การเลือกหัวข้อเรื่องทำวิทยานิพนธ์ ไม่ง่าย ไม่ยากเกินไปที่ไขว่คว้า

ทองสง่า
  การเลือกหัวข้อเรื่องทำวิทยานิพนธ์   

           เมื่อ  นิสิต  นักศึกษาเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาหรืออาจารย์ควบคุมวิทยานิพนธ์ได้แล้ว สิ่งที่จะทำในขั้นตอนต่อไปคือ การกำหนดหัวข้อเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำวิทยานิพนธ์  การกำหนดหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ได้เร็วเท่าไหร่ การทำวิทยานิพนธ์ก็จะประสบความสำเร็จเร็วเช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่า การกำหนดหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่จะสามารถทำได้ตามเวลากำหนดและนิสิต นักศึกษามีความรู้ ความสามารถในเรื่องนั้น ถือว่าสำเร็จแล้วครึ่งทาง ส่วนที่เหลือเป็นกระบวนการทำวิทยานิพนธ์   ดังนั้น นิสิต  นักศึกษาผู้ทำวิทยานิพนธ์จะต้องกำหนดหัวข้อเรื่องที่ดีที่สุดและมีความเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ พลังกาย เวลา ค่าใช้จ่าย ซึ่งในการเลือกหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ควรคำนึงหลักดังนี้              

       1.  เป็นเรื่องที่นิสิต  นักศึกษามีความสนใจ อยากจะทำ  อยากศึกษาค้นคว้าอย่างแท้จริง  เพราะจะทำให้มีแรงจูงใจในการทำวิทยานิพนธ์  มีความสนใจที่อยากจะทำให้สำเร็จ  มีความใฝ่อยากจะรู้ผลการวิจัยและที่สำคัญมีความแรงกล้าที่อยากทำและปกป้องเรื่องที่ตนเองศึกษาอย่างแท้จริง   นิสิต นักศึกษาไม่ควรเลือกทำเรื่องที่ตนเองสนใจ  เพียงเลือกทำเพื่อสำเร็จตามหลักสูตรการศึกษาเท่านั้น  หรือแม้แต่เลือกตามอาจารย์ที่ปรึกษากำหนดให้หัวข้อมาหรือเป็น ส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยหลักของอาจารย์ที่ปรึกษาที่มอบหมายให้นิสิต  นักศึกษาต้องทำทั้งไม่สนใจหรือสนใจน้อย  ซึ่งจะทำให้ขาดแรงกระตุ้นที่อยากที่จะทำ  รวมทั้งความอยากรู้อยากเห็นผลงานวิจัยที่ออกมา  ส่งผลถึงคุณภาพของงานวิทยานิพนธ์ที่ด้อยคุณภาพและนิสิต  นักศึกษาขาดความรู้สึกเป็นเจ้าของงานวิทยานิพนธ์เรื่องที่ทำด้วย              

      2.  เป็นเรื่องที่นิสิต  นักศึกษา เลือกแล้วคาดจะทำสำเร็จบรรลุเป้าหมายตามเวลากำหนดและไม่ขัดแย้งกับแนวคิดของอาจารย์ที่ปรึกษาหรือควบคุมวิทยานิพนธ์   โดยทั่วไปสถาบันแต่ละแห่งให้ระยะเวลาแก่ นิสิต นักศึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่ ระยะเวลาในการทำตั้งแต่ 8 เดือนถึง 20 เดือน  ถึงแม้ว่าเวลาที่ใช้มีมาก  นิสิต นักศึกษาต้องทำให้หัวข้อเรื่องแคบเข้า เพื่อได้ศึกษาในแนวลึกภายในเวลาที่เหมาะสม บางครั้ง นิสิต  นักศึกษานึกถึงหัวข้อที่ยิ่งใหญ่เกินไปทำให้เสียเวลาในการทำได้  มีกรณีตัวอย่าง เช่น  นิสิต นาย ก  เลือกหัวข้อเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์และคาดว่าจะทำสำเร็จด้วยดี แต่ปรากฏว่าอาจารย์ที่ปรึกษาหรืออาจารย์ควบคุมวิทยานิพนธ์ไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยกับเรื่องที่จะทำน้อย  ทำให้นิสิต นักศึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา  อาจารย์ควบคุมวิทยานิพนธ์เข้ากันไม่ได้  ส่งผลกระทบต่อวิทยานิพนธ์ที่จะทำอย่างโดยตรงเช่นกัน  ดังนั้นการเลือกหัวข้อเรื่องที่มีความเป็นไปได้สูงที่คาดว่านิสิต  นักศึกษาจะทำสำเร็จ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบดังนี้                   

