อ่อนล้าบ้าง, จะเป็นไร แต่อย่าลืมให้หัวใจได้พักเดิน

ผมได้พบเจอมิ่งมิตรชาวบล็อกหลายท่านที่เชียงใหม่  แต่ก็มีหลายท่านที่ผมไม่มีโอกาสได้พบเจอ  หนึ่งในนั้นก็คือ มิ่งมิตรท่านหนึ่งผู้อยู่แสนไกลถึงโพ้นทะเล ...

บ่อยครั้งผมมักได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดูหนักแน่นและฉาบแต่งไปด้วยเสียงหัวเราะ  ถึงแม้บางครั้งจะบอกเล่าว่ากำลังอ่อนล้า  แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่ามีพลังชีวิตอยู่อย่างน่ายกย่อง ...   

ผมตั้งใจที่จะเขียนกลอนบทนี้ให้หลังจากที่รับรู้ว่าพลังกายพลังใจของกัลยาณมิตรท่านนี้กำลังโรยล้าและอ่อนแรง  แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับกลายเป็นว่านึกอะไรไม่ออก  อยากเขียนให้ดีที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา  แต่เพราะความที่ตั้งใจมากเป็นพิเศษ  กลอนบทนี้จึงดูไม่เด่นชัดเท่าใดนัก   กระนั้นก็ยังอยากให้กัลยาณมิตรท่านนั้นได้รับรู้ว่า  .... โลกไม่เงียบเหงา  เพราะยังมีคนให้เราได้คิดถึง ....  

 

  

(๑)

  

มีคำพรใดในโลกหล้า

 

ทรงคุณค่ามหาศาล

 

จะกำนัลเพื่อนยามร้าวราน

 

ให้เบิกบานสำราญใจ

  

มีที่ใดไม่ไร้รัก

 

ให้เพื่อนพักและชิดใกล้

 

มีท้องทะเลใด

 

ที่สวยใสไม่สร่างซา

  

มีภูเขาใดที่ไร้โศก

 

หลากลมโบกระเริงร่า

 

หลากผีเสื้ออิสรา

 

หลากปักษาระเริงบิน

  

มีทุ่งหญ้าใดในโลกนี้

 

หลากสีใบไม่รู้สิ้น

 

หลากลำธารละลานริน

 

หลากก้อนหินกรวดทรายสบายตา

  

แผ่นฟ้ากว้างใหญ่แสนไกล

 

มีไหมที่ว่างให้ค้นหา

 

มีไหมปุยเมฆแห่งศรัทธา

 

ที่พร้อมจำนรรจาภาษาใจ

  

ฉันจะพาเพื่อนผู้แสนรัก

 

ไปพิงพักดวงฤทัย

 

ใกล้ หรือแสนไกล

 

หาใช่อุปสรรคจะพักวาง

  

ฉันจะพาเพื่อนไปในไม่ช้า

 

ไปลบรอยความเหว่ว้าและอ้างว้าง

 

ไปเยียวยาความฝันอันแรมร้าง

 

ให้คืนกลับสู่เส้นทางแห่งวันวัย

    

(๒)

   

 

เขียนคำมาย้ำเพื่อน

 

มาย้ำเตือนความฝันใฝ่

 

บอกล่าวจากหัวใจ

 

ว่าห่วงใยไม่เลือนลา

  

การงานคือชีวิต

 

น้อยนิดแต่มีค่า

 

แต่ละวัน แต่ละเวลา

 

อาจพรากคุณค่าบางอย่างไป

  

แต่เพราะการงานคือชีวิต

 

ที่น้อยนิดจึงยิ่งใหญ่

  

อ่อนล้าบ้าง, จะเป็นไร

 

แต่อย่าลืมให้หัวใจได้พักเดิน

  

(๓)   

 

แม้ไม่มีที่ใดดังใจถาม

 

แต่ทุกห้วงยามไม่ขาดเขิน

 

หมายถึงเส้นทางใจไม่ไกลเกิน

 

พราก หัวใจ  ให้ห่างเหิน  จาก หัวใจ

   

แม้ทุกที่ไม่มีความรักอันเพียบพร้อม

 

แต่ใจเพื่อนก็ยอมให้เพื่อนได้

 

เพียงเพื่อนเอ่ยเพื่อนเฉลยเผยความใน

 

เพื่อนก็พร้อมอุทิศให้ไร้กังวล

   

(๔)

   

 

เถอะเพื่อนจงรู้..และรู้ว่า

 

  เส้นทางแห่งกาลเวลาอันสับสน

 

ณ ที่นี่  มี เพื่อน  อีกหนึ่งคน

 

ที่หลากล้นกำลังใจไม่เปลี่ยนแปลง

ยังเป็นเพื่อนเหมือนเพื่อนที่เป็นเพื่อน

 

ไม่ร้างเลือน,  "คงทน"  ทุกหนแห่ง

 

มิตรภาพ จริงใจ   ไม่เคลือบแคลง

 

โลกไม่แล้งเพื่อนรัก,  สักนิดเดียว !

   

......

  

 

และนี่คือส่วนหนึ่งของถ้อยคำที่ผมสัมผัสได้ราวกับนั่งคุยกันอยู่ใกล้ ๆ ...

   

สวัสดีค้า ... ทำอะไรอยู่  คุยได้มั๊ยเอ่ย...

 

สวัสดีค้า ... ตอนนี้กำลังขับรถกลับจากการเป็นวิทยากร  เหนื่อยและง่วงจังเลย...

 

สวัสดีค้า ..  สัมมนาสนุกมั๊ย  ตอนนี้พลังหมดแล้ว  โทรมาให้ช่วยเติมพลังใจให้หน่อย...

  

....

ผมเชื่อเหลือเกินว่า  ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งการก้าวเดินของกัลยาณมิตรท่านนี้ได้  ทั้งในโลกแห่งชีวิตและการงาน  หากแต่ความรู้สึกอันอ่อนล้าก็เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน   

 

ผมส่งกำลังใจมาอย่างไม่เขินอาย ...

และอยากจะบอกว่า  แท้ที่จริงแล้ว  ทุกครั้งที่กัลยาณมิตรท่านนี้ได้โทรมาคุยเพื่อการเติมเต็มพลังให้กับตนเองนั้น  ผมต่างหากที่ดูเหมือนจะกลายเป็นฝ่ายที่ได้รับการเติมเต็มในสิ่งดังกล่าวเสียเอง -