ซุปผักที่แนะนำในบันทึกนี้เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ป้าเจตน์สอนให้ญาติผู้ป่วยทำเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ทำแล้วกินได้ทั้งคนป่วยคนไม่ป่วย ทำให้การกินผักซึ่งเป็นอาหารที่มีเส้นใยมาก มีสารอาหารและวิตามินเยอะแยะ เป็นสิ่งที่กินได้ง่าย

ภรรยาผมไปขอวิชาทำซุปผักรวมมิตรนี้จาก “ป้าเจตน์” เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความสามารถพิเศษในการคิดวิธีทำอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา

http://gotoknow.org/file/surachetv/SoupPak5.jpg

ซุปผักที่แนะนำในบันทึกนี้เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ป้าเจตน์สอนให้ญาติผู้ป่วยทำเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ  ทำแล้วกินได้ทั้งคนป่วยคนไม่ป่วย ทำให้การกินผักซึ่งเป็นอาหารที่มีเส้นใยมาก มีสารอาหารและวิตามินเยอะแยะ เป็นสิ่งที่กินได้ง่ายๆ ลื่นคอ เผลอๆ ใช้หลอดดูดเอาก็ได้ กินกับขนมปังโฮลวีทปิ้งอุ่นๆ ก็อร่อย

ภรรยาผมยังสอนให้น้องสะใภ้ไปทำให้ลูกเล็กๆ ๒ คนกินด้วย ปรากฏว่าเด็กๆ ก็ชอบกิน เธอใส่ปลาชิ้นเล็กๆ ลงไป รวมทั้งไข่ลงไปด้วย ส่วนครอบครัวผมขณะนี้ช่วยกันทำกินเป็นอาหารเช้ากันสามถึงสี่ครั้งต่อสัปดาห์

วัตถุดิบและวิธีการทำ มีดังนี้ครับ

http://gotoknow.org/file/surachetv/SoupPak240a.jpg

ขั้นแรก หั่นผักใหญ่ๆ ให้เล็กลงใส่ลงในหม้อใส่น้ำพอท่วมผักต้มจนเดือด เพื่อให้ผักอ่อนตัวลงผักที่เห็นในหม้อเป็นซุปที่หนักผักโขม แต่สามารถใช้ผักอื่นแทนก็ได้ เช่น ผักกวางตุ้ง ผักกาด ผักคะน้า (สรุปแล้วคือได้ทุกผัก)

แล้วก็ใส่หอมใหญ่ แครอต ฟักทอง เห็ดสามอย่าง (เห็ดอะไรก็ได้รวมแล้วให้ได้ ๓ อย่าง เช่น เห็ดหอม เห็ดภูฐาน เห็ดหูหนู เห็ดเข็มทอง) ถั่วแระ ข้าวกล้องหุงสุก (บางครั้งไม่มีข้าวที่หุงไว้ก็ใช้ข้าวโอ๊ตกระป๋องก็ได้)

ป้าเจตน์บอกว่าจะใส่ผักน้อยชนิดกว่านี้หรือจะเพิ่มขึ้นอีกกี่ชนิดก็ได้ เคล็ดลับคือให้มีข้าวกล้องหรือข้าวโอ๊ตหรือพวกธัญพืชที่หาได้สะดวกอยู่ด้วยเพื่อให้น้ำข้นและเป็นตัวประสานหรือจะใส่ไข่ลงไปด้วยก็ได้สำหรับคนที่ชอบกินไข่

http://gotoknow.org/file/surachetv/SoupPak240b.jpg

ขั้นที่สอง พอผักอ่อนตัวลง (ไม่ใช่เปื่อย) นำมาปั่นด้วยเครื่องปั่น แค่นาทีสองนาทีก็จะกลายเป็นซุปข้นๆ ดังภาพข้างบน

http://gotoknow.org/file/surachetv/SoupPak240c.jpg
ใช้หัวปั่นแบบใบมีดดังภาพข้างบน ถ้าไม่มีที่ปั่นแบบเป็นแท่งๆ แบบผมก็ใช้เครื่องปั่นแบบที่ใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ก็ได้

http://gotoknow.org/file/surachetv/SoupPak240d.jpg

ขั้นที่สาม นำผักที่ป่นเป็นน้ำข้นๆ ไปขึ้นเตาอีกครั้งพร้อมใส่เครื่องปรุงรส ประกอบด้วยน้ำมันงา ๑ ช้อนชา พริกไทยพอประมาณ (ขึ้นกับว่าชอบเผ็ดมากหรือเผ็ดน้อย) มีโซะ (ถั่วหมักญี่ปุ่น) ประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ (ขึ้นกับปริมาณซุปที่ทำ ใส่มากไปก็จะเค็ม แต่ไม่ใส่เลยก็จะไม่อร่อย เพราะมีโซะนี่เองคือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ทุกคนติดใจ) คนให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อซุป

หากมีเต้าหู้หลอดอยู่หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใส่ไปด้วยก็ได้ ดังภาพบนสุด

ลองดูนะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หรือจะดัดแปลงเพิ่มเติมยังไงตามสะดวก

วันไหนหนักฟักทองสีก็จะออกเหลืองแบบนี้ 

บ้านผมแต่ละวันสีซุปผักออกมาไม่เหมือนกันเลยครับ วันไหนหนักฟักทองหน่อยสีก็จะเหลืองอย่างภาพข้างบน (โรยงาดำกับจมูกข้าวด้วยเพื่อเพิ่มวิตามิน) วันไหนหนักผักเขียวๆ สีก็จะออกเขียว วันไหนหนักแครอตสีก็จะออกแดง ขึ้นอยู่กับว่ามีวัตถุดิบอะไร

แล้วก็อย่าลืมกินผักสดด้วยนะครับ เพราะผักหลายชนิดเมื่อถูกความร้อนมากๆ สารอาหารก็ถูกทำลายไปด้วย.