เมื่อวาน 25 สิงหาคม 2550 
ผู้เขียนได้รับเชิญจากน้อง ๆ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอิสาน วิทยาเขตขอนแก่น  ด้วยเหตุที่ว่าเป็นศิษย์เก่าของที่นี่และเป็นพี่เก่าแก่( แต่คนยังหนุ่ม ) ของชมรม  พร้อมทั้งรุ่นพี่เก่าแก่กว่าผู้เขียนอีกหลายคน อิอิ

          เมื่อผู้เขียนเดินทางไปถึงห้องชมรม รู้สึกกระฉับกระเฉงเหมือนกับว่าตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กนักศึกษาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับอย่างเป็นกันเองของน้อง ๆ ภายในชมรม ทั้งที่รู้จักกันบ้าง  ไม่รู้จักกันบ้าง จำชื่อได้บ้าง จำหน้าได้บ้าง ไม่รู้จักก็มีอีกมากบ้าง  และน้อง ๆ ก็แนะนำถึงกิจกรรมในวันนี้คือ เป็นการทำบุญชมรมเพื่อเป็นศิริมงคลของน้อง ๆ นักศึกษาและสมาชิกชมรมตอนนี้เองทำให้ผู้เขียนถึงกับทึ่งในความสามารถของน้อง ๆ ที่ นำสวดบทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทอาราธนาศีล ๕ บทถวายข้าวพระพุทธ บทถวายสังฆทาน และอีกหลายบทที่ผู้เขียนเองก็ยังท่องไม่ได้  รวมทั้งการเตรียมงานที่เห็นได้ชัดว่า  " นักศึกษาทั้งหมดและสมาชิกชมรมได้เตรียมกันอย่างดี ทำกันด้วยหัวใจ หัวใจของนักศึกษาและนักกิจกรรม "

 

.................................

ต่อจากนั้นก็ได้รับประทานอาหารร่วมกัน เรียกง่าย ๆ แบบสนิทสนมคือ กินข้าวด้วยกันนั่นเองครับ  บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กินข้าวคลุกเคล้าไปด้วยเสียงดนตรีที่น้อง ๆ เค้าเล่นขับกล่อมบรรเลง ช่วยเสริมให้รสชาติของอาหารนั้นอร่อยยิ่งขึ้น




.............................................

          ช่วงสุดท้าย ก็เป็นการพบปะ พูดคุย แนะนำให้คำปรึกษากับน้อง ๆ สมาชิกของชมรม รวมทั้งทำกิจกรรมเรียกน้ำย่อยที่สนุกสนาน  จากการพูดคุยกันกับน้อง ๆ ทำให้เห็นปัญหาต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมของนักศึกษาที่นี่ สาเหตุหลัก ๆ คือ ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมของนักศึกษาเท่าที่ควรจะเป็น  และ เรื่องงบประมาณที่จัดให้ทั้ง ๆ ที่มีเงินมากมายในระบบที่สามารถจะนำมาส่งเสริมกิจกรรมนักศึกษาให้ออกสู่สังคมชุมชนได้เช่น งบประมาณของสโมสรนักศึกษาที่เก็บจากนักศึกษาเองเป็นต้น

         
ที่ผู้เขียนกล้าที่จะระบุเช่นนี้ก็เพราะว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้น  ซึ่งเกิดและเป็นมานานแล้ว  ไม่ต่างจากที่สมัยที่ตัวผู้เขียนเองเป็นประธานชมรม กิจกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้นด้วยหัวใจของนักศึกษาเอง เป็นการเอาหัวใจมาผูกรวมกันให้เหนี่ยวแน่นก่อเกิดเป็นพลังในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายอนุรักษ์ฯ หรือ ค่ายอาสาฯ งบประมาณที่ได้มาก็น้อยนิด พวกเราต้องหาทุนกันเอง ออกค่าใช้จ่ายกันเอง  ถ้าหากผู้บริหารของสถาบันให้ความสำคัญกับกิจกรรมนักศึกษาบ้าง ก็จะเกิดประโยชน์มหาศาลต่อสถาบันและต่อสังคมชุมชนแน่นอน




          สิ่งหนึ่งที่มองเห็นในตัวน้อง ๆ เหล่านี้ทุก ๆ คนคือ
ทุกคนมีพลังในตัวเอง พลังที่จะร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้งดงาม  พลังแห่งความเชื่อมันศรัทธาในความดีและส่งผลถึงสิ่งดีดีที่น้อง ๆ ได้ร่วมมือรวมพลังกันแสดงออกมานี่แหละครับคือพลังของสังคม
ร่วม .. สร้างสรรค์สังคม ให้อุดมและงดงาม

ขอบคุณน้อง ๆ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอิสาน วิทยาเขตขอนแก่น
 

พี่พี่ทุกคนไม่ทิ้งน้อง ๆ แน่นอนครับ 

..............