิ่มใจที่ผมไม่มีปัญหาเรื่องการหาเงินแบบนี้

ผมเป็นสูตินรีแพทย์ครับ การเป็นหมอสูตินี่น่าน้อยใจในบางครั้งนะครับ เอ...เป็นยังไงหนอ ลองฟังผมพล่ามดูนะครับ

สูติแพทย์มักจะตกเป็นขี้ปากของชาวบ้านและเพื่อนแพทย์ด้วยกันเสมอๆ เพราะเราทำคลอดครับ การทำคลอดที่ให้ใครทำก็ได้ (ที่ฝึกมาแล้วนะครับ) เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ครูผมสอนมาอย่างนั้น  แต่เราก็มีระบบการฝากพิเศษ แบบว่าให้หมอธนพันธ์ดูแลตั้งแต่ฝากครรภ์ จนกระทั่งคลอดก็หมอธนพันธ์ทำให้ หลังคลอดหมอธนพันธ์ก็ดูแลต่ออีกระยะหนึ่ง เรื่องไม่จบครับ เพราะท้ายที่สุดเมื่อคนไข้คลอดเสร็จเขาก็จะนำเงินใส่ซองมอบให้หมอธนพันธ์ตามธรรมเนียมที่ทำกันมาเนิ่นนาน ดูเหมือนจะจบนะครับ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นหรอกครับ

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว แต่ถึงนานมากแค่ไหนก็ยังจำได้ติดหูราวกับเพิ่งเกิดมาไม่นานนี้นี่เอง (เลียนแบบสำนวนนักเขียนดังๆครับ) มีการพูดกันในที่ประชุมแห่งหนึ่ง บอกว่าการที่สูติแพทย์เรียกเก็บเงินค่าทำคลอดจากคนไข้นั้นเป็นเรื่องผิดจริยธรรมอย่างแรง (สำนวนใต้ถึงใจ) รับไม่ได้ รับไม่ได้จริงๆ มีการให้ความเห็นกันต่างๆนานาว่าไม่ควรทำอย่างยิ่งในโรงพยาบาลของเรา ถ้าเขาจะให้เขาก็ให้เอง ห้ามเรียกเก็บค่าทำคลอดจากคนไข้ ก็มีคนถามว่าเรียกเก็บที่คลินิกได้หรือไม่เพราะไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล บางทีหมอไม่เรียกเก็บหรอก แต่ผู้ช่วยหน้าร้านจะจัดการให้แทน ก็ยังถูกมองว่าผิดจริยธรรมครับ ห้าม ห้ามจริงๆ ระหว่างการอภิปราย (ดั่งเช่นในสภาก็มิปาน) ผมนี่ตัวลีบตัวงอ เพราะดันเกิดรักการเป็นสูติแพทย์ซะมากมายเสียนี่กระไร ไม่รู้ว่าทำไมหนอ หมอท่านอื่นจึงจงเกียจและเหยียดหยามเราเช่นนี้

เขาเคยคิดไหมว่า คนไข้น่ะ เขามาขอให้เราดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ ผากครรภ์ จนกระทั่งเจ็บครรภ์ตอนตีหนึ่ง กว่าจะคลอดบางทีก็อีกตีหนึ่งอีกวันหนึ่ง บางครั้งนั่งเฝ้าเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงไปไหนไม่ได้ (ทั้งๆที่วันนั้นเป็นวันเสาร์) คลอดยากๆก็เครียดจนเหงื่อหัวล้านแตก ดึง forceps ทีนึงก็ลุ้นว่าเด็กจะมีรอยบากหรือไม่ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ จริงๆแล้วคนไข้สามารถคลอดกับใครก็ได้ เพราะโรงพยาบาลเรามีคนอยู่เวรตลอด พยาบาลก็มี หมอใช้ทุนก็มี อาจารย์เวรก็มี ทำไมต้องมาเจาะจงให้เราซึ่งไม่ได้อยู่เวรมาทำคลอด เรากำลังอ่านหนังสือให้ลูกฟัง กำลังนอนกอดลูกอย่างมีความสุข เราตื่นตอนตี 2 บางทีกว่าจะหลับตาลงได้ก็ตี 3 เข้าไปแล้ว บางครั้งต้องทำคลอดตี 3 (อย่างว่าครับ คนมันจะจาม จะอึ จะคลอด ใครจะไปห้ามเขาได้) แล้วอย่างนี้เป็นการยุติธรรมกับหมอสูติหรือไม่ครับ คนที่วิจารณ์ในวันนั้นก็ล้วนมีภรรยาที่สูติแพทย์ช่วยทำคลอดให้ ผมเชื่ออย่างเหลือเกินครับว่า หมอสูติที่ทำคลอดให้น่ะ เขาไม่รับเงินจากท่านเลยครับ เพราะเราเป็นเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยกัน บังคับให้รับเรายังไม่รับเลยครับ

