การทำความรู้ให้ชัดก็ว่ายากแล้ว แต่การจัดการให้เกิดการขยายผลต่อ ยากยิ่งกว่า

(ต่อจากบันทึก นี่ ค่ะ)

ประสบการณ์ทำงานพื้นที่ ต.ซับสนุ่น (วจส.ภาคกลาง)


              และแล้วก็มาถึง “วาระสำคัญ”  ที่ วจส. (วิทยาลัยการจัดการทางสังคม) ภาคกลาง ซึ่งได้นำกรณีหมู่บ้านบัณฑิตเกษตร ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนนักศึกษาเกษตร ประมาณ ๕๐ คน มารวมกัน ต่อสู้ พิสูจน์ตัวเองกันบนฐานความรู้ด้านเกษตร ตั้งแต่ไม่มีถนน ไม่มีน้ำ ฯลฯ มาเล่าให้ฟัง


             หมู่บ้านนี้เริ่มจากไม่มีอะไร สิ่งที่รัฐสัญญาให้หลายอย่างก็ไม่มี แต่ด้วยใจสู้ ทำให้ปัจจุบันหาวิธีการจัดการที่แก้ปัญหาของตัวเอง ทั้งการเกษตร การอาชีพ ร้านค้าชุมชน การออมทรัพย์ การคัดเลือกผู้นำชุมชน มีวันเกิดของหมู่บ้าน (วันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนธันวาคม) ฯลฯ คุณสุรเดช สนใจสอบถามความสำเร็จเพิ่มเติม แต่ประเด็นคือ การจัดการทำให้หมู่บ้านข้างเคียงในตำบลมาลองทำ แต่ก็ยากเพราะหมู่นี้ คนมีความรู้เหมือนกัน อุดมการณ์เหมือนกัน ฯลฯ จากกรณีนี้ ทำให้ อ.จิรวิทย์ จำปา คณะเกษตรศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย นครศรีธรรมราช มีประสบการณ์และความรู้เด่นที่จะมาเล่าสู่กันฟังและเติมเต็มได้  อาจารย์ได้เล่าให้ฟังเรื่องโครงการนี้ในพื้นที่ภาคใต้ ที่พื้นที่ลึกเกินไป นักศึกษาไปเห็นแล้วท้อ  ที่สระบุรีเรื่องโคนมมันเหมาะกับพื้นที่ (ดูฐาน ดูบริบทด้านการเกษตรของพื้นที่เองด้วย) 

                คำแนะนำอีกอย่างหนึ่งคือ การสกัดความรู้เชิงลึก เช่น ๔๙ ราย ต้องจัดระดับความรุนแรงหนี้ได้ เขามีการจัดการอย่างไร  เราสกัดความรู้ลึกๆเฉพาะคนที่เด่นๆออกมาเป็นผู้นำที่จะเป็นคุณอำนวยขยายผลสู่ชุมชนอื่นได้ เพราะคนบางคนทำหน้าที่คุณอำนวยได้และพร้อมจะทำ  หรือสกัดความรู้เทคนิคเชิงลึก เช่น วัวนมราคาผันผวน เขาอยู่ได้อย่างไรในภาวะเช่นนั้น  สกัดออกมาทำเป็นความรู้สำหรับโรงเรียนเกษตร ว่าอาชีพเกษตรแต่ละอย่างมี how to ทำให้เราอยู่ได้อย่างไร เอาฐานความรู้และประสบการณ์ออกไปเป็นประโยชน์แก่ชุมชนอื่น   


          ดร.นิภาพรรณ จากสถาบันจัดการองค์รวม ซึ่งมีประสบการณ์ดีๆ เรื่องธุรกิจชุมชน สนใจเรื่องการต่อยอดทำโรงนมของตัวเอง พร้อมกันนั้นก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดตั้งโรงนมที่เชียงราย ที่เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ แต่พอทำโรงนมพบว่าไปไม่ได้ อยากให้ไปดูงานที่นี่ เพราะเป็นกรณีคลาสสิกมาก หรือเรื่องบัญชีที่ถ้าทำกันจริงๆ จะตกใจ เพราะที่ว่ากำไรอาจจะไม่เป็นจริง

             นี่เป็นตัวอย่างของ “การเลือกคนและเลือกประเด็นมาเข้าวง” ซึ่งทำให้เกิดการ “ต่อยอดกันทางความรู้” ได้เป็นอย่างดี
 เราได้เห็นจุดที่จะเชื่อมโยงระหว่างภาคีมากขึ้น เช่น เราพอจะจับได้ว่า วจส. คล้ายๆ จะทำสื่อ ทำความรู้ (ทำชุดความรู้) เพื่อเสริมศักยภาพการเป็นแหล่งเรียนรู้ จัดทำหลักสูตรการศึกษาดูงาน การทำความรู้ให้ชัดก็ว่ายากแล้ว แต่การจัดการให้เกิดการขยายผลต่อ ยากยิ่งกว่า หากมีการเชื่อมโยงกันในลักษณะที่วจส. ทำความรู้แหล่งเรียนรู้ให้ชัด แล้วภาคีอื่นๆ เช่น สรส. มทร.ศรีวิชัยก็จะจัดการต่อให้เกิดการต่อยอด ยกระดับ ทั้งแก่เจ้าของความรู้เองและแก่พื้นที่อื่นๆ

(ติดตามอ่านตอนต่อไปได้ในตอนที่ ๓ นะค่ะ)