                 2.1  ศักยภาพทางด้านความรู้  ความสามารถ นิสิต  นักศึกษาต้องมีความรู้พื้นฐานดีในเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์   ควรเลือกทำในสาขาที่ตนเองถนัด มีความชำนาญในเรื่องนั้นซึ่งแยกได้  2 กลุ่ม คือ                       

                   2.1.1  กรณีนิสิต  นักศึกษาที่ทำงานแล้ว  ควรเลือกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำเพื่อจะได้นำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย  รวมทั้งมีความเป็นที่ได้ที่จะทำสำเร็จ มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน  เช่น  นิสิต  นักศึกษา  นาย ก เป็นครูสอนวิชาเคมี  เรื่องที่เลือกจะทำก็ควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่ทำด้วย  ตัวอย่างเช่น  เจตคตินักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ต่อวิชาเคมี    ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์กับเจตคติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  5 วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาหัวข้อ คือ การขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในเรื่องที่ นิสิต  นักศึกษาต้องการศึกษา และสร้างความคุ้นเคยกับสาขานั้น ๆ โดยอ่านเอกสาร งานวิจัยอย่างกว้างขวาง  ข้อพึงระวังอย่างยิ่งคือ การสร้างหัวข้อโดยปราศจากความคุ้นเคยในศาสตร์นั้น ๆ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง  นิสิตนักศึกษาต้องศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องในสาขานั้น ๆ เพื่อให้รู้ว่าหัวข้อที่เลือกมีความเหมาะสมและน่าสนใจที่จะศึกษาหรือไม่                        

                   2.1.2   กรณีนิสิต  นักศึกษายังไม่ทำงาน  ควรเลือกหัวเรื่องที่ใกล้เคียงกับความรู้หรือฐานความรู้ที่มีอยู่  ซึ่งจะทำให้วิทยานิพนธ์มีความสำเร็จเป็นไปได้สูง  นิสิต  นักศึกษามีความอยากทำมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่มีความรู้เป็นฐานเดิมอยู่แล้ว  ถ้านิสิตที่จบปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์  สาขาเคมี  นิสิต  นักศึกษา  ควรเลือกหัวเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์   เช่น  เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจคติทางวิทยาศาสตร์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  หรือจบทางคอมพิวเตอร์ ควรศึกษาเกี่ยวกับ  การผลิตสื่อการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์  เป็นต้น                   

         2.2  มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำได้สำเร็จ   กล่าวคือ เรื่องที่เลือกศึกษามีแนวทางชัดเจนอยู่พื้นฐานแห่ง กฎ  ทฤษฏี  หลักการ  และตำรา  รายงานการวิจัยที่จะศึกษาเป็นแนวทางได้                   

        2.3  มีเครื่องมือการวิจัยหรือเก็บรวบรวมข้อมูล  อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ   ประสิทธิภาพในการศึกษาค้นคว้า  และสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัยหรือเรื่องที่ศึกษาอย่างชัดเจนและถูกต้อง                