หลังจากวันนั้น ผมจึงตั้งปณิธานว่า ต่อไปนี้จะไม่รับฝากพิเศษอีกต่อไป ไม่อยากให้ใครดูถูกกลางอากาศเช่นนั้นอีก ช่วงที่เหลือก็เพียงดูแลคนที่รับปากเอาไว้ให้หมดก็จบกัน ก็เกิดปัญหาตามมาเหมือนกันครับ เพราะว่าหลายคนเขาตั้งใจมาฝากพิเศษกับผมโดยเฉพาะ เมื่อผมไม่รับก็ถูกตำหนิ ถูกต่อว่าก็เคยมี อาจารย์รู้มั้ย ว่าพี่ลำบากแค่ไหนกว่าจะหาคนมารับฝากครรภ์ได้ พี่สืบมาทั่ว เขาก็แนะนำอาจารย์ (ปลื้มเลยครับ) แล้วนี่ไม่รับฝากพิเศษ พี่เสียความรู้สึกมากนะ แต่ยังไงก็ไม่รับอยู่ดีครับ ที่ยังทำคลอดให้บางคนก็เพราะว่านั่นพิศวาสเป็นการส่วนตัว เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง หรือเป็นเพื่อนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้วยกัน และผมตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ยังไงเสียก็ไม่รับซองเงินจากคนกลุ่มนี้เป็นอันขาด (ซองกระถินน่ะไม่แน่) และท้ายที่สุดก็มีเพื่อนฝูงอยู่ในคณะต่างๆมากมาย บางคนสนิทกันถึงรุ่นลูกก็มี แบบนี้เรียกว่าทำเอามันครับ

เรื่องมันเริ่มที่รู้สึกอิ่มเอิบ เดินทางกลับที่พักใช้เวลาราว 12 นาที มาจบเรื่องเอาเมื่อไขกุญแจเข้าบ้าน ความอิ่มใจก็หมดไปด้วยประการฉะนี้ สาธุ  

ปล. ที่เขียนมา มิใช่ว่าอยากให้โรงพยาบาลเรามีระบบการเรียกเก็บเงินหรือหาเงินแบบนี้นะครับ ยังมีความภูมิใจกับการเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เสมอมาครับ ภูมิใจบ้านเราไม่มีการแบ่งชนชั้นของคนไข้ ไม่มีความสะเทือนใจจากการดูแลคนไข้ด้วยระบบ 2 มาตรฐาน รักม.อ.จริงครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกขวางคลอง

คำสำคัญ (Tags)#ฝากครรภ์#หมอสูติ#คนไข้พิเศษ#ฝากพิเศษ

หมายเลขบันทึก: 123209, เขียน: 29 Aug 2007 @ 22:43 (), แก้ไข: 18 Jun 2012 @ 22:03 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 24, อ่าน: คลิก


ความเห็น (24)

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้ว บอกได้คำเดียวว่า คุณหมอน่ารักมากๆค่ะ เป็นหมอแท้ค่ะ

