นายบอนพบรุ่นน้องคนหนึ่งที่มีท่าทางลับๆล่อๆ หลบรุ่นพี่ และครูที่เคยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือเขามาก่อน น่าสงสัยว่า ทำไมเขาจึงแสดงอาการเช่นนั้น
ทุกคนในช่วงวัยเยาว์ ย่อมมีครู มีรุ่นพี่ที่คอยช่วยเหลือ แนะนำ อุปถัมภ์ ช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลาวิกฤติ ฝ่าฟันอุปสรรคให้ชีวิตก้าวเดินต่อไปได้ ซึ่งสิ่งที่ได้รับในวันวาน ทั้งความเมตตาและกำลังใจอย่างเปี่ยมล้นนั้น ย่อมทำให้หลายคนสำนึกในพระคุณเหล่านั้น
แต่สำหรับรุ่นน้องคนนี้ หลังจากเรียนจบไปหลายปี วันนี้ ดูเหมือนว่า ตัวเขายังไปไม่ถึงไหน หน้าที่การงานพอเอาตัวรอดไปวันๆ แถมยังมีหนี้สินรุงรังมากมาย เมื่อเขาเห็นคุณครู และรุ่นพี่ที่เคยช่วยเหลือเขา ทำให้เขารีบหลบ!!!
จุดนี้ นายบอนจึงสอบถามว่า ทำไมไม่เข้าไปทักทาย หรือว่า ลืมผู้มีพระคุณเหล่านั้นไปแล้ว
คำตอบของเขา คือ เขารู้สึกอาย ไม่กล้าสู้หน้า อายในความไม่เอาไหนของตนเอง ไม่อยากไปรบกวนท่านอีก
หากเข้าไปพบท่าน ท่านก็ต้องสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เขาอายที่จะบอกเรื่องราวของตนเอง อายที่จะต้องรับความเมตตา ช่วยเหลือจากทั้งรุ่นพี่และคุณครูท่านนั้น
ความจริงแล้ว ผู้ใหญ่ไม่เคยคิดเช่นนั้น
ผู้ใหญ่หลายท่าน ยังอยากรู้ข่าวคราวของคนที่เคยช่วยเหลือ คนคุ้นเคย ว่าสุข ทุกข์เพียงไร
ท่านยังคงคิดถึง เอ็นดู และห่วงใยเช่นวันวาน
และยังพร้อมให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และกำลังใจเช่นเดิม
แต่เขาเสียอีก ที่สร้างกำแพงในใจขึ้นมา จากการคิดมากเกินไป ตั้งความคาดหวังที่สูงเกินไปเท่านั้น
ข้อคิด
- เมื่อเจอปัญหา ก็ต้องเดินหน้าเข้าหาปัญหา แก้ไขปัญหานั้น
- ผู้มีพระคุณ คนรู้จัก ไม่ใช่บุคคลที่สร้างปัญหาให้ ทำไมต้องเกรงใจ
- การที่อยู่กับตนเองมากเกินไป คิดมากเกินไป ทำให้มุมมองหลายอย่าง ผิดไปจากความเป็นจริง
สวัสดีครับ คุณบอน
อาจเพราะน้องเค้ายังเด็กเกินไป หรือขี้อายเกินไปนะครับ
ส่วนที่ขอคำปรึกษามา จะตามเข้าไปตอบให้แล้วครับ
คงทั้งไปทำบุญ และถ่ายรูปบรรยากาศแห่เทียนเข้าพรรษาจากกาฬสินธุ์มาเผยแพร่ครับ