ความสะดวกสบายมักจะเป็นปฏิภาคกลับกับการรักการเรียนรู้ - ชอบสู้ของยาก
นานมาแล้ว ผมได้ไปปลดปล่อยความเห็นไว้ใน บันทึกนี้ ของ ดร. แสวง รวยสูงเนิน เกี่ยวกับสาเหตุที่น่าจะทำให้ การเรียนการสอนในยุคปัจจุบันมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการไม่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ของคนรุ่นใหม่ ยกมาวางทั้งแผงเลย จะมีดังนี้ครับ
ขอปลอมตัวเป็นนักศึกษามาตอบอีกคนครับ
ทั้งหมดที่กล่าวถึงในบันทึกนี้คือข้อเท็จจริงที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบันครับ
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งนำความคล่องตัว ความสะดวกสบายมาให้คน เป็นเครื่องทำลายโอกาสการเรียนรู้ไปด้วยพร้อมๆกัน
ความสะดวกสบายมักจะเป็นปฏิภาคกลับกับการรักการเรียนรู้ - ชอบสู้ของยาก
เข้าทำนอง ยิ่งสะดวกสบาย ยิ่งขี้เกียจครับ
สาเหตุอาจเป็นเพราะ ...
-
ถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตั้งแต่เล็กๆ อยากได้อะไรก็ได้มาง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรง หรือใช้ความรู้ความคิดอะไร เรียกว่า ชอบและชินกับความง่ายๆ จนเกิดเป็นของใหม่ประจำใจประจำกาย คือ ความมักง่าย กันทั้งบ้านทั้งเมือง
-
ระบบการเรียนการสอนที่เน้นการท่องจำเนื้อหา ในปริมาณที่มากเกินจำเป็น โดยไม่นำพาต่อกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริงว่าคือการปฏิบัติ และปฏิบัติด้วยใจรักศรัทธาต่อสิ่งที่เรียน ด้วยเห็นคุณค่าชัดแจ้ง รู้อยู่ตลอดเวลาว่า เรียนไปทำไม
-
คนรุ่นใหม่โชคร้ายที่มีความสะดวกสบายเป็นเพื่อน ต่างจากรุ่นเก่าๆเช่นเราคือผมและอาจารย์เป็นต้น ที่มีความยากลำบาก ความขัดสน ความขาดแคลนเป็นเพื่อน จึงชอบคิดชอบหาคำตอบ ชอบการท้าทาย (ของงานนะ ครับไม่ใช่คน) เรา โชคดีที่เคยลำบาก
- การเรียนรู้ที่ผูเรียนไม่ได้ไม่ได้ผ่านสถานการณ์ที่เป็นความยากลำบาก จึงน่าเป็นห่วงเสมอ ว่า คนยิ่งเรียนจะยิ่งหยิบโหย่งและอ่อนแอ.
มายกมือสนับสนุนเห็นด้วยกับทุกข้อข้างต้นค่ะ
เป็นกรรมของเด็กๆ ยุคใหม่นี้ค่ะ ที่สถานการณ์ไม่ส่งเสริมให้เป็นคนไฝ่รู้ไฝ่เรียน แถมมีตัวอย่างคนรวยด้วยวิธีผิตๆ ไร้จริยธรรม แต่ยังได้รับการเชิดชูในสังคมเป็นจำนวนมาก (รวยไว้ก่อน มีคนยกมือไหว้กราบกรานเสมอ)
บทเรียนที่เด็กๆ ได้คือ ถ้า optimize หาผลประโยชน์ให้ได้สูงสุด โดยไม่คำนึงถึงการกระทำหรือวิธีการที่ใช้ แล้วลงทุนไปน้อยที่สุด ถึงจะเรียกว่าเก่งหรือฉลาดเท่านั้น T_T
ความหวังก็คือ ยังมีเด็กที่ดีๆ อยู่บ้างค่ะในบรรดาเด็กรุ่นใหม่นี้.. มีซ่อนๆ หลบๆ มุมอยู่บ้าง ไม่ค่อยปรากฏตัวบ่อยนัก ไม่โดดเด่น แต่แค่รู้ว่ามีอยู่บ้างก็เป็นกำลังใจให้คนสอนแล้วค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
