ท่านว่า...วันทอง...ของผม..ไม่รู้จักคิดวิเคราะห์

พิสูจน์

ท่านว่า...วันทอง...ของผม..ไม่รู้จักคิดวิเคราะห์

           เมื่อวันที่ ๒๓ และ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ผมและเพื่อนหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง "สอนอย่างไรให้นักเรียนคิดเป็น"  ตามโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพการมัธยมศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี ณ หอประชุมติดแอร์โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย การสัมมนาครั้งนี้มีท่าน รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ เป็นวิทยากร

          ท่านวิทยากรให้ความรู้และประสบการณ์ในการสอนคิดแก่ผู้เข้าสัมมนาได้อย่างดียิ่ง ท่านใช้วิธีการถ่ายทอดและสื่อหลายลักษณะอย่างน่าสนใจ ใช้แบบบรรยาย สาธิต ให้ลงมือปฏิบัติ ใช้การทำงานกลุ่ม ใช้แบบจิ๊กซอ ใช้ทั้งสื่อความพิวเตอร์ สื่อเครื่องฉายทึบแสง สื่อบุคคล

          ในวันแรกท่านได้ชี้ให้เห็นความจำเป็นที่ครูจะต้องสอนให้นักเรียนคิดเป็น โดยอ้างทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ที่สมศ.ใช้ประเมิน แล้วท่านได้ให้ความรู้เรื่องสมอง ๒ ซีก

         ในวันที่ ๒ ท่านได้แนะนำวิธีสอนให้นักเรียนคิดในรูปแบบต่างๆเช่นการคิดสร้างสรรค์ ที่ต้องหัดคิดคล่อง คิดยืดหยุ่น และคิดริเริ่ม จนถึงการคิดวิเคราะห์ซึ่งท่านบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการคิดวิจารณญาณ

         มาถึงตรงนี้ท่านก็ได้ยกตัวอย่างว่า วันทองต้องตายเพราะไม่รู้จักคิดวิเคราะห์

         การคิดวิเคราะห์ คือความสามารถในการมองเห็นรายละเอียดของสิ่งต่างๆ สามารถเปรียบเทียบ จำแนกแยกแยะ องค์ประกอบของสิ่งต่างๆ สามารถจัดหมวดหมู่ข้อมูล เพื่อค้นหาแก่นแท้ ความสำคัญ หรือความจริงของเรื่องนั้นๆ ประกอบด้วยทักษะสำคัญคือ

 - การเสาะหาข้อมูล

- การมอง การสังเกต แจกแจง

- การเปรียบเทียบข้อมูล

- การจัดหมวดหมู่ข้อมูล

- การหาความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของข้อมูล

- การฝึกมองเห็นสิ่งต่างๆหลายมุมมอง

          คราวนี้มาดูเหตุที่ทำให้นางวันทองตาย

 นางวันทองรับพระราชโองการ    

ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่

อกุศลดลมัวให้ชั่วใจ                     

ด้วยสิ้นในอายุที่เกิดมา

คิดคะนึงตะลึงตะลานอก              

 ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา

ให้อุทัจอัดอั้นตันอุรา                   

เกรงผิดภายหน้าก็สุดคิด

จะว่ารักขุนช้างกระไรได้              

ที่จริงใจมิได้รักแต่สักหนิด

รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต              

แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน

อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้           

ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน

คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน              

นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน

ความรักขุนแผนก็แสนรัก             

ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์

สู้ลำบากบุกป่ามาด้วยกัน             

สารพันอดออมถนอมใจ

ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา               

คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่

เงินทองกองไว้มิให้ใคร                

ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว

จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก           

ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว

ทูลพลางตัวนางระเริ่มรัว              

ความกลัวพระอาญาเป็นพ้นไป

           พอนางวันทองกราบบังคมทูลจบ พระพันวษาก็กริ้วจัด ถึงกับทรงกล่าวคำผรุสสวาทว่า "อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ" แล้วมีพระบรมราชโองการให้ประหารชีวิตนางวันทองอย่างน่าสยดสยอง ว่า

