นกแสก เจ้ากรรม ก็มาเกาะร้องใกล้ๆ เหงื่อเริ่มซึม

  ความกลัวของคนเรามีสาเหตุมากมาย แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือจิตหลอน การไปปฏิบัติธรรมคราวนี้ เราได้ประสบการณ์ ด้านความกลัวมาไม่ใช่น้อย ตั้งแต่คืนแรกที่ต้องตื่นทุกชั่วโมง หรือแทบไม่ได้นอนมากกว่า ต่อมาก็มีอาการเหมือนใครมาดึงแขนขณะนั่งสมาธิ ฝันเห็นญาติที่ตายแล้วมานั่งรอ หรือเสียงหมาเจ้ากรรม มีอันต้องมาหอนหน้าห้อง เกือบทุกคืน แต่ทั้งหมด ก็ได้แก้ไขไปจนหมดสิ้น จนกระทั่งถึงเหตุการณ์ของวันหนึ่ง วันนั้น ฝั่งเขตปฏิบัติธรรม เหลือเราอยู่คนเดียว เพราะเป็นวันเข้าพรรษา แม่ชีไปปาวารณาเข้าพรรษากันหมด เวลาประมาณ ห้าโมงเย็น เลยเดินไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นคนเดียว ที่ศาลากลางป่า จากนั้นก็นั่งสมาธิ แต่คราวนี้ ความรู้สึกแปลกๆ มันโดดเดี่ยว วังเวง ยิ่งเวลาผ่านไป ภาพจินตนาการในใจก็เพิ่มพูน เสียงสัตว์เรียกหากันกลับบ้าน เสียงแกรกกราก เหมือนมีการเลื้อยคลานอยู่ตรงหน้า บางครั้งเป็นเสียงเดินลากเท้า ให้ห้วงคิดคำนึง ซึ่งจิตถูกสอนให้กลัว จนเริ่มหวั่นไหว ยิ่งค่ำ ใจก็ยิ่งกระวนกระวาย แต่ไม่ยอมลืมตา ทนฟังต่อไป แม้แต่เสียงลม ก็ฟังแล้วใจหาย นกแสก เจ้ากรรม ก็มาเกาะร้องใกล้ๆ เหงื่อเริ่มซึม และไหล นี่เรากำลังกลัวอะไร กลัวเพราะอยู่คนเดียว ที่เรือนพักก็อยู่คนเดียวไม่เห็นมีอาการอย่างนี้ เรากลัวเพราะคิดว่าไม่มีใครเลยในบริเวณนี้มากกว่า กลัวจะสื่อกับอันตรายต่างๆ กลัวเพราะรู้ว่ามันมืดแล้ว กลัวแม้ว่าลืมตาขึ้นมาแล้วจะพบอะไร ฯลฯ ล้วนเป็นเหตุผลตื้นๆ ไม่น่าฟังทั้งสิ้น แต่มันได้ก่อตัวขึ้นแล้ว ที่สุดก็ตัดสินใจลืมตา ก็พบกับความมืดสนิท เหลือแต่ตัวเราสีขาวๆอยู่สิ่งเดียว ที่จริงเรานั่นแหละเป็นตัวทำให้ หลายชีวิตในยามวิกาล กลัวเสียมากกว่า เดินทางกลับที่พัก ด้วยใจที่มั่นคง และสัญญา จะเฝ้าระวังจิต ไม่ให้เป็นเช่นนี้อีก  แต่ความกลัวในขณะหลับตา ก็ยังน้อยกว่าความกลัวในขณะลืมตาตามเหตุการณ์ที่จะเล่าในลำดับต่อไป ที่เรียกว่าขนหัวลุก