ลีลาเด็ดBloggerสาวที่หลุดออกมาให้ฮา ฮา
ถามว่ากระบวนการของBloggerเกาะเกี่ยวกันหลวมๆใช่ไหม ตอบว่ามันเป็นเรื่องเฉพาะตัวเฉพาะรายที่ค่อยๆสะสมความสุกงอม ไล่เรียงกันขึ้นมาเป็นสายเครือญาติ จะดูได้จากการที่ผมเจ็บป่วยBloggerที่มีความถนัดในเรื่องนี้ จะบึ่งรถจากกรุงเทพมาจัดแจงพาไปหาหมอ ลูกชายบางคนมาชวนไปเที่ยวญี่ปุ่น พร้อมกับขออนุญาตออกค่าเครื่องบินให้ เห็นเราขาดแคลนปัจจัยในการทำงานก็ซื้ออุปกรณ์ต่างๆให้ หรือเห็นเครื่องมืออะไรที่ชำรุดก็ช่วยเอาไปซ่อมให้ แนะนำวิธีใช้ให้ บางคนอาสาพาไปรู้จักสิ่งดีงาม ไปเที่ยววัด ไปเยี่ยมโรงเรียน ไปให้กำลังใจครูและผู้บริหารโรงเรียน ได้เห็นแววตาเด็กและใบหน้าเปื้อนยิ้มท่ามกลางความเหนื่อยของคุณครูพันธุ์ดี มีความละเอียดอ่อนประณีตในการพบหน้ากันครั้งแรก บางท่านเตรียมชาสมุนไพรมาจากบ้าน เอามาชงอุ่นๆนั่งสนทนากันในห้อง สิ่งนี้มีเงินกี่ล้านก็สร้างให้เกิดไม่ได้ อบรมกันให้ตายสิบชาติก็เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าใจไม่สั่งมาให้โผเข้ากอดกันสักครั้งอย่างอบอุ่น ทั้งๆที่เธอสารภาพต่อหน้าว่าเคอะเขินอย่างยิ่งกับเรื่องพวกนี้ ไม่รู้ทำได้ไง..
การที่มาเชียงใหม่ครั้งนี้ ใครถนัดเรื่องอะไรก็อาสาทำสิ่งนั้น ไม่ต้องรอให้เจ้าภาพร้องขอใดใดทั้งสิ้น ดร.กระปุม สาวน้อยมหัศจรรย์ของเรา เป็นพี่เลี้ยง เป็นผู้ดำเนินรายการที่มีชีวิตชีวามาก คุณซูซานหนูมะปรางเปรี้ยวน้าติ๋วอาจารย์แป๋วอาจารย์จันทรรัตน์อาจารย์กมลวัลย์ครูอ้อย น้าอึ่งอ๊อบ หนูลูกหว้า ทำงานท่ามกลางความเบิกบานใจ เผลอเมื่อไหร่กระโดดกอดกันถ่ายรูปเมื่อนั้น ไม่มีใครบ่นเรื่องงาน มีแต่ช่วยกันคิดเชิงสร้างสรรค์ มีความพร้อมที่จะทำงานตลอดเวลา จิตวิญญาณของชาวblogทำให้เธอเหล่านี้เป็นได้ทั้งคุณนายและคุณแจ๋ว ทุกคนวิจารณ์กันเองและน้อมรับฟังความคิดของเพื่อนๆ เราสนิทใจกันจนก้าวล่วงพ้นเขตที่ไม่ต้องคำนึงว่าคนที่เราพูดถึงจะเสียใจหรือน้อยใจ เรากล้าบอกกล่าวกันตรงๆเพราะเราเอางานเป็นตัวตั้ง และเทใจให้กัน ซึ่งในวงการอื่นยากที่จะทำเช่นนี้ได้ เพราะอัตตามันค้ำคาคอและหัวโขนที่สวมใส่หลายชั้น
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คุณแผ่นดินหนุ่มน้อยจากมหาสารคาม กระมิดกระเมี้ยนที่สุดในบรรดากลุ่มลูกชายผม งานนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แสดงตัวเป็นเจ้าภาพ ให้ความเห็นเป็นต่อยหอย ลุกขึ้นจับไมค์ทำหน้าที่เต็มศักยภาพทั้งในฐานะวิทยากรและครูพี่เลี้ยง รวมทั้งอาสาทุกเรื่องโดยเฉพาะค้นคิดค้นหาคำตอบอย่างทุ่มเททั้งกลางวันกลางคืน ก๊วนนี้เขาจับคู่เข้าขากับคุณเอกจตุพร อ.