"เร่งเร็วเหวยพระยายมราช   

ไปฟันฟาดเสียให้มันเป็นผี

อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี    

อย่าให้มีโลหิตติดดินกู

เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน 

ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่

ฟันให้หญิงชายทั้งหลายดู    

สั่งเสร็จเสด็จสู่ปราสาทชัย

          ที่จริงจะว่าไป นางวันทองก็ได้แยกแยะให้เห็นบ้างแล้วว่า ขุนแผนกับขุนช้างมีส่วนดีอะไร แต่ยังไม่แยกส่วนเสีย แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น

         ผมเห็นใจนางวันทอง เพราะในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนั้น นิวรณ์มันมาทำให้ขาดสมาธิขาดปัญญาที่จะคิด สังคมไทยเราเลี้ยงลูกผู้หญิงแบบพ่อแม่ช่วยตัดสินใจมาตลอด ก็เป็นอย่างนี้แหละครับ ต้องให้เด็กหัดตัดสินใจบ้าง..แต่ต้องคอยช่วยประเมินผลนะครับ..เพราะบางทีก็อันตราย ไม่ถูกประหารแต่จะฆ่าตัวเองครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ภูมิปัญญาภาษาไทย

คำสำคัญ (Tags)#คิดวิเคราะห์

หมายเลขบันทึก: 122201, เขียน: 26 Aug 2007 @ 16:28, แก้ไข, 22 Jun 2012 @ 12:45, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (11)

สวัสดีค่ะพี่ชาย.....พิสูจน์  

  • พี่ชายตั้งชื่อบันทึกได้น่าชวนอ่าน
  • และเมื่อมาอ่านก็ติดตามคุ้มค่ากับการอ่าน
  • หาก นางวันทอง เป็นครู  ต้องไม่ผ่านการประเมินแน่เลยนะค่ะ ...เพราะไม่ได้สอนให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์

อิอิ

พิสูจน์
เขียนเมื่อ 27 Aug 2007 @ 15:45
  • ขอบคุณครับครูอ้อย
  • ถ้า วันทองเป็นครู ก็เปรียบเหมือน
  • อาจารย์ ๓ เชิงประจักษ์ รอบสองที่น่าเห็นใจแหละครับ
  • จริงๆแล้ววันทอง..รู้จักคิดคาดการณ์ว่าอะไรจะเกิด เตือนพลายงามก็แล้ว เตือนขุนแผนก็แล้วไม่ให้ ใช้วิธีไปขโมยตัวนางมาจากบ้านขุนช้าง
  • แต่ผู้ชายทั้งสองคน เอาแต่ใจตัวเอง ไม่รู้จักคิด เรียกว่า ไม่มีวิสัยทัศน์ เห็นแก่ตัว
  • ส่วนขุนช้างก็ไม่ยอม จะเอาวันทองคืนฟ้องร้องกันไป
  • ทะเลาะกันจนนางวันทองตาย
  • ผมว่าประเทศไทยก็เหมือนนางวันทองนี่แหละ จะต้องพินาศ ล่มจม วอดวาย
  • เพราะคนในชาติทะเลาะกัน แย่งกันเป็นใหญ่นี่แหละ
  • ตอบเสียเยอะ..เลยครูอ้อย..จะว่ายังไงไหมนี่
वीर
เขียนเมื่อ 27 Aug 2007 @ 18:08
คนด่านเกวียนเขาว่าวันทองตายเพราะรบกดกี่. แต่วันทองคงไม่ค่อยมีครูเท่าไหร่. ถ้ามีครูวันทองอาจจะถูกกดขี่จนตาย :-).

สวัสดีค่ะพี่ชาย...พิสูจน์

น่าสงสาร นางวันทอง นะคะ  น่าเห็นใจด้วยค่ะ 

ยังสงสัยว่า...สมัยก่อนนี่  ผู้หญิง..ถูกข่มเหงจัง  

ขอบคุณค่ะพี่ชาย

 

वीर
เขียนเมื่อ 27 Aug 2007 @ 20:02
ขอโทษครับพิมพ์ผิด. คนด่านเกวียน(วงดนตรี) เขาว่าวันทองตาย เพราะระบบกดกี่ และสังคมที่มีชนชั้น(มากๆ). เดี๋ยวนี้เด็กๆได้รับการศึกษา มีครูบาอาจารย์ทั้งหญิงและชาย. คนที่โดนกดขี่ขนาดวันทองคงจะลดลง :-).

