สวัสดีครับทุกท่าน หลายๆ ท่านคงกำลังถึงบ้าน หลายๆ ท่านคงกำลังเดินทางกลับบ้าน หลายๆ ท่านยังอยู่บนรถ ตามสถานีต่างๆ หลายๆ ท่าน อาจจะต้องหลับยาว และหลายๆ ท่านกำลังนั่งอยู่หน้าบล็อกเพื่อนำบทความมาเขียนกัน เพื่อให้น้ำใจและความสุขนั้นล้นออกมาเผื่อแผ่เพื่อนที่ไม่ได้ไปร่วมงาน สัมมนาที่ เชียงใหม่ ด้วยครับ ผมเองมองจากภายนอกในฐานะคนไกล เห็นแล้วก็สัมผัสบรรยากาศที่ดี สิ่งหนึ่งที่ผมชอบคือ การเจอกันและพูดกันอย่างไร้กำแพงกั้น อย่างคนที่เหมือนว่าเคยรู้จักการมาหลายๆ ปี หรือยิ่งกว่านั้นครับ หากถามว่าทำไม เราๆ ท่านๆ ถึงได้เจอกันอย่างรู้สึกดี เหมือนไม่เคยรู้สึกมาก่อน หรือว่าทำไมเราคุ้นหน้ากันเหมือนเคยเจอกันมาก่อน หรือว่าทำไมเราเจอกันแบบนี้ ดีกว่าบางคนที่เคยเจอและรู้จักกันจากภายนอกแบบทั่วๆ ไปหรือมีคนแนะนำให้รู้จักกันในโลกแห่งความจริง คำตอบหนึ่งที่ผมคิดว่าไม่น่าจะพลาดคือ การมีรูปแบบ หรือว่า แบบฟอร์มครับ หรือที่บางคนเรียกว่า มีฟอร์ม ซึ่งอาจจะบิดบังหรือเป็นกำแพงกั้นของความจริงใจ หรือมิตรภาพเหล่านั้น โดยไม่ได้ผ่านการปรับแนวคิดบางอย่างทางความคิดก่อนเจอกัน การพูดคุยแบบลดกำแพงกั้นนี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ บล็อกนะครับ แต่เป็นโปรแกรมอื่นๆ ก็เช่นกันนะครับที่ใช้ในการสื่อสาร ถามว่าทำไมในบล็อก โกทูโนว์ถึงเจอกันแล้วรู้สึกจริงใจดีต่อกันได้มากมายขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า คนที่เข้ามาเป็นสมาชิกในโกทูโนว์ นั้น ล้วนผ่านการกรองด้วยตัวเองมาแล้วระดับหนึ่ง กรองด้วยตัวเอง กรองด้วยสังคมของโกทูโนว์เอง การถกและแลกเปลี่ยนความรู้ต่อกัน การอ่านความเห็น ความคิดความอ่าน ระหว่างกันนั้น นำมาซึ่งความรู้สึกและเปิดใจยอมรับกัน มากขึ้น เพราะคนในโกทูโนว์ล้วนเป็นคนทำงานกันเป็นส่วนใหญ่ครับ ซึ่งจริงๆ แล้วในสังคมบอร์ดอื่นๆ ก็เช่นกัน สามารถจะหาความจริงใจแบบนี้ได้เช่นกัน อยู่ที่ว่าผู้เล่นหรือผู้สื่อจะใส่ความจริงใจนั้นลงไปในเนื้อหานั้นหรือไม่ หากใส่ลงไปเนื้อความนั้นจะทรงคุณค่ามากขึ้น ถามว่าหลายๆ บอร์ดที่มีอยู่ในโลกนี้ จะมีทั้งบอร์ดดี และบางที่ก็ตำหนิหรือด่า ใส่ร้ายกัน ซึ่งจะแตกต่างกันไปครับ ในโกทูโนว์เองจะมีการกรองกันเองในตัวผู้เขียนและสิ่งที่คิดว่าตรงนี้ คือสังคมแห่งการให้ ให้ด้วยความจริงใจ ถกกันด้วยความมีน้ำใจ เปิดใจกว้างในการแลกเปลี่ยน สิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้น ดังนั้นการเจอกันในแบบ หน้าถึงหน้า ตาต่อตา กอดต่อกอด จึงเกิดได้ง่าย เพราะเมื่อเจอกันไม่มีกำแพงกั้น ก็พูดได้เต็มที่ แต่การเจอกันแบบโลกความจริงก็เช่นกัน หากเจอกันด้วยความจริงใจ มอบมิตรภาพที่ดี เราก็จะเจอเพื่อนดีตลอดไป สิ่งเหล่านี้ ผมว่าตัวผมเองเจอมาเยอะพอสมควรเหมือนกันครับ ในระบบโปรแกรมพูดคุยหรือการถกกันผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพราะผมคิดว่า