มู่นี้Bloggers จำนรรจาโหยไห้โหยหาความรักกันให้ควัก แสดงว่ายังขาดโอสถทิพย์มาชื่นชูใจให้เบิกบาน บางทีของง่ายๆก็ให้กันไม่ได้ เช่น ความรัก ความหวังดี คนเรามีเป็นกะตักแต่ก็ไม่ค่อยได้นำออกมาใช้ ปล่อยให้มันบูดเน่าอยู่ชั่วนาตาปี ว่างๆก็งัดออกมาโปรยปรายหน่อยนะ จะได้มีที่ว่างพอที่จะรับความรักจากภายนอกเข้าไปได้บ้าง จิตที่เป็นกุศลนี่ทำยากง่ายแค่ไหนหนอ ความหวังดีนี่ไม่เกี่ยวกับตัวเงินเลย แต่เราก็พากันหวังไม่ดี เห็นทีจะต้องจัดโปรโมชั่นความหวังดีเสียแล้วกระมัง 

ช่วง2-3 วันนี้ ผมมีแขกมาเยือน เนื่องจากจำนวนคนไม่มาก เราจึงต้อนรับแบบกันเอง คือไม่ไปจัดอะไรให้เป็นที่วุ่นวาย ปล่อยให้เขามีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ ให้เหมือนกับอยู่บ้านตัวเอง ชวนคุยบ้างนิดๆหน่อยๆปล่อยให้เขามีเวลาคิดมากๆ เธอคนนี้เป็นข้าราชการที่ทำตัวกลมกลืนกับชาวบ้าน เป็นหัวหน้างานรับผิดชอบเรื่องการจัดตั้งศูนย์ICT.ชุมชนทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้ก็เคยมาครั้งหนึ่งแล้ว มากินข้าวเย็นด้วยกันมื้อหนึ่งแล้วก็แว๊บกลับ แต่คราวนี้ต้องมาตรวจรับงาน มาอ่านที่เธอเขียนไว้ในสมุดเยี่ยมดีไหมครับ 

20 สิงหาคม 50   

มาจากกระทรวงICTค่ะ มาติดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ หรือที่เราเรียกว่าศูนย์การเรียนรู้ICT.ชุมชน มาตั้งแต่วันที่17 ว่าจะมานอน1คืน แต่กว่าจะกลับพบว่านอนไป3คืนแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าพรุ่งนี้ทำงาน ก็จะไม่กลับกรุงเทพแล้วนะเนี่ย อยู่ที่นี่มีความสุขมากๆ ได้หิ้วตะกร้าไปหาวัตถุดิบมาทำอาหารทุกวันเลย แต่ที่ชอบที่สุดคือผัดหน่อไม้ใส่น้ำมันหอย จากกอไผ่หน้าบ้าน เพราะว่าหวานสุดๆ และที่ขาดไม่ได้เลยซักวัน คือส้มตำฝีมือน้องกิ่งที่น่ารัก ยิ่งได้กินกับไก่อบฝีมือน้องออยยิ่งอร่อยใหญ่เลยค่ะ    มาอยู่ที่นี่4วันจะกลายเป็นคนป่าไปแล้ว ทำงานคอมพิวเตอร์ไม่เป็นแล้วค่ะ

มาคราวหน้าจะมาสมัครเป็นลูกสาวคนโตของแม่ซักหน่อย แต่ต้องหางานมาทำ แบบว่าหาเรื่องมาทำงานโดยไม่เป็นวันลา มาคราวนี้พูดถึงแต่เรื่องอาหาร เดี๋ยวมาคราวหน้าจะพูดเรื่องเกษตรและเศรษฐกิจพอเพียง จะได้ดูมีสาระดี    สุดท้ายแล้ว ขอขอบคุณท่านครูบา คุณแม่ น้องกิ่ง น้องออย และทุกคนที่นี่ที่เอื้อเฟื้อน้ำใจ สถานที่และอาหาร จนพวกเราได้รับความประทับใจจนไม่อยากกลับกรุงเทพแล้วค่ะ

กราบขอบพระคุณอีกครั้งนะค่ะประทับใจจริงๆค่ะขอบอก                         

อ้อย พุทธชาติ ศิริบุตร สำนักงานปลัดกระทรวง ICT   

คืนแรกที่เธอมา ฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่า น้ำเจิ่งนอง อึ่งอ่างร้องระงม หลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อย ช่วงกลางดึกไฟฟ้าดับทั้งคืน เช้ามาอากาศสะอาดสดชื่น ต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่ม ผมก็นึกในใจตายละวา.. แขกกรุงเทพมานอนมืดตึดตื๋อ  ตื่นมาคงบ่นอุบ ที่ไหนได้ เจอหน้ายิ้มแป้น..บอกนอนฟังเสียงกบเขียดเพลินหลับสบายทั้งคืน กินกาแฟแล้วชวนกันเก็บผักเก็บไข่ไปทำอาหาร สนุกกับการชิมและชมกันเอง.. ถ้ารักกันเสียอย่างอะไรๆก็ดูดีไปเสียหมด  

สรุปว่าเรื่องนี้เป็นการโปรโมทอานุภาพของความจริงใจได้ไหมครับ ถ้าเราเกาะเกี่ยวกันไว้ด้วยความรัก จะทำอะไรๆย่อมสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หนักนิดเบาหน่อยก็จะมองข้ามเลยไป เพราะเราอภัยกันล่วงหน้าไว้แล้ว จึงมีแต่คำว่าสมานใจแทนคำสมานฉันท์ เป็นสังคมความรู้ที่อบอุ่น ใครมีพันธกิจอะไรก็เฮโลไปช่วยกัน คิดไปแล้วก็เหมือนกับการย้อนรอยทำบุญ ได้บุญได้ความรู้อิ่มเอิบใจไปตามๆกัน