ถ้ามองแบบนักปรับปรุงพันธุ์พืชก็คงต้องอ้างสมการนี้
P (การแสดงออก) = G (พันธุกรรม)+E (สภาพแวดล้อม)
พันธุกรรม เพราะลูกไม่สามารถเลือกเกิดได้ (แต่ความเป็นจริงแล้วเลือกได้...ตามกฏแห่งกรรม ประเด็นนี้คงต้องยกเว้นไว้)
สภาพแวดล้อม มีผลอย่างมากครับที่จะทำให้คนคนหนึ่งมีพฤติกรรมใฝ่รู้ ที่อาจารย์กล่าวไว้...ใช่เลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม หลายครั้งผมพบว่า สภาพแวดล้อมไม่ดี เราก็สามารถรอดพ้น ไม่ถูกกลืนไปตามสภาพแวดล้อมนั้นๆ เพราะ ใจ ของเราเอง
ขอบพระคุณครับ
เห็นด้วยทุกประการค่ะอาจารย์ Handy เพราะนักเรียนหลายๆ คน ไม่ชอบทำอะไรที่เป็นการค้นคว้าทดลอง หรือเรียนรู้อะไรที่ยากๆ ของ่ายเข้าไว้ หรือทำแบบเสร็จไปที ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร
พอชีวิตเจออุปสรรคก็โอดครวญ พ่อแม่ก็เออออ เลยยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
ทุกวันนี้ทำได้ก็แค่หยิบมือเดียว ได้แต่หวังว่าจะมีคนดีๆ พ่อแม่ดีๆ ครูดี เพื่อนดีๆ มาช่วยกันคนละไม้ละมือ รวมเป็นหนึ่งพลังอันยิ่งใหญ่ช่วยเด็กไทยบางคนให้รอดพ้นสิ่งร้าย ๆ
ก็คงต้องทบทวนกันใหม่ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ไม่งั้นทุกข์ระทมไปอีกนานแสนนานค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ อ.handy
ผมว่ามีหลายส่วนที่เป็นสาเหตุของการทีเด็กยุคใหม่ไม่สนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียนครับ
1. ครอบครัว
2. เวลา
3. สภาพแวดล้อม
4. ความสะดวกและความง่าย(Ref. อ.handy)
5. ปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย
แต่ลูกชายผมอ่านดะ ไม่เลือก โชคดีจัง
อาจารย์ Handy ที่เคารพ
ผมคิดว่าเด็กสมัยนี้ได้รับการป้อน มากเกินความพอดี บางครั้งป้อนจนถึงปากแล้วยังปัดทิ้ง ซ้ำอาหารที่ป้อนนั้น อำนวยความสะดวกโดยการบดเคี้ยวอย่างละเอียดแล้วด้วย
เมื่อไม่ต้องทำอะไรที่ลำบาก จึงไม่ดิ้นรนที่จะใฝ่รู้ใฝ่เรียน
ผมว่า บางครั้งผู้ใหญ่คิดแทนเด็กมากไป เลยจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สำเร็จรูปมาป้อนอยู่ร่ำไป
แสดงความคิดเห็นกันไปหมดแล้ว หวังว่าคงจะไม่ช้าที่จะร่วมวงนะครับ
ผมเคยอ่านข้อเขียนของคุณ ศุ บุญเลี้ยง ซึ่งถือว่าเป็นคนรุ่นใกล้ๆ ผม และเป็นแบบอย่างของคนในรุ่นเดียวกันอยู่หลายเรื่องครับ ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย และล่าสุดในเรื่องการทำธุรกิจ
เรื่องหนึ่งในหนังสือชื่อ "กบฏแกมกวน" ของคุณศุ จับใจผมมากครับ ถ้าจำไม่ผิด ชื่อบทความคือ "เรามียุคสมัยของตัวเอง" แต่คนต่างรุ่นชอบเอาความเจ๋งของรุ่นตัวเองไปเทียบกับรุ่นอื่นว่าไม่เจ๋ง ผมใช้คำว่าเจ๋ง เพราะผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ครับ