หากจะพูดกันแบบหลอกๆ กัน มันเสียเวลามากๆ เลยครับ ดังนั้น หากพูดกันด้วยความจริงใจ เราก็ไม่เสียเวลาพูดแถมได้เพื่อนที่ดี รู้จักกัน เป็นเครือข่ายที่ดีต่อกันครับ ผมดีใจครับ ที่เห็นงานสำเร็จไปได้ด้วยดี คิดว่าคงมีบทความให้ประเมินผลกันทั้งผู้เข้าร่วมและผู้ไม่ได้เข้าร่วม ซึ่งเป็นการแลกเปลี่่ยนเรียนรู้กันแบบเต็มที่ที่น่าจะประทับใจ ส่วนรายละเอียดนั้น ท่านๆ คงตามอ่านกันอยู่แล้วนะครับ ในส่วนตัวผมนั้น ผมคิดว่าโกทูโนว์เองเดินทางมาสู่ในระดับ M2M คือ Mind to Mind ใจถึงใจ มิตรภาพถึงกันแล้วครับ พลังที่จะทำสิ่งดีๆร่วมกันต่อไปคงเกิดได้ไม่ยากครับ อยู่ที่ว่าเราจะสานต่อและนำสิ่งดีๆ นั้นลงถึงพื้นสังคมและชุมชนได้อย่างไรครับ การจะให้ความรู้หรือสิ่งดีๆ ในบล็อกลงถึงชุมชนได้นั้น จำเป็นต้องมีคนกลางระหว่างนั้น ที่เข้าถึงทั้งบล็อกและชุมชน ไว้ผมจะเขียนบทความใหม่ สนองในส่วนนี้ครับ หากมีสิ่งใดผมมองผิดพลาดไป ขออภัยด้วยครับ และยินดีแลกเปลี่ยนกับทุกความเห็นครับผม ปล....เือื้อเฟื้อภาพจากเพื่อนเอก...ครับ ขอแสดงความนับถือครับ เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
สวัสดีครับ
....มาขอกันที่ท่าน พี่บ่าวเม้งไว้ก่อนค่ะ ช้า ๆ อดได้เฟิสต์คิว ..ยิ่งขายดิบขายดีขาดแผงอยู่ด้วย...
"JasmiN"
สวัสดีครับน้องเม้ง
ขอบคุณครับที่ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกนี้แทนใจใครหลาย ๆ คน รวมทั้งพี่ด้วยครับ
</ul>
สวัสดีครับ น้องเม้ง(ขออนุญาตเรียกน้อง)
ตามมาขอบคุณที่เขียนถึงงานสัมมนาคราวนี้ โดยยังไม่มีโอกาสได้รู้จักหน้าที่แท้จริงกันเลยครับ
แต่อ่านข้อความที่เขียนแล้ว สรุปได้ว่า...ใจเดียวกัน
เมื่อใจเดียวกันได้ ใจก็ถึงกันได้ครับ
หากอยู่ใกล้ก็จะกอดทันทีครับ
ขอกอดออนไลน์ ไปก่อนก็แล้วกันครับ :)
ชอบใจวิธีรายงานข่าวอันฉับไวและยอดเยิ่ยม พวกเราทางนี้ครางฮือเลยครับ
และชอบใจประโยคนี้ในบันทึก
...ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัว เป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ ให้บริสุทธิ์"
มากเลยครับ
</ul>
</ul>
</ul>
สวัสดีครับน้องเม้ง
หาก Blogger ไม่ได้เอาใจเข้าหากันก็คงไม่มีความรู้สึกดีดีต่อกัน ไม่มีคำพูดดีดีต่อกัน และคงไม่ได้เห็นการกอดต่อกันนะ สิ่งที่แสดงออกเช่นนั้น และภาพที่เราเห็นกันนั้นแสดงถึง ความรู้สึกบริสุทธิที่ดีต่อกัน พี่เชื่อเช่นนั้น ยกเว้นบางท่านอยากจะกอดแต่ยังสลัดความรู้สึกเขินๆไม่หลุด ก็มีบ้าง เช่น พี่เป็นต้น
หากถามตัวเองว่าที่ก้าวเข้ามาตรงนี้ คิดอย่างไรตั้งแต่ต้น พี่เคยไป blog อื่นมาแล้วครับ แต่แค่วันเดียวก็ต้องถอยกลับ "เพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่" และน้องกาเหว่ามาแนะนำก็เข้ามาแบบเก้ๆกังๆ แต่ก็ชอบ และพึงพอใจ ต่อมา จึงเขียนออกมาได้ค่อนข้างติดต่อยกเว้นช่วงที่ติดงานยุ่งจริงๆ