  • มายิ้มๆๆ
  • ถ้าคุณหมอเป็นแบบอาจารย์ทุกคนก็ดีนะครับ
  • เออยากมีแฟนเป็นหมอแล้วครับ
  • หาให้หน่อยนะครับ
  • ฮ่าๆๆๆ

อรุณสวัสดิ์ครับคุณ P (ประทานโทษครับ ไม่กล้าเขียนชื่อจริงซักทีครับ กลัวสะกดผิด)

กู๊ดมอร์นิ่งอาจารย์ขจิต P ครับ

มองไปมันก็มีข้อเสียต่อตัวผมเหมือนกัน เพราะหลายคนเขาต้องการให้เราดูแลครรภ์ให้ เมื่อเขาผิดหวัง หลายครั้งผมก็เสียใจ แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่า เราต้องดูแลครอบครัวด้วยตัวเรามากกว่าเอาเงินมาดูแลคุณเธอทั้ง 3 คน

ข้อเสียต่อมาคือ อาจจะซื้อบ้าน ที่ดิน ได้ช้ากว่าคนอื่นก็เท่านั้น ไม่สามารถขับ BMW รถในฝันได้

หลายคนบอกว่า ถ้าไม่ไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เราก็จะไม่มีทางยากจนเลยครับ

เพื่อนร่วมงานหลายคนบอกว่า อิจฉาผม (ทั้งๆที่ผมมีปัจจัยน้อยกว่าเขามากโข) นั่นพอจะพิสูจน์ได้ว่า ผมเดินมาถูกทางครับ

อาจารย์ขจิต P ตกลงเมื่อวานเที่ยงเสร็จมาม่าเหรอครับ ฮ่า ฮ่า

จะมีแฟนเป็นหมอ พูดอย่างเดียวคงไม่มีหมอคนไหนเดินมาหาหรอกครับท่าน ต้องขยันไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ป่วยการเมืองให้มากเข้าไว้ ปวดหัวบ้าง มึนศีรษะบ้าง แต่ถ้าอยากจะให้ตรวจถึงตัวล่ะก็บอกเธอว่าเป็นริดสีดวงทวารครับ รับรองถึงตัวจริงๆ

 

 

  • สวัสดีค่ะ อาจารย์
  • ใครๆๆก็ทำกัน ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยค่ะ
  • แต่หมอสูติโรงบาลป้าแดง ก็ไม่เปิดร้าน ไม่รับฝากท้อง แต่ถ้าเห็นเป็นเคสเสี่ยง ก็จะเฝ้าให้ น่ารักมั้ยคะ สองคนนิสัยเหมือนกันเด๊ะเลย
  • ----
  • ป้าแดง เห็นหมอมาหลายรุ่นละค่ะ หมอที่ไม่เปิดร้าน ไม่มีบ้าน มีรถราคาปานกลาง
  • หมอที่เปิดร้าน รับฝากท้อง มีเงินมากมาย แต่ไม่เคยได้ดูหนังโรง ไม่ได้เที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศ เพราะห่วงร้าน ห่วงคนไข้ มีเงินมากมายแต่ซื้อความสุขอะไรไม่ได้เลย ไม่มีโอกาสใช้เงิน ดีก็แค่มีรถหรูให้เมียได้ขับอะค่ะ
  • ----------
  • คนเราเลือกทางชีวิตของเราได้ค่ะ
  • ขอบคุณคุณหมอ แทนชาวสงขลาค่ะ

 

โอยพี่แดง P

ถึงกับขอบคุณแทนชาวสงขลาเลยหรือครับ ผมไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลย เขากลับต่อว่าผมมาซะอีกที่ผมไม่รับทำคลอด ไม่รับฝากพิเศษ

ใครๆก็ทำกัน ใครๆก็มีกัน เรื่องนี้ผมสอนลูกเสมอครับ ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำถ้าเห็นว่ามันไม่ดี ไม่จำเป็นต้องมีหากเรามีอย่างอื่นที่ใช้แทนกันได้แล้ว

จริงๆผมก็อยากมีหลายอย่างครับ อยากขับ BMW แต่ก็แค่อยาก ฝึกจิตไว้ครับ สามารถดับความอยากด้วยการถามว่า แล้วค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าอีกสารพัด

มาถึงตรงนี้นั่นก็หมายความว่าผมยังมีความอยากอยู่และดับด้วยวิธี องุ่นเปรี้ยว ซึ่งถือว่ายังไม่ดีเท่าไหร่นักหรอกครับ

Stubborn sister of forbidden guy
IP: xxx.24.45.50
เขียนเมื่อ 

Hi Doctor Pae.

