พ่อแพ้น้ำตาลูกสาว

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2550 พายัยตัวเล็กไปฟังสัมมนา เรื่อง เลี้ยงลูกวิถีแม่เอเชีย สำหรับคุณแม่ที่มีลูกอายุ 0-3 ปี ของนมผงยี่ห้อหนึ่ง  เขามาจัดที่เชียงใหม่นี่แหละ  เสียดายมากที่ไม่ได้ฟังช่วงต้น ๆ เพราะไปช้า งานเริ่ม 8.30 น.-12.00 น.  แต่กว่าจะไปถึงงานก็เกือบ 11 โมงแล้ว
          คุณหมอที่มาพูด  ก็พูดเกี่ยวกับวิถีการเลี้ยงลูกที่เปลี่ยนไป  จากเด็ก ๆ เราเคยวิ่งไปได้  เที่ยวไปได้ทั่วหมู่บ้าน  เพราะว่าบ้านไม่มีรั้ว  บ้านเรามีอาณาบริเวณที่กว้างขวาง  เนื่องจากมีบ้านหลาย ๆ หลังอยู่ในบริเวณเดียวกัน  แต่ปัจจุบัน  เด็กอยู่ในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด  เล่นอยู่ในบ้านมากกว่าออกไปนอกบ้าน  คุณหมอแนะนำให้พาลูกออกไปนอกบ้าน  ไปเดินเล่น  ไปเล่นในสนามเด็กเล่น เพื่อเด็กจะได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว เสริมพัฒนาการได้หลายด้าน
          แต่มีช่วงของการถามตอบ  คุณหมอท่านนี้ตอบคำถามได้ดีทีเดียว เช่น  การที่ลูกเล่น หรือเรียกร้องในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้   คุณหมอแนะนำให้ปล่อยให้เขาร้องโวยวายไป  แล้วอย่าไปสนใจมากนัก  อย่าเข้าไปโอ๋  เพราะจะทำให้เขาร้องดังขึ้น  โวยวายมากขึ้น  เหมือนกับดาราแสดงแล้วมีคนดูเขาก็เล่นต่อ  แต่ถ้าไม่มีคนดูก็จะค่อย ๆ เลิกเล่นไปเอง  ให้พูดว่าเลิกร้องเถอะมาคุยกัน  ถ้าลูกร้องอย่างนี้แม่จะไม่คุยด้วย  แล้วลองเดินหนีไป  เขาอาจจะร้องดังขึ้น  แต่ถ้าเห็นว่าแม่ไม่กลับมา  ก็จะเบาลงจนหยุดไปเอง  หมอบอกว่าบอกไม่ได้ว่าเขาจะร้องกี่ครั้ง  อยู่ที่เด็ก  และคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งพอด้วย  แต่ต้องดูสถานการณ์ด้วยไม่ใช่ว่าเขาร้องจนจะชัก  ก็ปล่อยไป  แต่ถ้าร้องจนหน้าเขียว  หมอบอกว่าไม่อันตราย
 
         เราเห็นด้วยนะว่าถ้าจะจริง  เพราะน้องเดือนถ้าพ่อเขาอยู่  พอไม่ให้อะไร  หรือช้าไม่ทันใจจะร้องโวยทันทีเลย  แต่ถ้าอยู่กับแม่  ก็ไม่เห็นจะเป็นไร  ช้านิดช้าหน่อยหนูรอได้  หรืออันนี้แม่ไม่ให้กิน  ก็โวยนะ  แต่รู้ว่าไม่ได้กินแน่ ๆ ก็เลิกโวย  เพราะพ่อเขาเป็นประเภทไม่ให้ลูกโวยวาย  ถ้าลูกโวย  รีบให้เลย  ยังมาว่าให้เราอีกว่าปล่อยให้ลูกโวยอยู่ได้  เนี่ยแหละน้าพ่อแพ้น้ำตาลูกสาว</p>

อ่าน แต้มสีผ้าขาว ตอนแรก

</span>