ตอนที่ 1: เริ่มการจัดการความรู้ จากสิ่งที่ไม่ค่อยรู้...ขอขอบคุณค่ะพี่แอ๊ว...จากพวกเราสมาชิก MJUKM

ครบขวบปีแล้วนะคะสำหรับการทำงานการจัดการความรู้ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และเนื่องในโอกาสดีนี้จึงได้เชิญชวนน้องพี่ชาว MJUKM มาช่วยกันร้อยเรียงเรื่องเล่าบอกกล่าวออกมาเป็นเล่มหนังสือที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะแจกทุกท่านที่เข้าร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 26 กันยายน 2550 นี้

                  

MJUKM เริ่มขึ้นได้อย่างไร?

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่พอจะมีเวลาพักบ้างหลังจากที่ลุยเรื่องการสอนในเทอมแรกหลังจากที่ดิฉันกลับมาจากเรียนหนังสือ และช่วงเวลานี้เองที่พี่แอ๊ว.... รศ. เพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร ซึ่งขณะนั้นอาจารย์ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ได้ชักชวนให้ดิฉันเข้ามาช่วยทำงานด้านการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งขอยอมรับเลยค่ะว่าเป็นโจทย์ที่หินมาก เพราะว่าตอนนั้นดิฉันยังไม่ค่อยรู้เรื่องด้านการจัดการความรู้มากนัก รู้สึกหนักใจอยู่มากทีเดียว แต่ก็ได้รับปากอาจารย์ไปว่าจะลองทำดู ที่รับปากไปก็เพราะว่าในช่วงเวลาหลายปีก่อนที่ดิฉันจะไปเรียนต่อนั้น ดิฉันได้เคยทำงานร่วมกับอาจารย์หลายครั้ง และเห็นถึงความทุ่มเท มุ่งมั่น เอาจริงเอาจังและการลุยงานไปด้วยกันกับทีมงาน ซึ่งถือเป็น Key success ที่สำคัญของผู้นำในการทำงานเป็นทีม และบ่อยครั้งที่อาจารย์สามารถช่วยทะลุปล้องความคิดของดิฉันให้เชื่อมต่อและนำมาพัฒนาการทำงานได้ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดิฉันมีความมั่นใจในการเริ่มงานด้านการจัดการความรู้ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้

                  

เริ่มงานครั้งแรกโดยการตั้งทีมงาน MJUKM หรือที่เรารู้จักกันในนามคณะกรรมการการจัดการความรู้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งอาจารย์ให้โอกาสดิฉันในการคัดเลือกทีมงานมาร่วมทำงานด้วยตัวเอง  ถือว่าการจัดการความรู้ในแม่โจ้ในช่วงเริ่มตั้งใข่นี้  เราทุกคนต้องทำงานและเรียนรู้ไปพร้อม ๆ ซึ่งมีเรื่องที่ท้าทายความสามารถมาให้รับมือกันหลายเรื่องทีเดียว ตัวอย่างเช่น การเขียนแผนการจัดการความรู้ เป็นสิ่งใหม่สำหรับพวกเรามากทีเดียว เพราะว่าโจทย์คือแผน ฯ นี้ต้องสนับสนุนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ก็ต้องมานั่งวิเคราะห์กันตั้งแต่เรื่องพันธกิจและวิสัยทัศน์ของแม่โจ้กันเลย…ก็เลยมุ่งประเด็นมาที่ยุทธศาสตร์ด้าน ความเป็นเลิศทางด้านการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย จึงตัดสินใจเขียนแผนฯ เพื่อใช้การจัดการความรู้สนับสนุนยุทธศาสตร์ข้อนี้ <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                   </p><p>จากแผนฯ ในกระดาษลงสู่แผนปฏิบัติก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เป็นการทำงานร่วมกับคนทั้งนั้นเลย ดิฉันมานั่งวิเคราะห์ตัวเองก็พบว่ามีจุดอ่อนตรงนี้มากอยู่เหมือนกัน เพราะว่าดิฉันเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด ทำงานวิจัยในห้องปฏิบัติการ  ซึ่งบางครั้งก็ไม่ต้องพูดคุยกับใครมากนัก ก็ได้ผลการวิจัยออกมาเป็นที่น่าพอใจ แต่การเป็นรองประธาน หรือคุณอำนวย (Facilitator) ในระดับมหาวิทยาลัยต้องเป็นคนที่เชื่อมประสานให้คนทุกกลุ่มร่วมกันทำงานด้านการจัดการความรู้ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้ร่วมกัน เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถมากทีเดียว ดิฉันก็ยังแอบหนักใจอยู่บ้างในช่วงนี้ </p><p></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ตอนต่อไปจะเล่าถึงบุคคลที่ทำให้กิจกรรม KM ในแม่โจ้ เดินต่อไปได้ โปรดเป็นกำลังใจ และติดตามด้วยนะคะ ส่วนท่านใดที่เป็นสมาชิก MJUKM จะช่วยเขียนเล่าความรู้สึกเพิ่มเติมมาได้ค่ะ แต่ว่าอย่าลืมส่งเรื่องเล่า MJUKM ไปที่ฝ่ายเลขาฯ (พี่นุ้ย) นะคะเดี๋ยวจะนำมารวมเล่มไม่ทันค่ะ</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>