       2.4  มีแหล่งศึกษาค้นคว้ากับเรื่องที่จะทำวิจัยอย่างเพียงพอ เช่น  ห้องสมุดหรือสำนักวิทยาบริการ  วารสาร  รายการวิจัย วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง  ฐานข้อมูลการวิจัยและมีความสะดวกในการสืบค้นจากระบบอินเทอร์เน็ตหรือจากฐานข้อมูลนั้น                   

     2.5  มีความสะดวกในการเก็บรวบรวมข้อมูล  การวิจัยสำเร็จลงได้และมีคุณภาพขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้อย่างถูกต้อง  แม่นยำ  ตรงตามกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มหรือเลือกไว้  ดังนั้นการเก็บรวบรวมข้อมูลบางกรณีต้องได้รับความร่วมมือจากบุคคลในองค์กร  หน่วยงานและสถาบันการศึกษา เช่น ได้รับอนุญาตให้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยความเต็มใจ   รวมทั้งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกลุ่มตัวอย่างมีความเต็มใจ และตั้งใจทำแบบสอบถาม  แบบทดสอบ หรือให้การสัมภาษณ์  หรือการทดลองของกระบวนการทำวิทยานิพนธ์                 

      2.6  มีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการวิทยานิพนธ์ตั้งแต่เริ่มจนเสร็จสิ้นของการทำ  เพราะหากงบประมาณไม่เพียงพอทำให้การดำเนินการหยุดชะงักไม่สำเร็จตามวันเวลาหรือเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้  ดังนั้นงบประมาณถือเป็นสำคัญเช่นกัน  กรณีนิสิตทำวิทยานิพนธ์เชิงคุณภาพ  เช่น  แนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนทางอิเล็กทรอนิกส์( e-Learning) สำหรับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (สังคม  ภูมิพันธ์และคณะ, 2549) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เชี่ยวชาญที่อยู่หลายที่และรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์  นิสิต  นักศึกษา จะต้องเดินทาง  งบประมาณ ค่าใช้จ่ายจะมากขึ้น มากกว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม ดังนั้นต้องมีการวางแผนการดำเนินการเก็บข้อมูลอย่างรัดกุม เพื่อประหยัดงบประมาณและควบคุมงบประมาณให้เป็นไปตามที่ตั้งไว้หรือถ้าคาดเคลื่อนก็ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้จนมากเกินไป              

    3.  เป็นเรื่องที่ผู้ทำวิทยานิพนธ์สนใจตลอดจนเสร็จสิ้นกระบวนการศึกษาค้นคว้าอย่างแท้จริง  ซึ่งเป็นเหตุผลหลักสำคัญที่ขาดไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากนิสิต นักศึกษา เป็นผู้วิจัย ผู้ทำวิทยานิพนธ์  หัวข้อจึงควรดึงความสนใจของผู้วิจัยได้  เพราะจะเป็นแรงผลักดันให้นิสิต นักศึกษามีความกระตือรือร้นในการทำวิทยานิพนธ์   เพื่อความอยากรู้  ความอยากเห็นคำตอบของนิสิต  นักศึกษาจะเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นแรงจูงใจและสร้างความเพียรพยายามในการทำวิทยานิพนธ์ จะทำให้วิทยานิพนธ์สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้  ดังนั้นนิสิตไม่ควรเลือกตามใจคนอื่น หรือตามใจอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อจบการศึกษาตามหลักสูตรเท่านั้น โดยที่ตนเองไม่มีความสนใจเลย หลีกเลี่ยงหัวข้อที่ไม่ตรงกับความสามารถของตน เช่น นิสิต  นักศึกษาที่ขาดความรู้ทางคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ควรเลือกหัวข้อที่เกี่ยวกับการผลิตสื่อ  การใช้คอมพิวเตอร์ในการวิจัยเป็นหลัก  แม้ว่าจะเป็นหัวข้อที่สนใจก็ตาม ซึ่งจะทำให้นิสิตนักศึกษา  เกิดความเบื่อหน่าย  ขาดแรงจูงใจในการศึกษาและค้นคว้าเอกสารและดำเนินการวิจัย  รวมถึงจะส่งผลถึงผลงานวิจัยที่ไม่มีคุณภาพและขาดความภูมิใจในการเป็นเจ้าของงานวิจัยอย่างแท้จริง              