มันมีแบบอย่างที่ดีที่พ่อครูบาทำไว้ และพี่ก็ชื่นชมท่าน ท่านจึงเรียกอาศรมของท่านว่า เฮฮาศาสตร์ คือ ทำเรื่องวิชาการให้เป็นเรื่องสนุกสนาน ง่ายๆ ติดดิน และสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนที่ไม่เครียด จนบีบภาวะสร้างสรรคของสมองไปหมด นี่เองคือสิ่งที่พ่อครูบาท่านสร้างไว้ และก็มีเพื่อนๆเข้าไปเชื่อมท่านมากมาย และพี่ก็เชื่อมั่นว่านี่แหละคือรูปแบบหนึ่งที่ลดความมีตัวตนลงมาครับ พี่จึงตัดสินใจเดินทางไปบ้านท่าน พร้อมอาจารย์แป๋ว และอีกจำนวนมาก ดังที่พี่เองก็เขียนรายงานไว้หลายตอน
พี่เห็นด้วยที่ลดกำแพง แต่ลดไม่หมดครับ ที่ลดไม่หมดมิใช่เหตุผลอื่นใด เป็นเหตุผลเดียวคือ ต้องมีกำแพงสำนึกสาธารณะ พี่ไม่เห็นด้วยที่พี่นึกอย่างไรก็พูด ก็กล่าวออกมาตรงๆ ซึ่งอาจจะไม่มีกำแพงจริงแต่จะกลายเป็นคำกล่าวที่ไปกระทบท่านอื่นๆไปทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ ตั้งตรงและอ้อม ดังนั้นกำแพงในความหมายพี่คือ สำนึกสาธารณะที่ยังต้องมีกำแพงนี้อยู่ หรืออาจจะเรียกอย่างอื่นก็ได้ที่ไม่ใช่กำแพง ตอนนี้นึกไม่ออกว่าควรจะเรียกว่าอะไรครับ
พี่ศรัทธาเวทีนี้ อย่างที่พี่เคยกล่าวไว้ว่า
นี่เองพี่จึงเห็นว่าเวทีนี้สุดยอดครับ
ที่ได้มากกว่าประเด็นดังกล่าวมีเพิ่มขึ้นมาหลายเรื่อง เช่น ได้เพื่อนมากขึ้น ได้คู่คิดมากขึ้น ได้เรียนรู้จากท่านอื่นๆมากขึ้น และ ฯลฯ
ท่านครูบาเห็นเรื่องนี้มานาน และท่านมองไปข้างหน้าอีกไกล มองไปในอนาคต ท่านแหย่ตั้งหลายครั้งในทำนองว่า "เรามาทำอะไรร่วมกันดีกว่า ที่ดีดีต่อสังคม..." เพราะท่านเห็นพลัง ท่านเห็นการเข้ามาจับมือกันด้วยใจอย่างที่ "แบบทางการ" ไม่มี พี่เห็นประเด็นนี้ และเห็นด้วยกับท่านจึง ลองตั้งคำถามดูเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ในใจพี่นึกว่า พลังนี้สามารถร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ระบบปกติทำไม่ได้น่ะครับ
เวที KM เชียงใหม่ และที่อื่นๆที่กำลังจัดขึ้นมา และจะจัดขึ้นมาในอนาคต เป็นการสร้างเวที เป็นการสร้างโอกาสให้ชาว Blog มาพบปะกัน เป็นการจัดเวทีให้ผู้สนใจหน้าใหม่ก้าวเข้ามาบนเวทีนี้ เป็นการดี และควรจะจัดในหลายๆรูปแบบด้วย อย่างเช่นที่ท่านครูบาจัดเล็กๆ กระชับที่อาศรมของท่าน
พี่เห็นด้วยกับน้องเม้งครับ
</ul>พี่ศรัทธาเวทีนี้ อย่างที่พี่เคยกล่าวไว้ว่า <ul>
</ul><p>ผมมองว่า วิชาการกับชุมชน จะถึงกันได้จะต้องมีสื่อกลาง คือคนเข้าใจระบบทั้งสองส่วน แม้ว่าวิชาการก็อยู่ในสังคมนั่นหล่ะครับ แต่เราทำลายคำตอบในธรรมชาติจนทุกวันนี้ เราไม่มีคำตอบเหล่านั้นเหลือให้เห็นเลยครับ เราเลยมาตกอยู่ในสภาพที่ต้องตั้งคำถามเพื่อวิ่งไปหาคำตอบเดิมครับ (ไว้ผมจะค่อยเขียนอธิบายไว้ในบันทึกอื่นครับ)</p><p> ในเวทีที่เชียงใหม่เป็นการรวมพลังใจ มิตรภาพให้เข้ากัน แล้วกวนกันเป็นเนื้อเดียวกัน