ทฤษฎีระบบของนิวแมน (Neuman System Model )

 

 

 

ทฤษฎีระบบของนิวแมน (Neuman System Model )

              แนวคิดหลักของทฤษฎีระบบของนิวแมนให้ความสำคัญกับระบบบุคคลแลระดับการปรับตัวของสุขภาพ  ซึ่งได้พัฒนาขึ้นตามช่วงเวลาและภาวะปกติของบุคคล  

ข้อตกลงเบื้องต้น  ( Assumption s)

1.  แม้ว่าผู้รับบริการแต่ละคน หรือกลุ่มในฐานะระบบของผู้รับบริการจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตน ระบบแต่ละระบบจะประกอบด้วยปัจจัยร่วม หรือลักษณะภายในซึ่งมีขอบเขตปกติ ของการตอบสนอง ในมาตรฐานเดียวกัน

2. สิ่งรบกวนชีวิตของคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก  ปรากฏอยู่ในสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไป สิ่งรบกวนชีวิตดังกล่าวแล้ว แต่ละอย่างมีความสามารถแตกต่างกันในการรบกวนระดับสมดุลของคนหรือแนวการป้องกันตัวปกติของคน ความสัมพันธ์อันจำเพาะระหว่างตัวแปรต่างๆของคน ได้แก่ ตัวแปรด้านสรีระ จิตใจ สังคมวัฒนธรรม พัฒนาการและจิตวิญญาณ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะมีผลต่อระดับความสามารถในการป้องกันสิ่งรบกวนชีวิต ของแนวยืดหยุ่นของการป้องกันตัวของคน

3. เมื่อเวลาผ่านไปผู้รับบริการแต่ละคน ระบบของผู้รับบริการ จะพัฒนาขอบเขต ปกติของการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมขึ้น ซึ่งเรียกว่า แนวการป้องกันปกติ หรือ ภาวะปกติสุข/ ภาวะสมดุลของคนนั่นเอง 

4. เมื่อแนวยืดหยุ่น ของการป้องกันตัวของผู้รับบริการ  ไม่สามารถป้องกัน สิ่งรบกวนชีวิตในสิ่งแวดล้อมไว้ได้  สิ่งรบกวนชีวิตก็จะผ่านแนวการป้องกันตัวปกติเข้ามา ความสัมพันธ์ของตัวแปรด้านสรีระ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม พัฒนาการและจิตวิญญาณ จะตัดสินธรรมชาติและความรุนแรงของปฏิกิริยาโต้ตอบของระบบ หรือปฏิกิริยาโต้ตอบ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อสิ่งรบกวน

5.   ผู้รับบริการไม่ว่าจะอยู่ ในภาวะปกติหรือเจ็บป่วยก็ตาม จะประกอบไปด้วยปฏิสัมพันธ์แบบพลวัตของตัวแปรด้านสรีระ จิตใจ สังคมวัฒนธรรม พัฒนาการและจิตวิญญาณ ภาวะปกติสุขนั้นจะขึ้นอยู่กับการได้รับพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการทำงาน ของระบบให้อยู่ในภาวะ 

6.  ในแต่ละระบบของผู้รับบริการ จะมีปัจจัยการต่อต้านภายใน ซึ่งเรียกว่า แนวการต่อต้าน ซึ่งจะทำหน้าที่ในการรักษาภาวะสมดุลของระบบและปรับเข้าสู่ภาวะปกติสุข(แนวการป้องกันตัวปกติ ) หรือเข้าสู่ภาวะสมดุล ในระดับสูงภายหลังการโต้ตอบต่อสิ่งรบกวน 

7.  การป้องกันปฐมภูมิ สัมพันธ์กับความรู้ทั่วไป ซึ่งใช้ในการประเมินสภาพผู้รับบริการ และปฏิบัติการพยาบาลเพื่อบ่งชี้และลดหรือจำกัด ปัจจัยเสี่ยงซึ่งสัมพันธ์กับสิ่งรบกวนชีวิตในสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อป้องกันปฏิกิริยาตอบโต้ที่อาจจะเกิดขึ้น  