คนรุ่นผม (ประมาณ Gen X) นั้นล้วนได้ยินคำบ่นจากผู้ปกครองรุ่นก่อนมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องซื้อของแพง ใช้เงินเยอะ เพื่อนบางคนเล่าให้ผมฟังว่าสาเหตุที่ถูกว่าใช้เงินเยอะ เพราะผู้ปกครองเขาบอกว่าสมัยก่อนก๋วยเตี๋ยวชามละสองสตางค์เอง เดี๋ยวนี้แพง
ผมมองว่ารุ่นนี้ น่าจะเทียบได้กับ Gen Y นั้น แสวงหาความรู้ต่างจากสมัยผมครับ ไม่ต้องโยงไปถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ผมเลย เด็กเดี๋ยวนี้อยากรู้อะไรก็เข้า Google Youtube กัน แน่นอนครับ ถ้าเทียบกันกับรุ่นผม เรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นความรู้ที่ฉาบฉวย แต่ผมก็เชื่อว่าพอเพียงกับรุ่นเขา ซึ่งต้องรู้กว้าง และเร็ว
อีกเรื่องที่ผมขอมองต่าง คือเรื่องความยากครับ ผมขอตีความคำว่ายากก่อนนะครับ สำหรับรุ่นผมแล้ว คำว่ายากนั้นเชื่อมโยงกับความไม่สนุก คือใช้เวลานานที่จะเข้าใจ เรียนเลขก็ต้องทำเยอะๆ เรียนสังคมก็ท่องเยอะๆ เคมี ชีวะ ใครเคยเรียนก็คงทราบนะครับ แบบนี้เรียกว่ายาก ซึ่งมีนัยของความไม่สนุกอยู่
เราเอาความยากมานำความสนุกของวิชาหรือเปล่าครับ? ผมถูกบังคับให้ทำอะไรหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็ทุ่มเทให้กับวิชาที่ผมชอบ (ที่คนอื่นมองว่ายาก และลำบาก) ซึ่งผมก็ทำได้ดี เพราะรู้สึกสนุกกับมัน
แต่คนเราชอบความสนุกนะครับ เด็กรุ่นนี้โชคดีเพราะมีความสนุกให้เลือกมากมาย ถ้าไม่อยากสนใจการเรียนการสอน ที่ไม่สนุก ก็ไปเที่ยวผับ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือทำอะไรที่สนุก (และไม่ยาก) ได้ตามใจชอบ ถ้าผู้ปกครองไม่ควบคุม
เป็นไปได้ไหมครับ ที่เรามองว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ในแบบที่เราเคยรู้เคยเรียน แต่ก็ยังเรียน ยังรู้ ในแบบที่เขาถนัด?
เป็นไปได้ไหมครับ ที่เราไม่เข้าใจวิธีที่เขาเรียนรู้ สร้างความรู้ ก็เลยคิดเอาว่าเขาไม่มีความรู้ เพราะไม่ใช่ตัวความรู้แบบที่เรามี?
ขอบคุณทุกท่านต่อทุกความเห็นครับ
คิดว่าน่าจะได้นำไปคุยต่อป็นอีกบันทึกหนึ่งได้
อาจารย์ครับ ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันมักเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ โดยลืมรากเหง้าความเป็นไทย เราสอนเด็กโดยเน้นเนื้อหามากมายแต่ขาดการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมลงไปในใจเด็ก เด็กสมัยนี้จึงขาดวินัย ขาดมารยาทไทย ขาดความขยัน ความอดทนในการเรียนและการดำเนินชีวิต ในที่สุดก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดคุณธรรม จริยธรรม น่าจะแก้กันลำบากแล้วนะครับ
อาจารย์พินิจครับ
ผมลองคิด ลองเขียนต่อ เท่าที่พอจะคิดได้นะครับ ยังไงลองแลกเปลี่ยนกันนะครับ
http://gotoknow.org/blog/vasablog/118846
http://gotoknow.org/blog/vasablog/119139
ขอบพระคุณครับ