ตัวความรู้นั้นมันไม่ได้สังกัดสถาบันและอยู่ในกติกาใดๆ มันลอยอยู่อย่างอิสระ ถ้าใครสนใจไปข้องแวะตามจริตของแต่ละคน ก็จะได้คำอธิบายเฉพาะตัวว่าเราเก็บเกี่ยวเอาความรู้อะไรไว้ในตัวได้มากน้อยแค่ไหน

 

(ไม่มีอะไร? ว่าที่ดร.อ้อย กับ ว่าที่ดร.ขจิต เสริมกำลังใจให้กัน)

เล่าฮูแสวง รวยสูงเนิน ตั้งคำถามว่า ทำไมถึงจัดเฮฮาศาสตร์ ขอตอบว่า จัดขึ้นมาเพื่อประเมินความรักความเข้าใจระหว่างกันของชาวเรา ต้องการรู้ว่าอานุภาพของคนดีที่มีพลังมหาศาลนั้น เหมาะที่จะไปทำอะไร ทำได้แค่ไหน อีกทั้งรวมน้ำใจมอบให้ลูกหลานของพวกเรา ..พบว่าเกิดปรากฎการณ์ที่นอกเหนือจากความคาดหมาย เราจะเห็นประกายความคิดของคนชั้นครู ที่คิดและแสดงออกในบรรยากาศที่อิสระในโลกส่วนตัวของพวกเรา

   

(ลีลา อาหารปาก อาหารใจ และอาหารสมอง)

ตัวความรู้นั้นมันไม่ได้สังกัดสถาบันและอยู่ในกติกาใดๆ มันลอยอยู่อย่างอิสระ ถ้าใครสนใจไปข้องแวะตามจริตของแต่ละคน ก็จะได้คำอธิบายเฉพาะตัวว่าเราเก็บเกี่ยวเอาความรู้อะไรไว้ในตัวได้มากน้อยแค่ไหน เอาไปใช้เมื่อไหร่และอย่างไร คน+ความรู้=ผู้รู้ เมื่อรู้แล้วจะเป็น ผู้เบิกบาน คิดอะไรทำอะไรทะลุทะลวง สามารถก้าวข้ามกระโดดเส้นผมบังภูเขาไปไหนๆได้อย่างบรรเจิด ไม่ต้องไปถามใคร และรออนุมัติจากใคร จะไปไหนมาไหนใช้หัวใจเป็นเครื่องมือดำเนินการ ทุกเรื่องจบที่ใจ โดยเฉพาะใจบล็อกเกอร์กลุ่มเฮฮาศาสตร์นั้นแข็งแกร่งและอลังการเหลือเกินเจ้าประคุณเอ๋ย 

   

(ดร.แป๋วปาเป้า เข้าประชุม 3 จอมยุทธบล็อกเกอร์ไทยแลนด์)

ทุกคนที่มางานนี้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย ความรู้ ความคิด สามารถเข้ามาติดแปะกันได้ เป็นตัวคูณให้กันและกันในบรรยากาศผสมสานการเรียนรู้ที่อิสระ น้องไผ่เด็กวัย 6-7 ขวบ สายลมหนุ่มอารมณ์ดี อาจารย์แสวง อาจารย์Handy อาจารย์แป๋ว อาจารย์บางทราย น้องดอกแก้ว ครูอ้อย ท่านสมนึก สิงห์ป่าสักฯลฯ เก็บเกี่ยวและถ่ายเทความรู้ด้วยความคิดและจิตใจที่ปลอดโปร่ง 

   

(เซียนกล้อง จ้องถ่ายพระ แล้วมาตักบาตร)