8. การป้องกันทุติยภูมิ  สัมพันธ์กับอาการแสดงจากปฏิกิริยาตอบโต้สิ่งรบกวนชีวิต การจัดลำดับความสำคัญ ของการปฏิบัติการพยาบาล และการรักษาเพื่อลดผลเสียที่เกิดขึ้น

9.การป้องกันระยะตติยภูมิ สัมพันธ์กับกระบวนการปรับตัว ซึ่งเกิดขึ้นขณะที่มีการปรุงแต่งขึ้นใหม่ ช่วยให้ผู้รับบริการกลับคืนสู่ภาวะปกติสุขและการป้องกันปฐมภูมิอีกครั้งหนึ่ง

10. ผู้รับบริการมีการแลกเปลี่ยนพลังงานกับสิ่งแวดล้อม อย่างสม่ำเสมอและเป็นพลวัต                   

มโนมติหลักของทฤษฎี  ( Metaparadigm  concept )

บุคคล  ( Person  or  client )

        นิวแมนมองบุคคลเป็นระบบ  ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแปรด้านสรีระ  จิตใจ สังคมวัฒนธรรม  พัฒนาการ  และวิญญาณ ตัวแปรทั้ง 5 ของบุคคลจะมีความสัมพันธ์ต่อกัน และจะทำงานร่วมกันอย่างผสมผสานสอดคล้อง ระบบบุคคลจะมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม  โดยระบบบุคคลสามารถอธิบายได้  โดยใช้รูปวงแหวนหลาย ล้อมรอบโครงสร้างพื้นฐาน  ซึ่งเป็นศูนย์กลาง  ประกอบไปด้วยปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น กลไกการปรับ  ควบคุมอุณหภูมิ  แบบแผนการตอบสนองทางพันธุกรรม  ความแข็งแรงหรืออ่อนแอ เป็นต้น  วงแหวนที่ล้อมรอบศูนย์กลางจะทำหน้าที่สำคัญในฐานะกลไกการป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน  หรือระบบของบุคคล 

         โครงสร้างพื้นฐานของบุคคล

        ที่ถือเป็นแกนกลางของบุคคลนั้น  และเป็นองค์ประกอบร่วม  ซึ่งประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง

          1.        ระดับอุณหภูมิปกติของร่างกาย

          2.        โครงสร้างทางพันธุกรรม

          3.        แบบแผนของปฏิกิริยาตอบสนอง

          4.        ความแข็งแกร่งของอวัยวะ

          5.        ความอ่อนแอของอวัยวะ

          6.        โครงสร้างของ ตัวตน( Ego)

        7.        สิ่งที่เป็นลักษณะร่วมของบุคคล

วงกลมชั้นนอกสุด

        เป็นแนวป้องกันยืดหยุ่น  ( Flexible  line  of  defense )  เป็นเส้นประรูปวงแหวนชั้นนอกสุด  โดยทำหน้าที่ป้องกันสิ่งรบกวนชีวิต  มิให้เข้าไปรบกวนบุคคล  ถึงแนวป้องกันชั้นใน  แนวยืดหยุ่นนี้มีความเป็นพลวัต  ( dynamic )  มากกว่าคงตัว  ( stable )  และสามารถเปลี่ยนแปลง  ได้ชั่วขณะ  ระยะเวลาสั้น  เช่น  การปรับเปลี่ยนแบบแผนการกิน  การนอน  การขับถ่าย

แนวป้องกันชั้นที่  2 

        เป็นแนวป้องกันปกติ  ( Normal  line  of  defense )  เป็นเส้นทึบรูปวงแหวนชั้นใน  ถัดจากแนวยืดหยุ่น  ล้อมรอบแนวป้องกันต่อต้าน  แนวป้องกันปกตินี้  จะแสดงถึงภาวะ  หรือระดับความปกติสุขของคน  แนวป้องกันปกติเป็นมาตรฐาน  การรักษาภาวะสมดุลของบุคคล  โดยได้รับอิทธิพลจากตัวแปรต่างๆ ของระบบ  สิ่งรบกวนใดๆ ก็อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาในระบบได้  เมื่อผ่านแนวยืดหยุ่นมาถึงแนวป้องกันปกติ  ปฏิกิริยาตอบโต้ที่เกิดขึ้นในระบบ  จะลดความสามารถของระบบในการตอบโต้สิ่งรบกวนชีวิตอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เมื่อความสามารถของแนวปกติลดลง  เช่น  ระยะพัฒนาการ  การปรับตัวของคน  เป็นต้น