ขจิตกามนิตหนุ่มและคุณทวีสิน เป็นครั้งแรกที่ผมเห็น4หนุ่มเขาระดมพลังทำงานกัน เรียกว่าน่าชมจนห้ามกระพริบตา ทุกเวลาแม้แต่บนโต๊ะอาหาร เขาจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอัตโนมัติ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> นอกจากนี้เรายังมีสมาชิกรุ่นอาวุโสที่เป็นหางเสือคอยงัดท้ายในระบบงานของเฮฮาศาสตร์ อาจารย์Handy อาจารย์บางทราย อาจารย์พิชัย อาจารย์บีแมน อาจารย์แสวง หมอวัลลพ ท่าน JJ อาจารย์แพนด้า ฯลฯ ท่านเหล่านี้เอาประสบการณ์ตรงมาช่วยแนะนำลูกหลานรุ่นกระเต๊าะ เพื่อสร้างทายาทตัวตายตัวแทน ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่าBlog เป็นตะเกียงอาละดินสำหรับผม ต้องการอะไรก็เรียกหาได้ทันที เรายังมีเพื่อนที่คอยห่วงหาอาทรกันอีกมาก คุณต้อมที่อยู่เชียงใหม่มาร่วมงานไม่ได้ เธอวางแผนทำของที่ระลึกเป็นการ์ดและหนังสือทำมือฝากทุกคนที่เธอรู้จักทางBlog เอากับเธอสิ..พวกเรานะจังงังกับวิธีผูกสัมพันธไมตรีของเธอมาก ทุกคนพูดถึงเธอ อยากเห็นหน้าเธอ คิดถึงเธอ โธ่ต้อม เธอมาเหมือนสายลม วูบมาไม่พบใครได้แต่ฝากของไว้ให้ดูต่างหน้า เธอเป็นคนหรือเป็นเทพธิดา..นะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="justify"> เขียนไปก็ยาวยืด เพราะผมก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่รู้สึกว่า ถ้าได้พบกันปีละครั้งสองครั้งพวกเราน่าจะอายุยืนและมีความสุขยิ่งขึ้น ท่านบางทรายครับBlog เป็นเครื่องมือผลิตความสุข ความอบอุ่น และความรุ่งเรืองให้กับชีวิตพวกเราด้วยละครับ ตอนแรกนึกว่ามันเป็นสารคลายเครียด แต่ตอนนี้มันเป็นอย่างที่เล่าไว้ข้างบนนั้นจริ๊งจริง ยังมีตกค้างอีกหลายประเด็น ขอส่งท้ายเรื่องทำไมคนอื่นไม่เข้ามาหวีดวายกระตู้วู้กับเรา ยังทำเหมือนคนแปลกหน้า.. </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ถึงจะจัดละลายพฤติกรรมยังไงก็เถอะ มันก็ยังเกิดสถานเพียงแค่รู้จักที่เป็นทางการ ยิ่งมาเห็นพฤติการณ์ของBloggersที่เหมือนจะล้นทะลักกับความสุขแบบลืมโลก ซูซานวิจารณ์ว่า เราเหมือนพวกหลงปลื้มกันเองจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง</p><p align="justify"> การที่จะเข้ามาอยู่ตรงนี้ได้..