ร.ร.พิปูนสังฆรักษ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เป็นสอนระดับมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งของอำเภอพิปูน มีแนวคิดและไอเดียดี ๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน และเสาะหาเพชรเม็ดงามแห่งเยาวชนรุ่นใหม่ ด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส..

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ตัวเองไม่ได้เป็นนักเขียนเลยสักนิด แต่บอกตัวเองว่า ต้องเขียน ... เขียนเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้แนวทางบางอย่างที่ได้ไปพบ ไปเจอ และสัมผัสมากับตัวเอง

สำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลายที่ศึกษาอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรือเขตปริมณฑล หรือแม้กระทั่งนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในตัวจังหวัด การเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมากมายที่จะเสาะแสวงหาแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากความศิวิไลท์และความเจริญก้าวหน้า ก็จะพาแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ตามมาด้วย แต่สำหรับนักเรียนที่นี่ โรงเรียนพิปูนสังฆรักษ์ โรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดเกือบร้อยกิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องง่ายดายนักที่จะมีแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ใช่ภาษาหลักของเราเอง...แต่เนื่องจากแนวคิดดี ๆ ของคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน ตลอดจนถึงชุมชน ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาของเยาวชน จึงทำให้โรงเรียนพิปูนสังฆรักษ์ ค้นพบวิธีการ และช่องทางในการเรียนรู้ใหม่ให้กับนักเรียน... ปรับเปลี่ยน "วิกฤต" ให้เป็น "โอกาส" ที่จะให้นักเรียนที่รัก ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด มากที่สุดเท่าที่ครูและสถานศึกษาแห่งนี้จะเอื้ออำนวยต่อศิษย์ที่รักได้

โรงเรียนแห่งนี้ อาจจะเทียบไม่ได้เลยกับโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีความพร้อมในการด้านการจัดการเรียนสอนภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมในด้านของครูเจ้าของภาษา และสื่อต่าง ๆ ที่ทันสมัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ แต่โรงเรียนแห่งนี้ ทำให้ดิฉันรู้สึกว่า...ทุกอย่างต้องมี "เริ่มต้น" ต้องเริ่มที่ "เปลี่ยนความคิด" และ "เสาะแสวงหาโอกาส" และที่สำคัญ คงเป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะให้ "ศิษย์" ได้รับโอกาสที่จะได้รับการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพของโรงเรียนที่จะจัดหาให้กับศิษย์ได้

เกริ่นมาก็นาน ยังไม่ได้เข้าเรื่องสักที...เดี๋ยวท่านที่อ่านจะรำคาญกันเสียก่อน ... เรื่องของเรื่องก็คือว่า วันนี้ ที่หน่วยงานของดิฉัน มีการประเมินเพื่อเลื่อนระดับของผู้บริหาร หน่วยงานของเราก็ให้โอกาสโรงเรียนในสังกัดได้แสดงผลงานของนักเรียน และโรงเรียน ต่อคณะกรรมการประเมินในครั้งนี้ มีเรื่องราวดี ๆ และน่าสนใจอยู่หลายบูธ เพราะล้วนแล้วแต่คัดสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ชมกัน แต่ดิฉันมาสะดุดกับโรงเรียนนี้เพราะว่า ดิฉันทราบดีว่านักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ที่กำลังสนทนากับศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่งอยู่ตรงหน้านั้น ครั้งหนึ่งดิฉันเคยเข้าไปแลกเปลี่ยนความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาครั้งหนึ่งแล้ว (ประมาณ 2 ปี เห็นจะได้) จำได้ว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนมัธยมฯ มีครูไม่มากมายนัก นักเรียนก็เข้าขั้นที่เรียกได้ว่า "มาก" แต่ที่ฉงนก็คือ ทำไมนักเรียนถึงพูดจาแนะนำโรงเรียนและผลงานตรงหน้าให้แก่ศึกษานิเทศก์ท่านนั้น ด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องปรืดเลย... พอได้จังหวะก็เลยเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามบ้าง สนทนากับน้อง ๆ นักเรียนด้วยภาษาเดียวกัน สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นเรื่องที่น่าแปลก (สำหรับตัวเองนะคะ) ที่บอกว่าแปลกเพราะน้อง ๆ เค้าไม่มีทีท่าจะตกใจ แถมตอบคำถามข้าพเจ้าได้เป็นอย่างดี ก็เลยยืนคุยกับน้อง ๆ นักเรียนอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะกลับไปทำงานในหน้าที่ของข้าพเจ้าอีกครั้ง ก็ได้คุยกับอาจารย์ที่รับผิดชอบทราบว่า หนึ่งในสองคนนี้ ได้รับโควต้า เข้าเรียนระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ วิชาเอกภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซะด้วย.. ชื่นชมยินดีจริง ๆ เลย...

วันนี้ ดิฉันไม่ได้ติดซีดีภาพมาด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเขียนต่อ ตอนที่ 2 ละกันนะคะ จะเล่าวิธีการต่าง ๆ ที่อาจารย์ท่านนี้บอกเล่าให้ฟังกันคะ