แนวป้องกันชั้นในสุด 

        เป็นแนวป้องกันต่อต้าน  ( Line  of  resistance )  เป็นเส้นประรูปวงแหวนชั้นในสุดล้อมรอบโครงสร้างพื้นฐาน  เป็นแนว  เป็นสิ่งที่อยู่ภายในบุคคล  จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน  โดยสิ่งรบกวนที่ผ่านแนวป้องกันปกติเข้ามา  แนวป้องกันต่อต้านจะประกอบไปด้วย  ปัจจัยต่างๆ ทั้งที่รู้จัก  และไม่รู้จัก  ทำหน้าที่ค้ำจุนโครงสร้างพื้นฐาน  ได้แก่  การทำหน้าที่ของเม็ดเลือดขาว  การสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย  เป็นต้น  ประสิทธิภาพการทำงานของแนวป้องกันต่อต้าน  จะช่วยให้ระบบสามารถปรับตัวต่อสู้กับสิ่งรบกวน  เพื่อรักษาสมดุล  หรือภาวะปกติของระบบเอาไว้  การขาดประสิทธิภาพ  การทำงานของแนวป้องกันการต่อต้าน  จะนำไปสู่การเสียสมดุลและถึงแก่ชีวิตได้ 

สิ่งแวดล้อม ( Environment )

         หมายถึง  ปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายใน  หรือที่มีอิทธิพลแวดล้อมผู้รับบริการ  หรือระบบผู้รับบริการ  หรือบุคคลจะมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม  หรือได้รับอิทธิพลจากแรงผลัก  ( force )  ในสิ่งแวดล้อมทั้งทางบวก  และทางลบสิ่งแวดล้อมภายในประกอบด้วยแรงผลัก  หรืออิทธิพลภายในขอบเขตของระบบ  ซึ่งมีความสัมพันธ์กับมโนมติของปัจจัย  หรือสิ่งรบกวนชีวิตภายในบุคคลสิ่งแวดล้อมภายนอกประกอบด้วยแรงผลัก  หรืออิทธิพลภายนอก  ซึ่งอยู่ภายนอกขอบเขตของระบบ  มีความสัมพันธ์มโนมติของปัจจัย  หรือสิ่งรบกวนชีวิตทั้งภายนอกและระหว่างบุคคลสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์  ( created – environment )  เป็นตัวแทนพลังงานของระบบเปิด  ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนกับสิ่งแวดล้อมภายนอกและภายในตลอดเวลา  สิ่งแวดล้อมชนิดนี้บุคคลพัฒนาขึ้นโดยไม่รู้ตัวสิ่งรบกวนชีวิต  เป็นสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด  หรือเป็นแรงผลักที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกขอบเขต  ระบบของผู้รับบริการ  สิ่งรบกวนชีวิตมากกว่า 1 อย่าง  อาจเกิดขึ้นกับผู้รับบริการเมื่อใดก็ได้สิ่งรบกวนชีวิตในสิ่งแวดล้อมจำแนกออกเป็นภายใน  ระหว่าง  และภายนอก  กล่าวคือ  อาจเกิดขึ้นภายในและภายนอกบุคคลสิ่งรบกวนชีวิตภายในบุคคล  ( intrapersonal  stressor )  เกิดขึ้นภายในขอบเขต  เช่น  ปฏิกิริยาตอบโต้ในสถานการณ์ต่างๆสิ่งรบกวนชีวิตระหว่างบุคคล   ( intrapersonal  stressor )  เป็นสิ่งรบกวนชีวิต  ซึ่งเกิดขึ้นภายนอกขอบเขตของบุคคลเป็นปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล  เช่น  การคาดหวังในบทบาทของบุคคล  แบบแผนการติดต่อสื่อสารสิ่งรบกวนชีวิตภายนอกบุคคล  ( extrapersonal  stressor )  เกิดขึ้นภายนอกขอบเขตของบุคคล  ในระยะไกล  เช่น  นโยบายทางสังคม  เศรษฐกิจ 

