คืนนี้จึงจบลงด้วยความมึน

วันที่ 11 สิงหาคม 2550

วันนี้เป็นวันเสาร์ของสัปดาห์ที่ 14 นับถอยหลังไปก็เหลืออีก 95 วันครับ ผมตั้งเวลาตื่นนอนไว้ราว 7 โมง เพราะว่าจะไป round ประมาณ 8 โมงเช้า ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายมาก เพราะว่าไม่สามารถกะประมาณเวลาได้เลย บางวันนั่งตั้งนานก็ไม่มีของเสียปล่อยออก บางวันใช้เวลานานมาก ขอย้ำว่านานมาก อาจล่วงไปถึง 45 นาที นั่งอ่านหนังสือไปได้เรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทีก็ตูดชา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                หมอชาฟาลีมาค่อนข้างสาย เกือบ 9 โมงครึ่ง เราจึง round เสร็จเวลา 11 โมง เล่นเอานาตาลีหงุดหงิด เพราะว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ เธอต้องการพักผ่อนมากกว่ามาทำงาน ส่วนตัวผมเองนั้นรู้สึกเฉยๆ เพราะว่ากลับที่พักก็ไม่มีอะไรทำนอกจากเปิดคอมพิวเตอร์ ดูทีวี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมได้มีโอกาสเปิด DVD บันทึกการแสดงคอนเสิร์ตของ Jennifer Kim ตอน Snow Kim กับผู้ชายทั้ง 7 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ เนื่องจากสัปดาห์นี้ผมได้อ่านหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ เขาวิจารณ์หนังเรื่อง ตั๊ดสู้ฟุต ซึ่งเป็นหนังตลกหยาบ โก๊ะตี๋ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงเรื่องนี้ เขาวิจารณ์ว่าโก๊ะตี๋สามารถตลกได้โดยไม่ต้องเล่นหยาบ อย่างในคอนเสิร์ตนี้ เขาร่วมแสดงได้ดีมากๆ ผมจึงอยากดู และพระเจ้าก็ประทานมาให้ผมได้ดูจริงๆ บอกได้เลยว่าสนุกมาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                นั่งๆนอนๆ หลับๆตื่นๆ จนประมาณ 5 โมงครึ่งพี่โต้งก็โทรมา บอกว่าวันนี้จะพาไปกินเบียร์ด้วยกัน ผมเลยตัดสินใจตอบรับทันทีด้วยความไม่ขัดเขินเพราะชอบเบียร์มาก เรานัดเจอกันที่ศูนย์อาหาร Wisma Atria ย่าน Orchard ผมอยากกินสเต๊กเนื้อครับ แต่พบว่าเขาไม่ขายในวันนี้ เดือนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อยากกินอะไรมักไม่ค่อยได้กิน อยากกินซุปปลาข้างที่พัก เขาก็ไม่เคยขายเมื่ออยากกินเลย บางทีปิดก่อน บางทีไม่มีคนขาย อยากกินก๋วยจั๊บ ก็ปิดตลอด 4-5 วันที่ผ่านมานี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมเลือกกินก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารแนะนำของที่นี่ ลักษณะเส้นคล้ายเส้นขนมจีนแต่เหนียวกว่า เขาผัดเหมือนผัดไทยเลยครับ แต่รสชาติผิดกันลิบลับ อร่อยนะครับเดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าลิบลับคือกินไม่ลง รสชาติต่างสไตล์ครับ อร่อยได้ในราคา 4 เหรียญ (คูณ 23 ดูสิครับ) จากนั้นเราจึงลงไปเดินเล่นที่หน้าห้าง Takashiyama เป็นแหล่งรวมของวัยรุ่นที่นี่ครับ คืนนี้ผมได้ดูศิลปินชาวละติอเมริกา 3 คนมาเล่นคอนเสิร์ตบนทางเดินด้วยเครื่องคนตรีเป่า เช่นขลุ่ย และที่คล้ายแคน เขาเล่นได้ประทับใจผมมาก มีเด็กคนหนึ่งอายุราว 1 ขวบ นั่งรถเข็นไปดูไปตบมือตามจังหวะไปด้วย น่ารักมากครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เราเดินกันตั้งแต่ต้นสายสถานีรถไฟฟ้า Orchard ไปจนสุดทางที่สถานี Dhoby Ghaut เดินกันไกล แต่ไม่เหนื่อยเพราะชินซะแล้ว ข้ามถนนตัดไปที่ถนน Prinsep ซึ่งเป็นถนนที่แยกออกจากถนน Selegie ที่พุ่งตรงไปยัง Little India เห็นไหมครับว่าบ้านผมอยู่ใกล้ Orchard แค่ไหน ไม่มีอะไรไกลในสิงคโปร์ครับ นี่เป็นคำขวัญของสมาคมนักเรียนไทยของผม ฮา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เรามาที่ร้านแห่งหนึ่ง (ขอโทษทีที่จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว) เป็นตึกแถวทรงจีนโบราณ เป็นร้านที่ภรรยาเจ้าของเป็นคนไทย ผับเขาเน้นดนตรีบลูครับ แต่เรามาเร็วไปนิดจึงยังไม่มีดนตรี ผมสั่งเบียร์ดำมาดื่ม นั่งดูในร้านก็พบรูปพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีของเราติดอยู่ด้วย ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่าท่านทรงเป็นนักดนตรีบลู เขาจึงเอารูปมาติดไว้ หรืออีกอย่างก็คงเป็นเพราะภรรยาเจ้าของร้านเอามาติด ในผับเขาห้ามสูบบุหรี่นะครับ ผมเลยนั่งอย่างสบายปอด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เวลา 4 ทุ่มจึงเริ่มมีการแสดงดนตรี เป็นดนตรีบลูที่เจ้าของร้านเล่นเอง ฝรั่ง 2 คนเป็นลูกวง คนสิงคโปร์อีกคนเป่า mouth organ ผมเองไม่ค่อยชอบบลูหรอกครับ แต่เมื่อได้ดูการแสดงสดไม่ว่าจะเป็นดนตรีอะไรผมชอบทั้งนั้น เขาเล่นอยู่ราว 1 ชั่วโมงก็ถึงคิวของ folksong จากนักร้องชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งคนนี้ผมให้ 10 คะแนนเต็ม เพราะเขาเล่นกีตาร์เก่งมาก ร้องเพลงก็เพราะสำเนียงดีมาก ตั้งแต่ 5 ทุ่มจนถึงตี 2 ผมมีความสุขมากกับเพลงเก่าๆย้อนยุค (ในร้านนี้มีแต่คนอายุรุ่นอาผมทั้งนั้นครับ หาเด็กวัยรุ่นยากมาก เพราะเน้นเพลงเก่า) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เกือบตี 2 จึงได้เวลากลับ พี่โต้งและเท้งเดินมาส่งผมถึงที่พักครับ เขาทั้ง 2 ก็ขึ้นแท็กซี่กลับ พี่โต้งกลับไม่ไหวต้องนอนที่ห้องเท้งครับ คืนนี้จึงจบลงด้วยความมึน