สมาชิกก๊วนจะต้องผ่านการคัดกรองด้วยกลไกของBlogมาระดับหนึ่ง ถ้าให้เร็วก็ต้องเข้าค่ายเฮฮาศาสตร์หรือมีกิจกรรมร่วมกัน กัลยาณมิตรแห่งBloggersจึงจะเข้าแถวมาร้อยเรียงกันได้อย่างเนียนแน่น แสดงว่าวิธีที่ดูเหมือนสนุกง่ายๆของพวกเรา แต่ถ้าใจไม่ได้มาตรฐานก็ยากที่จะฝ่าด่านอรหันต์ทองคำเข้ามาได้ </p><p align="justify">สารประโยชน์ของเรายังน้อยนิด เพราะอยู่ในช่วงตั้งไข่ ดังนั้นสังคมไม่ควรจะมาคาดหวังอะไรกับกลุ่มเราทั้งสิ้น เราจะคิดและทำกันเองอย่างอิสระ นึกอยากทำก็จะทำ ถ้าทำกับองค์กรหรือเจ้าภาพที่ไม่ชอบมาพากลเราก็จะไปตามวิถีทางของเรา ไม่มีใบสั่งใดมามีอำนาจเหนือเรา เราอยากจะหลุดพ้นสังคมตอแหล สังคมทฤษฎี เบื่อพวกวิชามารและเสียงเห่าใบตองแห้ง เข้าไปอยู่ในโลกเฮฮาศาสตร์บ้านหลังใหม่ที่อบอุ่น พัฒนาความพึงพอใจ ไปสร้างเสริมความเข้าใจ ให้ไปเป็นความตั้งใจที่จะทำอะไรร่วมกัน ธุจ้า.. </p>
สวัสดีคะพ่อครู เหนื่อยหรือเปล่าค่ะในการเดินทาง KM เชียงใหม่คำพูดที่พ่อครูบรรยายในงาน ความหมายลึกซึ้ง ล้ำค่ามากคะ
หลังเสร็จงานสัมมนาเล่นเอาผมน๊อคเหมือนกัน เพิ่งตื่นเมื่อสักครู่ แต่ก็นอนหลับฝันดีตลอดครับ
บางทีก็เหมือนฝัน และบางครั้งก็เป็นเรื่องจริง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใครจะเข้าใจเท่า Blogger เข้าใจ ทุกอย่างมันใช้ "หัวใจ" ในการแสดงออก
บรรยากาศงานใหญ่ ใครว่าไม่เหนื่อย มันเหนื่อยแต่มันสุข มันสุขจนลืมเหนื่อย...ช่วงเวลา 3 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเร็วกว่าปกติ ครับ
ผมประทับใจมากที่ได้กราบ ได้กอด และคุยกับคุณพ่อครับ ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้มีอีกมากมาย-มหาศาล
น้ำที่ครึ่งแก้วผม กลับลดลงเรื่อยๆ ผมรู้สึกตัวเองโง่มากกว่าที่เป็นอยู่ พลังในการอยากเรียนรู้ของผมเร่งสปีดเกินมาตรวัดเสียแล้ว
ไม่มีพลังใดที่จะเข้มแข็งและไพศาลเหมือนพลังปัญญาและการสะสมปัญญาก็ใช้เวลา+ใจ+ความรู้+ประสบการณ์ ผมได้เดินทงเข้ามาแล้วครับ แต่ก็ยาวใกลสำหรับเส้นทางสายนี้
เป็นกุศลอย่างที่สุดครับที่ได้ร่วมทำงาน ร่วมใจ ร่วมจิต กับมิตรรัก คนดีศรีสังคม
ผมขอให้กำลังใจทุกท่านนะครับ และระลึกเสมอว่า "ความดีสวยงามเสมอ"
และอีกภาพครับ
พ่อครู ขา
สวัสดีค่ะพ่อฯ
จากงานนี้ หลาย ๆ คนคงจะเห็นถึงศักยภาพของคนพันธ์บล็อก อย่างเรา ๆ นะคะพ่อ
คนพันธ์บล็อก ที่ทำงานด้วยใจสั่งมา ไม่ต้องอาศัยคำสั่งแต่งตั้งกรรมการใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ต้องมีรายงานการประชุม ทำงานด้วยใจ ทุกอย่างจึงราบรื่น
อยากให้กระบวนการทำงานใหญ่ ๆ ปฎิวัติรูปแบบการทำงานกันได้แล้ว เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไป จึงไม่ได้เห็นกระบวนการทำงานดี ๆ แบบนี้ ฝากพ่อถ่ายทอดเรื่องราวดี ๆ แบบนี้ ผ่านเวทีที่พ่อมีโอกาสแวะเวียนไปให้ความเห็นด้วยนะคะ
ภาพข้างบนขอตั้งชื่อว่า....."ชายสามวัยแต่หัวใจตรงกัน"...ค่ะ.....
พี่ติ๋วขา
ชายสามวัย หรือชาย สว.