How's life my brother ?

P.S. I beg you to make a childbirth to me without special case and I know you'd appriciate to do that for me.

Daughter of 12th ;)

สวัสดี ลูกสาวอา 12

สบายดีขอรับ

หาพี่เจอได้อย่างไรกันนะ

ปิยะมาศ
IP: xxx.173.202.14
เขียนเมื่อ 

ดีจังที่มีคนอย่างคุณหมอ ที่จริงเราหาหมอสูก็ทำใจอยู่เป็นเดือนนะค่ะกว่าจะเปิดประตูเข้าไป มันรู้สึกยังไงบอกไม่ถูก พอเสร็จแล้วไอ้คำถามที่คิดจะถามมันก็ลืมหมด หมออธิบายอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะหูอื้อ

ดิฉันเคยไปหาหมอที่คลินิกโก-ลก ด้วยอาการประจำเดือนขาด 3 ปี จากการฉีดยาคุม อยากมีลูกอีกสักคน ก็ไม่มี ก็เลยไปหา ทั้งซาว์ด ตรวจภายใน ทำ pap เสร็จสิ้น ทั้ง ๆ ที่ตรวจหลังคลอดก็ยังไม่ตรวจ กลัวค่ะ ไม่รู้หมอสูเขาคิดยังไงบ้างค๊ะ เวลาที่ตรวจคนไข้ แต่คนถูกตรวจอายค๊ะ มาก มาก

สวัสดีครับคุณปิยะมาศ

เวลาตรวจคนไข้ เขาไม่รู้สึกอะไรหรอกครับ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยตรวจใครไป โถ...จะไปจำได้ยังไงครับ

กลุ้มใจ
IP: xxx.12.73.13
เขียนเมื่อ 

มีปัญหาอยากปรึกษาหมอสูติมากค่ะ

แต่ไม่รู้จะทำยังไง

สาวเหนือ
IP: xxx.157.184.104
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้ว...มีความรู้สึกดีกับอาชีพหมอขึ้นมาเยอะเลย...เพราะเจอแต่หมอที่ไม่ค่อยดีเลยในชีวิตที่เป็นคนไข้..

ปฐมธิดา ชิโนณะวณิก
IP: xxx.148.162.129
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอ

วันนี้ลูกค้าน้อยแต่เช้าเลยค่ะ...แวะมาคุย

คุณหมอที่ทำคลอดจอยเค้าเป็นคนดีมากเลยค่ะ ชื่อคุณหมอปวีณา ศรีมโนทิพย์ แกจบรามาฯค่ะคุณหมอรู้จักมั้ยคะ

คุณหมอปวีณาไม่รับซองเลยซื้อผลไม้ให้คุณหมอกระเช้านึง

ตอนแรกถามพยาบาลว่าต้องใส่ซองให้คุณหมอมั้ย พยาบาลบอกว่าแล้วแต่คุณหมอ แต่คุณหมอไม่รับค่ะ

คุณหมอดูแลดีและนิสัยต้องกันคุณกันโอเคเลยค่ะตอนแรกจับฉลากได้เพื่อนคุณหมอนิสัยไม่โอเคอ่ะ ดูเค้าเข้าถึงยากพอดีขอเปลี่ยนวันเพื่อนคุณหมอเลยแนะนำคุณหมอให้....ก็ดีเลย