สวัสดีค่ะ ครูอ้อย พี่บ่าววีร์  อาจารย์พิสูจน์  (สวัสดีทีเดียวรวบเลย 3 คน) คิคิ

            นางวันทองน่าสงสารจริงๆด้วย....ถูกประหาร ซึ้งในความรักจริงๆ ....หนักใจแทน....เข้ามาเยี่ยมอาจารย์เจ้าค่ะ

            เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ --------->น้องจิ ^_^

พิสูจน์
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 10:38
  • ขอบคุณครูอ้อย ยังติดตามเรื่อง นางวันทอง
  • น่าสงสารจริง ครับ ถูกแม่บังคับให้แต่งงาน ก็ยังซื่อสัตย์ต่อขุนแผน ไม่ยอมเข้าหอกับขุนช้าง
  • เฝ้ารอขุนแผนกลับมา พอขุนแผนกลับมา กลับพานางลาวทอง มาด้วย มันน่าช้ำใจจริงๆ
พิสูจน์
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 10:45
  • ขอบใจ น้องวีร์ ที่สนใจ วรรณคดีมรดกไทย
  • ก็คงจริง ที่ผู้หญิงในสังคมไทยสมัยก่อน ถูกกดขี่ เช่นถูกกีดกันไม่ให้ได้เรียนหนังสือ และมักไม่เปิดโอกาสให้ได้ตัดสินใจ เมื้อถึงคราวต้องตัดสินใจจึงติดขัด
  • ที่จริง..เรื่องต่อมาพระพันวษาท่านก็พระราชทานอภัยโทษให้ แต่ไม่ทันเพชฌฆาตลงดาบเสียแล้ว
พิสูจน์
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 10:48
  • ขอบใจ น้องจิที่มาเป็นกำลังใจ
  • ขอให้ขยันอ่านวรรณกรรมเข้าไว้ แล้วเราจะเป็นคนหูตากว้างขวาง มีประสบการณ์ในการใช้ภาษาในอนาคตครับ
वीर
เขียนเมื่อ 28 Aug 2007 @ 19:22
P เดี๋ยวนี้ต่อให้เรียนหนังสือถ้าไปพูดในศาลก็อาจจะพูดไม่ค่อยถูกเหมือนกัน อาจจะต้องพึ่งทนายหรืออะไรต่างๆ. ศาลก็มีถึง 3 ชั้นอีกทั้งฝึกฝนมาทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ. ถึงแม้มีปัญหาข้อบกพร่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากมาย แตค่กระบวนการยุติธรรมของรัฐปัจจุบันนี้ ก็น่าจะดีกว่า ในเรื่องขุนช้าง ขุนแผนอยู่บ้าง :-).
 
สุดท้ายก็คงต้องชืนชมเรื่องขุนช้าง ขุนแผนอีกครั้งว่าไม่ใช่เป็นเพียงแต่วรรณคดีที่อ่านสนุกเฉยๆ. แต่ให้ข้อคิด ประเด็นปัญหา สะท้อนภาพสังคมอีกมากมาย.
พิสูจน์
เขียนเมื่อ 02 Sep 2007 @ 01:13
  • ขอบใจน้องวีร์ที่ติดตามตลอดมา
  • วิธีค้นหาความจริงของผู้พิพากษา(พระเจ้าแผ่นดิน)สมัยขุนช้างขุนแผน
  • ไม่ต้องใช้ทนาย อัยการ ให้ยุ่งยาก
  • ให้โจทย์และจำเลยมาดำน้ำ แข่งกัน
  • ใครโผล่ก่อนแพ้คดีเลยครับ
  • สมัยนั้น...คนที่เป็นความกับนักว่ายน้ำคงแย่