สุขภาพ  ( Health  of  wellness ) 

         นิวแมนมองว่าสุขภาพอยู่บนความต่อเนื่องคนล่ะด้านกับความเจ็บป่วย  สุขภาพของบุคคลนั้นเท่ากับภาวะสมดุลสูงสุดของระบบ  กล่าวคือ  เป็นภาวะปกติสุข  ( wellness  state )  สุขภาพของผู้รับบริการจะมีการเปลี่ยนแปลงระดับอยู่ในขอบเขตปกติอาจดีขึ้น  หรือเลวลงได้ตลอดเวลา  ตลอดชีวิต  เนื่องจากปัจจัยทางโครงสร้างพื้นฐานและความพึงพอใจ  หรือไม่พอใจในการปรับตัวต่อสิ่งรบกวนชีวิต  ซึ่งมีอยู่ในสิ่งแวดล้อม  นิวแมนมองสุขภาพในลักษณะที่เป็นพลังงานของการดำรงชีวิต  ความต่อเนื่องของสุขภาพและความเจ็บป่วย  หมายถึง  มีพลังงานนำเขาอย่างต่อเนื่องระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม  การทำความเข้าใจสุขภาพ  คือ  การตัดสินผลของสิ่งรบกวนชีวิตต่อบุคคลในลักษณะของระดับของพลังงานในตัวบุคคล  บุคคลจะดำเนินชีวิตไปสู่ภาวะสุขภาพดี  เมื่อพลังงานถูกสร้างและเก็บสะสมเอาไว้มากกว่าการนำไปใช้  และเมื่อพลังงานถูกสร้างและเก็บสะสมเอาไว้มากกว่าการนำไปใช้  และเมื่อพลังงานถูกใช้มากกว่าการสร้าง  บุคคลจะเข้าสู่ภาวะเจ็บป่วยหรือถึงแก่ชีวิต  

การพยาบาล ( Nursing) 

        เป้าหมาย  หรือความสนใจของพยาบาล  คือ  การรักษาความสมดุลของระบบของผู้รับบริการ  โดยการประเมินผลที่เกิดขึ้น  หรืออาจเกิดขึ้นของสิ่งรบกวนชีวิตในสิ่งแวดล้อม  และช่วยผู้รับบริการให้ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติสุขในระดับสูงสุด  ภาวะปกติสุขในระดับสูงสุด  หมายถึง  ภาวะสุขภาพที่ดีที่สุดที่จะเป็นไปได้ในช่วงเวลาหนึ่งการปฏิบัติการพยาบาล  คือ  การริเริ่มที่จะคงไว้  ได้รับ  และดำรงรักษาสุขภาพที่ดีที่สุดของบุคคล  โดยการใช้การป้องกัน 3 ชนิด  ในการปฏิบัติเพื่อจะรักษาสมดุลของระบบ  ในการรักษาสมดุลของระบบนั้นพยาบาลจะสร้างความสัมพันธ์เกี่ยวข้องระหว่างผู้รับบริการ  สิ่งแวดล้อม  สุขภาพ  และการพยาบาลการป้องกันในฐานะการปฏิบัติการพยาบาล  ( Prevention  as  intervention ) ซึ่งอาจจะเป็นตอนที่เราทราบต้นเหตุของความเครียด  หรือบุคคลยังมีสุขภาพดีแต่เสี่ยงต่อการเกิดการเจ็บป่วยแบ่งออกเป็น

          การป้องกันระยะแรก  เป็นการคงไว้ซึ่งภาวะปกติ  โดยการป้องกันแนวการป้องกันของบุคคล  ด้วยการเสริมสร้าง  แนวยืดหยุ่นของการป้องกันตัว  เป้าหมายของการป้องกันระยะแรก  คือ  การส่งเสริมภาวะปกติสุขของบุคคลโดยการป้องกันความเครียด  หรือสิ่งรบกวนชีวิต  และลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