       4.  เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับนโยบายของสถาบัน  คณะและภาควิชา ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้ทำ  มีความสบายใจในการทำหรือมีความใหม่และทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตรงกับเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัย โอกาสจะได้รับพิจารณาอนุมัติทุนและอาจจะได้รับทุนสนับสนุนวิจัย  มีความเป็นไปได้สูง  เช่น  คณะหรือภาควิชา  เน้นการวิจัยในชั้นเรียนหรือการวิจัยเชิงคุณภาพ  นิสิตควรจะศึกษาหรือทำเรื่องเกี่ยวกับนโยบายที่คณะตั้งไว้เพื่อความสอดคล้องและงานวิจัยที่ทำได้รับการยอมกับอาจารย์ที่ปรึกษาเช่นเดียวกัน5.     เรื่องที่ทำต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทางทฤษฎีหรืองานวิจัยสนับสนุน  หัวข้อเรื่องที่นิสิตเลือกจะต้องมีพื้นฐานมาจากตัวทฤษฎี  ฐานทฤษฎีฝังรากในวงจรการพัฒนาความรู้  ซึ่งทฤษฎีทำให้เกิดคำถามผลที่คาดหวังและตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ถ้าหัวข้อวิจัยของ นิสิต นักศึกษาไม่มีฐานทฤษฎี ไม่ถูกต้อง จะทำให้ล้มเลิกก็เป็นได้  เช่นกัน  รวมทั้งหัวข้อ ควรมีความเป็นไปได้ ทั้งในเชิงการหาข้อมูล และการหาเครื่องมือวิเคราะห์ ซึ่งมีหลาย ๆ หัวข้อที่น่าสนใจ แต่ขาดวิธีการวิจัยที่เหมาะสม บางหัวข้อไม่สามารถหาข้อมูลได้ ทำให้การศึกษาหัวข้อนี้เป็นสิ่งที่ท้าท้ายเกินกำลังสำหรับงานวิทยานิพนธ์             

       6.  เป็นเรื่องที่สามารถนำไปพัฒนาในวิชาชีพของตนได้  วิทยานิพนธ์อาจมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดสุดท้ายของการวิจัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง กล่าวคือ  ที่ว่าเป็นจุดเริ่มต้นก็เนื่องจากว่าหัวข้อนำไปสู่การค้นคว้าวิจัยในอันดับต่อมา ที่ว่าเป็นจุดสุดท้ายก็มองจากแง่มุมของผู้ทำวิจัยว่าเมื่องานสำเร็จผู้วิจัยก็ถือเป็นปราชญ์ในเรื่องนั้น อาจใช้เป็นบันไดในการก้าวกระโดดในหน้าที่การงานได้เป็นอย่างดี เมื่อสาขาอาชีพนั้นได้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยนั้น ๆ  สามารถสร้างความก้าวหน้าให้กับสาขาอาชีพที่ นิสิต  นักศึกษาทำงานอยู่

 เห็นไหมครับการเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ ไม่ยากเลย เพียงแต่เราขยันอ่านงานวิจัยที่เราสนใจ หรือ ทำReview Research การวิจัย การทำวิทยานิพนธ์ก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายและไม่ยากเลยครับ การวิจัยง่ายนิดเดียว หรือ จงคิดเสมอ    ผู้วิจัยเป็นผู้ที่รู้มากที่สุดกว่าใคร

ทองสง่า ผ่องแผ้ว  2 /08/2550

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจัยการศึกษา

คำสำคัญ (Tags)#การวิจัย#วิทยานิพนธ์#spss#การเขียนเค้าโครงวิทยานิพนธ์#การเลือหัวข้อวิทยานิพนธ์