หนูสับสนค่ะ
ไม่แน่ในว่าคำย่อเป็นคำไหน
อิอิ
ครูบาที่เคารพ
กราบขอบพระคุณที่ให้ความกรุณาหลายๆเรื่อง รวมทั้งยังกรุณาไปเผื่อแผ่ให้กับเพื่อนรักด้วยค่ะ
ครูอึ่งบอกว่า การมาของครูบา อาจารย์ Handy อาจารย์ขจิต คุณทวีสิน น้องเอก และน้องอึ่งอ๊อบ เป็นขวัญและกำลังใจกับคณะครูมากค่ะ
ขอชื่นชมและ อิจฉาจริงๆเลยค่ะ
เวทีนี้ หนิงไร้วาสนาอ่ะ
น้องอึ่งอ๊อบจ๋า
พ่อครูบา เจ้าขา
ตายแล้ว!...น้องหนิงมาหน้าบ้านพ่อครูบา
ดังนั้นสังคมไม่ควรจะมาคาดหวังอะไรกับกลุ่มเราทั้งสิ้น เราจะคิดและทำกันเองอย่างอิสระ นึกอยากทำก็จะทำ ถ้าทำกับองค์กรหรือเจ้าภาพที่ไม่ชอบมาพากลเราก็จะไปตามวิถีทางของเรา ไม่มีใบสั่งใดมามีอำนาจเหนือเรา เราอยากจะหลุดพ้นสังคมตอแหล สังคมทฤษฎี เบื่อพวกวิชามารและเสียงเห่าใบตองแห้ง เข้าไปอยู่ในโลกเฮฮาศาสตร์บ้านหลังใหม่ที่อบอุ่น พัฒนาความพึงพอใจ ไปสร้างเสริมความเข้าใจ ให้ไปเป็นความตั้งใจที่จะทำอะไรร่วมกัน
มาอ่านแล้วอมยิ้มมมมมมมค่ะ เห็นด้วยอย่างแรง ^_^
ธุค่า ..
เห็นด้วยอย่างมาก ที่ครูบาฯบอกว่า Blog เป็นเครื่องมือผลิตความสุข ความอบอุ่น และความรุ่งเรืองให้กับชีวิตพวกเราด้วยละครับ ตอนแรกนึกว่ามันเป็นสารคลายเครียด เครื่องมือผลิตความสุขนี้ มีประสิทธิภาพมากๆค่ะ
" ใจสั่งมา " อธิบายยังไงคนที่ยังไม่ทะลุมาถึงตรงจุดนี้ได้ ก็ยากที่จะเข้าใจ bloggers อย่างพวกเรานะครับ ที่ได้ถอดหมวก ออกนอกกรอบ สลัดคราบหัวโขน ฯลฯ ออกหมดแล้ว มองสังคมส่วนรวมและเครือข่ายการพัฒนาร่วมกัน เห็นความสวยงามและเส้นทางอันแจ่มใสและยาวไกล...แต่ก็ยังพอเห็นทางสว่างนะครับ
ดีนะคะพ่อที่คืนนั้นเราประชุมกลับลำกันทัน เลิกเห่อกันเองซะที แต่กระนั้นก็ไม่วายตอนงานเลิกยังมีอาการต่อ ห้ามยาก ก็คนมันรักกันนิ อิ อิ
ภาพพี่เอกกับคุณพ่อนี่ฝีมือหนูเอง สวยดีแฮะ ส่วนภาพสามคนนี่ทำใจลำบาก ไม่รู้ว่าใครหล่อกว่าใคร ถ้าหนุ่มเท่ากันหมดนี่รับรองเป็นเรื่อง หุ หุ
พี่ติ๋ว พ่อครูบาฯ ท่านเป็นคนดี ท่านไม่ทำร้ายน้ำใจใครหรอก ท่านรู้ว่าพูดความจริงเดี๋ยวจะมีคนเสียใจ เหอๆๆ ล้อเล่นน่าพี่ หนูว่ารูปพี่คืนที่เป็นพิธีกรสวยเชียว taxi เอ้ย…เซ็กซี่มาก
ไปถึง ก็ยังคิดถึง
ถึงไม่เจอก็ยังคิดถึง
กลับมาแล้วก็คิดถึงทุกคนที่เชียงใหม่
เดินงัวเงียตามมากอดพ่อครูอีกหนนึง :)
คนดีนี่ กอดเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม
เสร็จงานอยากนอนสักสามวัน แต่งานไม่อนุญาต
เลยมานั่งยิ้มนกอยู่ที่ทำงาน
แอบงีบตอนประชุมอาศัยจังหวะคนพูดยาวๆเล็กน้อย
ฟังหัว ท้าย เข้าใจได้เหมือนกัน :)
สมกับเป็นสุดยอดผู้นำจริงๆค่ะ
แอบงีบตอนประชุมอาศัยจังหวะคนพูดยาวๆเล็กน้อย
ฟังหัว ท้าย เข้าใจได้เหมือนกัน :)
พวกเรา..อย่าไปบอกใครนะคะ