คนชั้นครูนั้นมีพลังในตัวมหาศาล เพียงแต่ประเทศนี้ไม่สามารถใช้วิชาความรู้ที่ท่านมีได้เต็มตามศักยภาพ อาจจะเป็นเพราะเงื่อนไขหรือโครงสร้างอะไรก็แล้วแต่ ตรงกันข้ามกับงานที่จัดขึ้นมาบนฐานความไม่พร้อมอะไรสักอย่าง แต่ผมเห็นตัวความรู้ความรักปลิวว่อน มันเป็นไปโดยธรรมชาติที่ตัวความรู้สอดรับกับได้อย่างสนิท ระหว่างเครื่องส่งความรู้กับเครื่องรับความรู้ ยกตัวอย่าง เช่น ท่านอาจารย์Handy มองปั๊บก็รู้ว่าควรจะมอบความรู้อะไรให้ที่นี่ ท่านลงมือสอนแบบอธิบายจากของจริงทันที เรื่องการใช้และตรวจสอบดูแลเครื่องเสียง การใช้สื่อ การใช้อุปกรณ์เรียนรู้ที่ง่ายและเหมาะกับคนเบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างเรา เป็นการเรียนลัดวิเศษสุดซึ่งมหาชีวาลัยอีสานไม่สามารถจะไปหาจากที่ไหน 

(ดอกบัวอาจจะโรยรา แต่ดอกใจบล็อกเกอร์ยังจะเบิกบาน)

ในช่วงตั้งวงสะท้อนคิดที่เราจัดหลายรอบ ทุกคนเปิดใจคุยอย่างสะดวกสบายใจ ความคิดไม่ติดกรอบและไม่อนาทรใดๆจึงผุดพรายขึ้นมาให้พวกเราเก็บเกี่ยวไปเป็นการบ้าน การจัดให้พบปะกันแบบเปลือยใจเช่นนี้ จะทรงคุณค่าเหมือนไฟฉายส่องไปตรงไหนก็โฟกัสตรงนั้น ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยให้ยุ่งยาก  

(พี่องุ่น ครูเสือ มาด้วยใจไปด้วยรถเช็ปเปอร์คันโต)

ไม่มีกิจกรรมใดที่เราจัดโดยไม่แฝงความรู้คู่ความรักความเข้าใจและความตั้งใจ  คุณหน่อยแห่งเด็กรักป่า ได้ยกการละเล่นงานวัดมาไว้ที่นี่ รายการปาเป้า ตักลูกปิงป๋อง โยนห่วง คิดให้ตายก็คิดไม่ออกว่าจะมีใครนึกถึงการละเล่นอย่างนี้ เกิดการเฮและฮาแบบสุดๆ ทุกคนได้ปาเป้า โยนห่วง ตักลูกปิงป๋อง ใครได้คะแนนเท่าไหร่เธอจัดรางวัลมามอบให้เสร็จสรรพ สิ่งนี้แหละที่สะท้อนให้เห็นบรรยากาศของการจัดการเรียนรู้ของครูหน่อย ขอบคุณมากนะดอกแก้ว ที่มาเปิดห้องเรียนจนได้เรื่องว่า เฮฮาอย่างไรถึงจะได้ศาสตร์ 

ช่วงบ่ายมีการมอบมาลัยน้ำใจให้พระเอกลูกทุ่ง เอ๊ย! ให้อ.ขจิตหลายสิบพวง จากพวกเราทยอยกับมอบให้หนุ่มหน้ามลที่จะดั้นด้นไปศึกษาเพิ่มเติมที่รัฐโอเรกอนในเดือนกันยายน ภาพครูอ้อยหอมแก้มให้กำลังใจกามนิตหนุ่ม ทำให้ผมต้องผัดต้นหอมมาจานใหญ่มาสมทบ จะได้เต็มสูตรทั้งชมและชิมความหอมหวานแห่งมิตรภาพของชาวเรา อาหารเย็นมื้อนี้ฝีมือท่าน ส-มะ-นึ-กะ สายสม สายใจ ออต เล้าข้าว ฝีมือจัดจ้านอร่อยไม่แพ้กุ๊กภัตตาคารไหนๆ 

การจัดงานครั้งนี้ไม่สามารถรายงานเป็นภาพและความรู้สึกนึกคิดได้ทั้งหมด ที่พวกเรานำเสนอผ่านG2K.ทำได้เพียง5%เท่านั้น อีก95%ยังอยู่ในความคิดคำนึง และเป็นการบ้านที่เราจะต้องถอดรหัสออกมาในโอกาสต่อไป