หมายเลขบันทึก: 116282, เขียน: 02 Aug 2007 @ 10:14 () , แก้ไข, 24 Jun 2012 @ 02:51 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (10)

ดูเหมือนจะง่ายค่ะ แต่ที่จริงไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ยังไงก็ไม่พ้นความพยายามของพวกเราทุกคนน่ะค่ะ
Panda
เขียนเมื่อ 
  • ทำอะไรก็ตาม สำคัญสุดอยู่ที่ หัวใจ มีความรักและสนใจในเรื่องนั้น ๆ จริง เรื่องยากก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย ในที่สุดครับ

ขอบคุณครับอาจารย์

จุดประสงค์ใหญ่ของงานวิจัยก็คือ ตอบสนอง "ความหิวทางความรู้" ของสังคม สังคมมนุษย์มีความสงสัยหรือขัดข้องใจมากมาย ทั้งเรื่องเล็กๆ และเรื่องใหญ่ๆ บางเรื่องเป็นนามธรรม บางเรื่องเป็นรูปธรรม สังคมเลี้ยงดูนักวิจัยไว้ก็เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการขนัดความสงสัยเหล่านี้ สังคมใดที่ไม่มีความสสัยเลยก็ป็นสังคมที่ซึมเซา ปราศจากปัญญา ถูกชักจูงหรือครอบำได้ง่าย หากสังคมเป็นเช่นนี้ก็เป็นหน้าที่ของนักวิจัยอีกเหมือนกันที่จะต้อง "กระตุ้น" ให้สังคมตื่นขึ้นมาดูรอบๆ ตัวและตั้งคำถาม(หัวข้อการวิจัย)

ที่มา : Diary 2007 lสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

นาย
IP: xxx.10.137.231
เขียนเมื่อ 

ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่การรับรู้และเข้าใจอย่างเดียวไม่พอ  เราจะต้องลงมือปฏิบัตรจึงจะรู้ถึงปัญหาและอุปสรรค์ในเรื่องนั้นๆ    ตอนนี้ผมเองเจอปัญหาตั้งแต่เริ่มแรกเลยเพราะผมมองประเด็นปัญหาที่เราจะนำมาจะทำวิจัยไม่ออก   อยากให้ท่านแนะนำหน่อยว่าประเด็นปัญหาที่เราจะนำมาตั้งหัวข้อวิทยานิพนธ์คืออะไร     ขอบคุณมากครับอาจารย์อ้น

arom
IP: xxx.128.169.244
เขียนเมื่อ 

คิดมาตั้ง หลายเดือน คิดได้แล้วก็ยังกลัว ๆ กำลังศึกษางานเขียนต่างๆ ของคุณ ขอบคุณที่มีข้อมูลดี ๆมาให้เรียนรู้

จะพยายามนะครับ

สราวุธ
IP: xxx.29.37.57
เขียนเมื่อ 

ตอนนี้เรียนป.โท บริหารธุรกิจอยู่ ต้องการหัวข้อเพื่อที่จะทำวิทยานิพนธ์คับ รบกวนพวกพี่ช่วยหน่อยคับ

เพราะผมยังไม่รู้อารัยเลยคับ

ปริฉัตร์
IP: xxx.173.130.81
เขียนเมื่อ 

ตอนนี้เรียน ป.โท อยู่หาเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์อยู่  พี่ ๆ  ที่มีความรู้เรื่องวิทยานิพนธ์ช่วยหน่อยนะคะ  ขอบคุณคะ

 

อรสา
IP: xxx.25.94.60
เขียนเมื่อ 

ค่ะ ตอนนี้หนูเรียน ป.โท หนูหาหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์อยู่ค่ะ ช่วยให้พี่แนะนำหัวข้อหน่อยได้ไหมค่ะ