จุดอ่อนสุขภาพ

การตรวจธาตุเจ้าเรือนการตรวจธาตุเจ้าเรือนการตรวจธาตุเจ้าเรือน  โดยการคำนวณจากวันที่ ,เดือน,  พ.ศ.ที่เกิดแล้วนำมาคำนวนก็จะรู้ตั้งแต่วันที่เริ่มปฎิสนธิในท้องแม่  เมื่อคลอดออกมาก็จะรู้ธาตุเจ้าเรือนหลักอะไร และธาตุเจ้าเรือนรองอะไร  จะทราบว่าส่วนไหนในร่างกายเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย ( ยกเว้นการติดเชื้อโรค และการเกิดอุบัติเหตุ  ) และมักจะป่วยในฤดูใหน  เวลาใดมีจุดอ่อนของสุขภาพ  เมื่อผู้ใดได้ทราบธาตูเจ้าเรือนของตนเอง ก็สามารถป้องกันการเจ็บของตนเองได้

  วันนี้จะยกตัวอย่าง คนธาตุเจ้าเรือน หลักเป็น ธาตุน้ำ  และธาตุเจ้าเรือนรองเป็นธาตุลม

   ตัวอย่าง   ผู้ที่เกิด  วันเสาร์ที่  27  ก.ค.  2506  ตรงกับขึ้น  6  ค่ำ เดือน  9

     ผลการวินิจฉัย     ท่านปฎิสนธิในครรภ์มารดา  เมื่อวันเสาร์  ที่  20  เดือน ต.ค.  พ.ศ.  2505 ตรงกับแรม  6  ค่ำ  เดือน  11

ธาตุเจ้าเรือนหลักคือธาตุน้ำ (  ธาตุน้ำที่มีอยู่ในร่างกาย12 อย่าง )  ได้แก่น้ำดี  เสมหะ  น้ำหนอง  โลหิต  น้ำเหงื่อ  น้ำลาย  มันข้น  น้ำตา  น้ำมูก  มันเหลว  น้ำไขข้อ   และน้ำปัสสาวะ

ธาตุเจ้าเรือนรองคือธาตุลม (ธาตุลมที่มีในร่างกาย  6 อย่าง ) ได้แก่ลมที่พัดให้โลหิตไหลเวียนจากเบื้องต่ำขึ้นสู่เบื้องสูง     ลมที่พัดให้โลหิตไหลเวียนจากเบื้องสูงลงสู่เบื้องต่ำ    ลมที่พัดอยู่ในช่องท้อง  ลมที่พัดอยู่ในลำไส้      ลมที่พัดให้โลหิตไหลเวียนทั่วร่างกาย  และลมหายใจเข้าออก

  จุดอ่อนสุขภาพ  เกี่ยวกับหัวใจ  และหลอดเลือดใหญ่กลางลำตัว   ระบบประสาทต่างๆ  และเส้นเลือดฝอย

ระวังการเกิดโรค  เกี่ยวกับเส้นเลือดฝอยแตก ตีบตัน  หรือเป็นอัมพาต    เพราะกับเรื่องความดันโลหิตในร่างกาย และโรคหัวใจ

ฤดูที่จะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยคือฤดูฝน  มักมีอาการเริ่มผิดปกติในระหว่างเวลาช่วงบ่าย ถึงเย็น และยามกลางคืนก็เหมือนกัน หลังเวลา  02.00น.จนถึงใกล้สว่าง

การป้องกัน  การกินอาหารบำรุงธาตุน้ำเช่นผัก  ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวในและกินผักอาหารที่มีรสเผ็ดร้อนในช่วงฤดูฝนเป็นประจำเพื่อปรับความสมดุลของธาตุลม เช่นอาหารประเภทต้มยำต่างๆ  จะมีส่วนประกอบของอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน  เช่น ข่า ตะไคร้  พริกไทย  กระเทียม  กระชาย  พริก  เป็นต้น  

ด้านพฤติกรรม  เนื่องจากฤดูฝนธาตุในร่างกายร่างกายได้รรับกระทบความเย็นเวลาฝนตก  และได้รับอิทธิพลอากาศร้อนและอากาศหนาวเจือปนอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดู   ต้องควรระวังอารมณื เรื่องการกินอาหารแปลกรส  ที่ไม่เคยกิน  อาหารที่ไม่สุก  หรือบูดเน่า    ควรกินอาหารที่สะอาดและอุ่นก่อนกินถ้าเป็นอาหารที่ทำไว้นาน  และรับประทานอาหารให้ตรงเวลาเช่นอาหารมื้อเช้าควรกินระหว่างเวลา  07.00- 09.00  น.เพราะเป็นเวลาของระบบน้ำดีจะทำงานคือย่อยอาหาร  และลมในลำไส้จะเริ่มพัด  หากท่านไม่มีอาหารในกระเพาะ ให้ระบบอวัยวะได้ทำงานตามปกติก็จะเกิดอาการผิดปกติเกียวกับโรคลมในช่องท้องและในลำไส้  ทำให้ท้องอืด  จุดเสียด หรือเป็นโรคกรดไหลย้อนขึ้นสู่หลอดลมตามโรคแผนปัจจุบัน  หรือโรคกระเพาะอาหารเป็นต้น    ไม่ควรทำงานเกินกำลัง  ฝืนร่างกายอยู่เสมอ  เช่นนั่งนานๆ   อดนอน    อดข้าว อดน้ำ    กลั้นปัสสาวะ   อุจจาระ    โศรกเศร้าเสียใจเกินไป    มีความโกรธเป็นนิจ      พฤติกรรมเหล่านี้ควรหลีกเลียงเพราะเป็นมูลเหตุของการเกิดโรคในธาตุดังกล่าว

                            บุญคุ้ม