         การป้องกันระยะที่ 2  เป็นการรักษาพยาบาลตามอาการที่ปรากฏ  เพื่อตอบโต้สิ่งรบกวนชีวิต  เป็นการป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน  โดยการเสริมสร้างความแข็งแรงของแนวต่อต้าน  มีเป้าหมายอยู่ที่การรักษาอาการที่ปรากฏ  เพื่อจะคงไว้เพื่อความสมดุลของระบบ  และการคงไว้ซึ่งพลังงานของระบบ  การป้องกันระยะที่ 2  ไม่สามารถที่จะช่วยให้บุคคลปรับตัวใหม่ / ปรุงแต่งขึ้นใหม่  บุคลจะถึงแก่ชีวิต

           การป้องกันระยะที่ 3  เป็นการปฏิบัติเพื่อดำรงภาวะปกติสุขในระดับสูงสุดของบุคคล  โดยการสร้างเสริมความแข็งแรงของตัวแปรต่างๆ  และคงไว้ซึ่งพลังงานของระบบ  การป้องกันระยะที่ 3  จะเริ่มเมื่อบุคคลมีการปรุงแต่งขึ้นใหม่  ( Reconstitution )  ภายหลังการรักษาพยาบาล  กล่าวคือ  เมื่อระบบเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุล  การปรุงแต่งขึ้นใหม่ในระยะนี้ขึ้นอยู่กับการใช้แหล่งทรัพยากรของบุคคลในการป้องกันมิให้ปฏิกิริยาตอบโต้สิ่งรบกวนชีวิตดำเนินต่อไปได้อีก  ทั้งนี้เป็นการปรับตัวต่อสิ่งรบกวนชีวิตโดยการใช้ปัจจัยต่างๆ  และแหล่งทรัพยากรที่มีอยู่อย่างผสมผสานเพื่อภาวะสมดุลของระบบ  หรือการดำรงภาวะปกติสุข  ผลของการปรุงแต่งขึ้นใหม่  อาจทำให้บุคคลกลับสู่ภาวะสมดุล  หรือภาวะปกติสุขได้ในระดับสูงสุดกว่าเดิม  เท่าเดิม  หรือต่ำกว่าเดิม               

         การปฏิบัติการพยาบาลที่เกิดขึ้นในการป้องกันทั้ง 3  ระยะนั้น  จะใช้กลวิธีเช่นใดย่อมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ดังนี้               

         1.ระดับของปฏิกิริยาตอบโต้ที่ระบบผู้รับบริการ กระทำเพื่อตอบโต้กับต้นเหตุของความเครียดที่มากระทบ หากยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เกิดขึ้นการปฏิบัติก็จะเป็นลักษณะของการป้อง กันระยะแรก  ถ้ามีปฏิกิริยาตอบโต้เกิดขึ้นแล้ว  การป้องกันระยะที่ 2 ก็จะเกิดขึ้น  และหากว่ามีการสร้างขึ้นใหม่เกิดขึ้นบ้าง  การป้องกันระยะที่สามจะต้องดำเนินควบคู่กันกับการป้องกันระยะที่ 2               

         2.ทรัพยากร  ในการปฏิบัติการพยาบาลตามแนวของนิวแมนนั้น  พยาบาลจะต้องวางแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ในระบบผู้รับบริการ  เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้บรรลุผล               

         3.เป้าหมาย  การปฏิบัติการพยาบาลในแต่ละระยะที่จะเกิดขึ้นนั้น  จะเริ่มต้นอย่างไร  อะไรควรทำก่อนหลังขึ้นอยู่กับการเรียงลำดับจุดมุ่งหมายที่พยาบาลกำหนดไว้  อะไรเป็นเป้าหมายเร่งด่วน  เป้าหมายระดับกลาง  และเป้าหมายระยะยาว               

         4.ผลที่คาดหวัง  องค์ประกอบนี้เป็นตัวกำหนดการปฏิบัติการได้  เนื่องจากหากพยาบาลประสงค์จะให้ผลที่คาดหวังเกิดขึ้นอย่างถาวร  การวางแผนการปฏิบัติต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง  การปฏิบัติทั้ง  3  ระยะ  อาจจะต้องกระทำร่วมกันอยู่เสมอแยกเป็นระบบหรือเป็นช่วงไม่ได้  เป็นต้น