ข่าวเครือข่ายท้องถิ่นไทย 14 กุมภาพันธ์ 2550อบต.ผนึกภาคประชาชน เสนอร่าง รธน.ให้ท้องถิ่นบริหารอิสระ “อบต.เป็นเครื่องมือของประชาชน”————————————————————————————————————————–เมื่อวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2550 แกนนำ อบต.และภาคประชาชนทั่วประเทศจำนวน 216 คน ได้ร่วมประชุมใหญ่ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ สนามหลวง กทม. ที่ประชุมชี้ว่าประชาธิปไตยไทยอ่อนแอเพราะท้องถิ่นถูกครอบงำ เสนอ อบต.เป็นเครื่องมือประชาชน เรียกร้องท้องถิ่นเป็นอิสระ ให้ชุมชนมีสิทธิ์จัดตั้งองค์กรได้ด้วยตนเอง ที่ประชุมได้จัดทำข้อเสนอเป็นธงของชุมชนท้องถิ่นในการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอท้องถิ่นร่วมร่างรัฐธรรมนูญและปฎิรูปการเมืองโดย สมาคม อบต.แห่งประเทศไทย และ เครือข่ายภาคประชาชน มติจากการสัมมนาผู้ประสานงานจังหวัด อบต.-ภาคประชาชน วันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2550 ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ สนามหลวง กรุงเทพมหานคร สถานการณ์ท้องถิ่นไทยปัจจุบัน ท้องถิ่นประกอบด้วยองค์กรปกครองท้องถิ่นและชุมชน เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็น “ต้นทุนชีวิต” ของชาติ ท้องถิ่นเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชุมชนซึ่งหลากหลายวัฒนธรรมและเผ่าพันธุ์ สถานการณ์วิกฤติก็คือ ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมซึ่งเป็นจุดแข็งรากฐานของประเทศกำลังถูกรุกราน แย่งชิง จากต่างชาติ และกลุ่มบุคคลส่วนน้อยมีฐานะซึ่งกระทำเพื่อผลประโยชน์ตนเอง ที่ผ่านมาท้องถิ่นถูกครอบงำด้วยระบบการปกครองที่ยังไม่กระจายอำนาจอย่างแท้จริง ชาวบ้านถูกแอบอ้าง ยังขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่น ชุมชนกำลังตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาที่ผิดทาง ทำให้ประชาชนตกอยู่ในหนี้สิน ทำมาหากินยากลำบากมากขึ้นเพราะสภาพแวดล้อมธรรมชาติถูกทำลาย มีปัญหาสังคม อบายมุข ยาเสพติด เหตุดังกล่าวทำให้ชุมชนท้องถิ่นอ่อนแอ รากฐานของชาติกำลังอยู่ในภาวะอันตราย เจตนารมณ์ของท้องถิ่น 1. เครือข่ายภาคประชาสังคม เครือข่ายชุมชน และ องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศจะ ผนึกกำลังร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ฟื้นฟู ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น 2. อบต.คือ เครื่องมือของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของ อบต. ประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ช่วยกันจะดูแลปกป้อง สนับสนุนพัฒนา อบต.เป็นกลไกในการพัฒนาการเมืองจากฐานราก และการพัฒนาท้องถิ่นในแนวทางยั่งยืน ประเด็นเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่หนึ่ง (7 ก.พ.50)ให้รัฐธรรมนูญมีหมวดเฉพาะเรื่องสิทธิอำนาจของท้องถิ่น โดยมีสาระดังนี้1. ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิในการตัดสินใจและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมีสิทธิในการปกป้องวัฒนธรรมมภูมิปัญญาของชุมชนท้องถิ่น 2. บนพื้นฐานเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้น องค์กรปกครองท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารจัดการ รวมทั้งการกำหนดนโยบาย การจัดองค์กร และการจัดเก็บรายได้ การกำกับดูแลจากรัฐให้เป็นไปเพื่อการส่งเสริมศักยภาพและการพัฒนาขององค์กร ปกครองท้องถิ่น 3. รัฐพึงส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่นให้มีรายได้เพียงพอต่อการพัฒนาท้องถิ่น การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนท้องถิ่นจากรัฐส่วนกลางต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียม ท้องถิ่นที่เป็น แหล่งรายได้หรือได้รับผลกระทบจากการพัฒนาย่อมได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 4. ประชาชนในท้องถิ่นจะต้องได้รับการบริการที่มีคุณภาพจากรัฐ จากรัฐอย่างเท่าเทียมในสิทธิพื้นฐาน อาทิ การศึกษา อนามัย การอาชีพ วัฒนธรรม และความปลอดภัย รัฐมิอาจอ้างเหตุอันเนืองมาจากการบริหารจัดการของรัฐ ในการละเว้นการให้บริการประชาชนตามสิทธิพื้นฐานแห่งรัฐธรรมนูญนี้ 5. ชุมชนท้องถิ่นสามารถ จัดตั้งองค์กรชุมชนและบริหารตามเจตนารมณ์ของชุมชนท้องถิ่น มีสิทธิ์ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อโครงการพัฒนาจากรัฐส่วนกลางที่มีผลกระทบต่อท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนายั่งยืนของท้องถิ่น การส่งเสริมบทบาทขององค์กรชุมชน และ องค์กรปกครองท้องถิ่น แนวทางการดำเนินงาน 1.จัดตั้งคณะทำงาน อบต.- ภาคประชาชน เป็นคณะประสานงานส่วนกลาง ขยายผลประสานกับองค์กรภาคี และองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบอื่น และ จัดตั้ง”สมาพันธ์ชุมชนท้องถิ่นเพื่อการร่างรัฐธรรมนูญและปฎิรูปการเมือง” เป็นองค์กรประสานงานระดับประเทศ2.ให้ทำแผนปฎิบัติการ และนำเสนอประเด็นของท้องถิ่นชุดแรกในเดือนมีนาคม 25503.ให้ทุก อบต.เป็นศูนย์ประสานงาน ติดตั้งป้ายประกาศ เป็นเด็นรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญของทัองถิ่นโดย พร้อมเพรียงกันทั้งประเทศ4. ที่ประชุมได้มีมติจัดตั้งคณะทำงานริเริ่ม ประกอบด้วย 1. ศาสตราจารย์ เสน่ห์ จามริก 2.น.พ.สุปรีดา อดุลยานนท์ 3.นายสมพงษ์ พัดปุย 4. นายนพดล แก้วสุพัฒน์ 5. นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ 6. นายชูชาติ ผิวสว่าง ให้คณะทำงานชุดนี้ริเริ่มประสานงานและจัดตั้งคณะทำงานที่เป็นทางการต่อไป
ผนึกกำลังสร้างท้องถิ่นไทย
ท้องถิ่นประกอบด้วยองค์กรปกครองท้องถิ่นและชุมชน เป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ
ความเห็น
- กราบสวัสดีครับ
- โดยส่วนตัวผมแล้วผมเห็นด้วยกับหลักการและแนวคิดนี้และยินดีสนับสนุนเต็มที่
- แต่อีกมุมแห่งความเป็นจริงของระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังมีจุดอ่อนอยู่อีกมาก หากถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียด รากลึกและพื้นฐานของชุมชน การพัฒนาคนเป็นสิ่งสำคัญ
- ผมเสนอว่านะจะพัฒนาผู้นำ หรือ ผู้บริหารขององค์กรแห่งชุมชนนั้น ๆ ให้มีอย่างน้อยก็จิตอาสา จิตเสียสละ ไม่ครอบงำ และ ทำเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาที่ควบคู่กันไป
- ถ้าชุมชนมีผู้นำที่ดี ซื่อสัตย์และเป็นแบบอย่างแห่งการพัฒนาได้ ผมเชื่อว่าชุมชนนั้นแข็งแกร่งและมีความเหนียวแน่น สามัคคีเด่นชัด แน่นอนครับ
- ขอบพระคุณครับ
บทความในวันเดียวกัน
อ.ลูกหว้า · 24 ส.ค. 2550
นาย ชาญ รูปสม · 24 ส.ค. 2550
นาย ธานินทร บุญยะกาพิมพ์ · 24 ส.ค. 2550
สะ-มะ-นึก · 24 ส.ค. 2550
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 24 ส.ค. 2550
บัวชูฝัก · 24 ส.ค. 2550