ต้องขอโทษที่ทำให้ท่านเสียเวลาเพราะเรา ผมขอโทษ เพราะผมเป็นคนนอกระบบแต่ต้องไปคู่กับคนในระบบ ... มันเลยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นครับ

       จากการที่เคยทำอะไรแบบเรียบง่าย  ไม่ยึดติดระบบหรือ  พูดง่ายๆก็คือชอบทำอะไรนอกกรอบนั่นแหละครับ

      ก่อนจะมีงานสัมมนาการจัดการความรู้ฯ ที่เชียงใหม่  ทางเจ้าภาพและบล๊อกเกอร์  ก็ช่วยกันเป่าปี่  ตีฆ้อง ประโคมข่าวจนชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่วโลก

       แต่เราก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะไป  เนื่องจากเป็นเพียงบล๊อกเกอร์อิสระ  หน่อมแน้มคนหนึ่ง  คงไม่ได้ไปงานระดับประเทศกับเขาหรอก...

      แต่ด้วยที่แม่บ้านนะซิ...ตีอกฟกช้ำ..ร้องไห้ขี้มูก..โปร่งแว๊บๆ  เราก็อดรนทนไม่ได้รีบไปจองที่การเดินทางไว้รอให้  เพื่อจะได้เลิกกระจองอแงเสียที

     ได้ที่นอน สำหรับเดินทางแล้ว  ไม่ใช่จะได้ไปนะงานนี้  แม่บ้านต้องทำหนังสือขออนุญาต เจ้านายอีก ไม่รู้จะอนุมัติหรือไม่  นอนร้องเพลง..รอ..   อยู่หลายวัน  นี่ละหนาคนที่อยู่ในระบบ  เหมือนอยู่ในคอก ถ้าเขาไม่เปิดประตูให้ออก  พยายามกระโดดออกมาเอง  เขาก็จะเรียกว่าพวก....พะยอสะระอด  ใช่ไหมครับ

Why ?   ไม่ได้ส่งใบลงทะเบียนร่วมงาน 

Why ?   ไม่ได้จองห้องพัก

Why ?   ไม่ได้จองสั่งซื้อเสื้อ

Why ?   .........

        คำตอบก็เหมือนแก้ตัว  ก็เพราะมัวแต่คุยเล่นคุยหัวในบันทึก  แต่รู้ไหมว่าทางเจ้าภาพเขาต้องการคำตอบสุดท้ายในวันที่ 6 สค.50 แล้วหนังสืออนุมัติจะออกเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้  นี่ละหัวอกลูกน้องที่เป็นคนในระบบ  ส่วนตัวผมก็ไม่มีอะไร  เพียงแต่นั่งลุ้น  นอนลุ้น  อยู่ห่างๆ ยังไงก็ได้ หนุ่มน้อยบ้านนาสปาลูกทุ่ง  อยู่แล้ว

แต่ทำไมต้องมาขอโทษคณะเจ้าภาพที่จัดงานในครั้งนี้

         ต้องตอบว่าเราไม่ได้จ่ายเงินลงทะเบียน เมื่อไปถึงหน้างาน  ก็มัวแต่สาละวน  กับการทักทาย  ถ่ายรูปกัน เลือกซื้อเสื้อ จนเขาจับยัดเข้าห้องประชุม

         ออกมาลงทะเบียนอีกทีตอนเลิกช่วงบ่ายแล้ว  เพื่อเปิดห้องพัก ตอนนี้แหละ  ผมทำให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบเรื่องห้องพักลำบากใจอยู่ไม่น้อย

ห้องพักเต็มแล้วค่ะ  .....   พนักงานโรงแรมพูดออกมาอย่างนี้

       ผมรู้สึกธรรมดากับการไม่ได้เรื่องของผม  แต่มีญาติคนหนึ่งซึ่งคอยเทคแคร์  คือ คุณน้าอึ่งอ๊อบ ออกจะมีอารมณ์แทนผมขึ้นมานิดๆ 

          อาจารย์จาก ม.ราชภัฏเชียงใหม่  ท่านก็รีบกุลีกุจอ โทรหากันยกใหญ่ เพื่อจะหลีกทางให้แขกผู้มาเยือนได้เข้าพักที่นี่  อุตส่าห์ยอมไปอยู่รวมกัน  ยกห้องพักให้เรา  ต้องขอขอบคุณในน้ำใจอันสูงส่ง มา ณ ที่นี้  และต้องขอโทษที่ท่านอาจจะไม่สบายใจบ้าง

       ยิ่งวันกลับด้วยแล้ว  ขณะรอจ่ายเงินค่าห้องพักอยู่นั้น ... ได้ยินแต่พนักงานบ่นพรึมพรำว่า... มาเช็คเอ้าท์ พร้อมๆกัน ต้องรอนานหน่อยนะคะ  พนักงานก็ใหม่เสียอีก.... สงสัยจะตื่นเต้นด้วยกะมังเห็นคนหล่อ... ออกใบเสร็จรับเงินให้ก็ยังพิมพ์ที่อยู่ผิด ขนาดเขียนให้ตัวเบ้อเร่อ  ยิ่งเสียเวลาเพิ่มเข้าไปอีก

        แต่ไม่เป็นไรครับ  ยืนรอเพียง 1 ชั่วโมง ยอมอดข้าวกลางวัน  ลูกผู้ชายอย่างเราย่อมทนได้  รอเวลาเดินทางตั้งหลายวันยังรอได้....

       ที่สำคัญต้องขอโทษท่านเจ้าภาพหลายๆท่าน...ก่อนกลับไม่ได้สั่งลา ... ซึ่งถ้าดูๆไปหรือคนที่ไม่เห็นเหตุการณ์ในช่วงนั้น  คงคิดว่าแขกผู้นี้เสียมารยาทยิ่งนัก 

       เนื่องจากมีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า รถเมล์มหา'ลัย จะเข้าเมืองค่ะ ...

....ไม่รอช้าสองคนตายายหิ้วข้าวของพะรุงพะรังวิ่งขึ้นรถทันที  ..นัดแนะพูดคุยกับผู้โดยสารที่เดินทางออกมาพร้อมกัน 3 -4 ท่าน  ว่าจะส่งให้ลงที่ไหนดีเพื่อใกล้สถานีรถไฟมากที่สุด... แต่พนักงานขับรถท่านไม่พูดสักคำ  จู่ๆก็มาส่งถึงป้ายรถเมล์หน้าสถานีรถไฟ...

ต้องขอโทษที่ทำให้ท่านเสียเวลาเพราะเรา... 

.......และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ทำให้เราทั้งสองไม่กลายเป็น...กระเหรี่ยงหลงดอยในวันนั้น

ผมขอโทษ เพราะผมเป็นคนนอกระบบแต่ต้องไปคู่กับคนในระบบ  มันเลยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นครับ