หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ท่านกล่าวไว้น่าคิดว่า "ปัจจุบัน" นั้น ไม่ได้หมายความถึงวันนี้ ชั่วโมงนี้ นาทีนี้ หรือแม้กระทั่งวินาทีนี้ แต่หมายถึงการระลึกรู้สึกสภาวะธรรม ที่กำำลังปรากฏต่อหน้าต่อตาเราในขณะจิตนี้
ผมขอบังอาจตีความเอาเองว่า การระลึกรู้สึกสภาวะธรรม นี่แหละครับ ที่ผมอยากจะเอาการมองอนาคต เข้ามาช่วยจับ เพื่อให้รู้สภาวะ ว่าที่เราคิดว่า ทำดีที่สุดอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น แท้จริงแล้วดีที่สุดจริงหรือไม่ ถูกจังหวะเวลาหรือไม่ และถูกทิศทางหรือไม่ มีแรงอะไรกำลังจะเข้ามากระทบเรา และเราจะต้องจัดการอย่างไร
เช่น ถ้าวันนี้ ลูกหลานถามเราว่า เขาควรจะเรียนต่อด้านไหนดี เราคงไม่อยากบอกเขาแค่ "เรียนอะไรก็ได้ ให้ได้คะแนนดีที่สุด" ใช่ไหมครับ ถ้าเราหมั่นมองอนาคต อย่างน้อย เราคงพอตอบได้ว่า ถ้าเรียนอย่างนั้น เรียนอย่างนี้ จะได้ช่วยชาติในเรื่องนั้นเรื่องนี้ หรืออย่างน้อย ถ้าเป็นคนมองใกล้ตัวหน่อย ก็ยังพอบอกได้ว่า เรียนไปทำอาชีพอะไร ที่น่าจะรุ่งเรืองต่อไป (ฟ้าอย่าเพิ่งรีบถามนะครับ ขอเวลาพ่อเตรียมตัวก่อน)
เท่าที่เล่ามานี้ ผมคิดว่า การมองอนาคต ไม่ขัดแ้ย้งกับแนวความคิดหรือคำสอน ของพุทธศาสนาอย่างแน่นอน กลับจะสอดคล้องด้วย
สุดท้ายนี้ ผมเกิดนึกอะไรขำ ๆ ขึ้นมาก็ไม่ทราบ ย้อนกลับไปทบทวนสมัยที่เป็นลูกเสือ ว่าเขาวางหลักให้ลูกเสือคิดอย่างไร ท่านจำคติพจน์ลูกเสือได้ไหมครับ??
คติพจน์ลูกเสือสำรอง... "จงทำดีที่สุด"
คติพจน์ลูกเสือสามัญ... "จงเตรียมพร้อม"
คติพจน์ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่... "มองไกล"
ขอบคุณครับ
คุณ Handy