ที่พร้อมจะเข้าถึงแล้วผมก็เชื่อว่าวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้จะลงถึงสังคม หรือชุมชนครับ แม้ว่าการทำงานจะมีหลายๆ ระดับก็ตามครับ แต่ท้ายสุดก็ควรจะลงถึงชุมชน หรือเซลล์ครอบครัวครับ</p><p>พี่บางทรายก็เป็นตัวอย่างที่ดี อีกตัวอย่างหนึ่งครับ ในการร่วมเชื่อมต่อวงจรเหล่านี้ครับ ส่วนแผนของผมจะร่วมวิจัยกับพ่อแม่กันซักยกก่อนครับ แล้วทำควบคู่ไปกับหน้าที่หลักที่ต้องทำครับ… </p><p>ขอบคุณพี่มากๆ เลยครับ </p>
สวัสดีค่ะน้องเม้ง
อ่านบันทึกที่เม้งเขียนจากใจนี้แล้วรู้สึกชื่นใจดีจังค่ะ เพราะได้อ่านคำ และได้เห็นภาพ(ที่น้องเอกส่งมา) ซึ่งสัมผัสได้ว่าออกมา "จากใจ" จริงๆ
คำและภาพที่ออกมาจากใจที่ "รักและปรารถนาดีต่อกัน"นั้น แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็จะ"ประทับอยู่ในใจ"ต่อไปอีกนานแสนนาน
และจะเป็นพลังใจให้ไปสร้างความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน ด้วยความบริสุทธิ์ใจในที่อื่นๆอีก เพราะได้สัมผัสกับการสื่อสาร"ด้วยจิตใจที่ปรารถนาดีต่อกัน"อย่างบริสุทธิ์ใจมาแล้ว
การสื่อสารทำให้เกิดสิ่งดีในชีวิต และ"สร้าง"จิตใจที่ดีงามได้ การสื่อสารแบบ "สัมผัสด้วยหัวใจ" แบบที่น้องเบิร์ดเคยบอก จะหล่อเลี้ยงและสืบทอด "หัวใจมนุษย์"ไว้
เพราะไม่ว่ามนุษย์จะสื่อสารกันด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว หัวใจของการสื่อสาร เพื่อความเป็นมนุษย์ คือการสื่อสารเพื่อที่จะได้ "รู้จัก เข้าใจ และรัก" : )
พี่แอมป์สรุป"จากใจ"ได้เช่นนั้นนะคะ : )
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
แอมแปร์ประทับใจความเห็นของพี่มากค่ะ
พี่บางทรายพูดถึง "สำนึกสาธารณะที่ยังต้องมี" ....ทำให้แอมแปร์นึกถึงคำว่า "วุฒิภาวะในการสื่อสาร" นะคะ
ไม่ทราบว่าพอจะใกล้เคียงกับคำที่พี่บางทรายนึกถึงไหมคะ : )
เพราะไม่ว่ามนุษย์จะสื่อสารกันด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว หัวใจของการสื่อสาร เพื่อความเป็นมนุษย์ คือการสื่อสารเพื่อที่จะได้ "รู้จัก เข้าใจ และรัก" : )
</ul>
สวัสดีคับ คุณเม้ง
ผมเพิ่งเป็นสมาชิก gotoknow ได้ไม่นาน แต่ก็รู้สึกดีมากๆคับ ที่ในสังคมนี้มีผู้มีความรู้ มาคอยให้ความช่วยเหลือ แนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หวังว่าโอกาสหน้าคงมีโอกาสได้พบเจอกันแบบตัวเป็นๆด้วยนะคับ (แต่แค่ได้เจอในบล็อกก็ซึ้งใจแล้วคร๊าบ) ขอบคุณมากคร๊าบ
</ul>
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณครูแอน Lioness_ann
รักกันไม่รู้จบ
พานพบอย่างรู้ใจ
ตัวหนังสือสื่อสายใย
สนิทแน่นสนิทใน, ใจดวงเดียว
....
มิตรภาพและความรักใน G2K มหัศจรรย์จริง ๆ ...ครับ
</ul>
<p>รักกันไม่รู้จบ</p><p>พานพบอย่างรู้ใจ</p><p>ตัวหนังสือสื่อสายใย</p><p>สนิทแน่นสนิทใน, ใจดวงเดียว</p><ul>
</ul>