ไม่รู้จักครับคุณจอย

ยังงงนิดหนึ่ง เขาต้องจับฉลากเลือกหมอกันด้วยเหรอครับ งงงงมากมาก

ปฐมธิดา ชิโนณะวณิก
IP: xxx.148.162.129
เขียนเมื่อ 

555...สวัสดีค่ะคุณหมอ

ไม่ได้จับฉลากจริงๆค่ะ ประหนึ่งว่าจับแล้วกันนะคะ

ก็พอไปฝากครรภ์เค้าถามว่าต้องการคุณหมอท่านไหนคะ รู้จักคุณหมอท่านไหนคะ เราไม่รู้จักใครเลยก็เลยบอกว่าขอหมอผู้หญิงมาหาวันอาทิตย์พยาบาลเค้าเลยจัดให้.....คุยกันแล้วไม่โอเคอ่ะค่ะ...แต่ไม่ได้คิดอะไร...แต่บังเอิญต้องการเปลี่ยนวันเป็นวันเสาร์เลยขอคุณหมอเปลี่ยนคุณหมอเลยแนะนำเพื่อนแกให้....โอเคเลย อย่างงี้อ่ะค่ะ

ตกลงว่า เลยได้หมอผู้ชาย ฮ่า ฮ่า

ผมก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยครับ

เมื่อคนไข้โผล่หน้าเข้ามาเจอผม "อ้าว....หมอผู้ชายเหรอ" ว่าแล้วก็เดินออกไปเฉยเลยครับ

ปฐมธิดา
IP: xxx.164.241.193
เขียนเมื่อ 

55555555

คุณหมอหัวเราะเก้อแล้วอ่ะค่ะ5555

ตกลงก็ได้หมอผู้หญิงที่เป็นเพื่อนหมอคนแรกไงค้า.....ก๊อคือคุณหมอปวีณาไงค้า

ไม่มีทางเด็ดขาดไม่อยากลงเอยกะหมอผู้ชายอ่ะคะ.....มันรับม่ายด้ายยยยยยย

คุณหมอธนพันธ์ก็เหมือนกันนะคะถึงจอยจะชอบคุณหมอมากแต่คงทำใจไปฝากท้องกะคุณหมอไม่ด้ายยยยย

อิอิ

ปีใหม่จะไปนครฯนะคะ

ดิฉันมีลูก 2 คนค่ะ ตอนตั้งครรภ์ฝากพิเศษทั้ง 2 คนด้วยความเต็มใจ เพราะความรู้สึกทั้งผู้กำลังจะเป็นพ่อ และแม่มีความคิดว่าฝากชีวิตเราทั้งครอบครัวไว้กับหมอ จึงคิดว่าหมอมีภาระหนักมาก เชื่อว่าหลายๆคนก็คิดเช่นนี้เหมือนกันค่ะ

คุณจอย

ทำเป็นหัวเราะไปนะครับ

ปีใหม่ก็ไปนครเหมือนกัน บ้านแม่ยายอยู่ที่ปากพนัง

และจะไปนอนแถวขนอม เพราะบ้านผมอยู่สุราษฎร์ แบบว่า ครึ่งทาง จะได้ไม่มีใครเสียเปรียบใคร

สวัสดีครับ วันเพ็ญ

การฝากแบบไหน ขึ้นกับความพอใจของผู้รับและให้บริการครับ

ที่ที่ผมทำงานอยู่นั้น เรามีงานวิจัยที่พบว่า การฝากแบบไหนก็ตามนั้น ผลลัพท์ทั้งแม่และลูกออกมาไม่แตกต่างกันครับ เรียกว่า ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย ไม่ใช่ ลูกเกือบรอด แม่เกือบตาย

ปฐมธิดา
IP: xxx.121.188.76
เขียนเมื่อ 

ยิ้ม......ที่ 2

ฮ้า.....คุยกะคุณหมอแล้วผ่อนคลายค่ะ เมื่อกี้แฟนก็อ่านด้วยค่ะ

ปีนี้ไม่รู้จะไปขนอมหรือเปล่าเพราะ.....ไม่ได้วางแผนอะไรเลย

แม่จอยไปด้วยค่ะ

แม่อยากไปเที่ยวใต้

นศ.พ. อ่อนหัด
IP: xxx.55.219.43
เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยครับอาจารย์ ผมเป็นนศ.พ.(ปี5) อ่านเรื่องของอาจารย์แล้วได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ และมีกำลังใจในการเรียนขึ้นเยอะเลยครับ ผมเองก็อยากเรียนสูติเหมือนกัน แล้วอาจารย์มีเขียนเล่าประสบการณ์อีกบ่อยๆนะครับ ^___^

นศ.พ. อ่อนหัด
IP: xxx.55.219.43
เขียนเมื่อ 

ดีจังเลยครับอาจารย์ ผมเป็นนศ.พ.(ปี5) อ่านเรื่องของอาจารย์แล้วได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ และมีกำลังใจในการเรียนขึ้นเยอะเลยครับ ผมเองก็อยากเรียนสูติเหมือนกัน แล้วอาจารย์มีเขียนเล่าประสบการณ์อีกบ่อยๆนะครับ ^___^

ถึง นศพ.ปี ๕ ที่ข้าไม่รู้ว่าเอ็งอยู่ที่สถาบันไหน

ยินดีที่อยากเป็นหมอสูติครับ

ตัดสินใจได้ก็สมัครเรียนเลย

แล้วชีวิตเอ็งจะเจริญก้าวหน้า

สาธุ

ฮีโร่2106
IP: xxx.230.170.90
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอ หนูได้ยินชื่อคุณหมอมาจาก1663น่ะค่ะ พี่เค้าบอกว่าหมอใจดีมากค่ะ คือหนูกำลังจะไปเป็นคนไข้ของหมอน่ะค่ะ คือตอนนี้หนูอายุ19ปีน่ะค่ะและกำลังตั้งท้องลูกคนที่3น่ะค่ะแต่หนูเครียดมากเลยค่ะหนูไม่พร้อมที่จะมีลูกคนนี้ชีวิตหนูลำบากมากเพราะหนูต้องดูแลลูก2คนคนเดียว ส่วนแฟนก็ทำงานคนเดียวโดยทางพ่อแม่เค้าไม่ช่วยเหลืออะไรเราเลยค่ะ ค่าไช้จ่ายทุกวันนี้ก็ไม่เพียงพอไหนจะค่ากินค่าอยู่ค่าเช่าบ้านค่านำ้ค่าไฟและอื่นๆอีกสาระพัดตกเป็นภาระของแฟนคนเดียวเลยค่ะ แล้วถ้าหนูต้องมีลูกอีกคนหนูคงเลี้ยงไม่ไหวแน่ๆค่ะ หนูก็เลยอยากจะยุติการตั้งครรภ์ครั้งนี้น่ะค่ะก็เลยโทรไปปรึกษา1663 เล่าปัญหาไห้เค้าฟังเค้าก็เลยบอกว่าไห้เราไปที มอ. และไห้ไปยุติการตั้งครรภ์กับคุณหมอธนพัน แต่พี่เค้าก็ไม่รู้ว่าจะคุณหมอจะทำไห้หรือเปล่าเพราะตอนนี้อายุครรภ์ก็20สัปดาห์แล้ว หนูจึงอยากถามคุณหมอว่าคุณหมอสามารถยุติการตั้งครรภ์ไห้หนูได้หรือเปล่าค่ะ แ

ละหนูอาจจะมีเงินไม่พอสำหรับการรักษาจึงอยากรู้ว่าหนูสามารถไช้สิทธิบัตรทองไนการรักษาได้หรือเปล่าค่ะ หนูอยากทราบจริงๆค่ะจะได้ไมโรงพยาบาลไห้เสียเที่ยวน่ะค่ะ. ขอความกรุณาคุณหมอช่วยตอบกลับหนูด้วยน่ะค่ะ. ตอนนี้หนูเครียดมากเลยค่ะวอนคุณหมอธนพันช่วยหนูด้วยน่ะค่ะ.......ด้วยความเครพอย่างสูง