เมื่อเจอของดี ๆ ก็เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง

      ดิฉันได้อ่านหนังสือหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในแนวทางของการสอนตนเองและสอนจิตของเราให้อยู่รอด ก็เลยนึกถึงคำว่า "ความศรัทธา"  และคำว่า "ผู้นำ" แล้วนำข้อเขียนที่ได้อ่านมาเทียบเคียงกับความเป็นจริงของสังคม ที่ดิฉันอยากจะเรียนรู้ถึงสิ่งแวดล้อมและการปฏิบัติและการดำรงตนในสังคมคนที่มีความแตกต่างกันทั้งด้านความคิดการหล่อหลอมเลี้ยงดู  สภาพครอบครัว  สิ่งอำนวยความสะดวก และการได้รับการดูแลทางจิตใจและความเอื้ออารีที่เกิดขึ้นของคนและมนุษย์

     หนังสือที่ดิฉันอ่านและชอบแล้วนำมาวิเคราะห์เทียบเคียงกับความเป็นจริง ที่ทำให้เราคิดและสรุปเหตุ คือ


     เล่มที่ 1  ความสำเร็จที่มาจากพระพุทธเจ้า  ที่ชอบก็เพราะหนังสือเล่มนี้สอนให้เห็นถึง การดำรงอยู่ของชีวิตที่ต้องมีความอดทน มีความขยันหมั่นเพียร  หนักเอาเบาสู้ใช้สมองในการประกอบอาชีพและสร้างครอบครัว  แต่คนเรานั้นจะมีกรรมเป็นของตนเองที่ติดตัวมา ฉะนั้นถ้าคนเราค้นหาทางออกของตนเองได้เจอก็สามารถทุเลาความ
เหนื่อยยากลำบากนั้นได้ ก็คือ "การทำความดี...ด้วยจิตใจที่ดี"  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ผู้ที่แนะนำให้ดิฉันอ่านก็คือ  คุณไพรัช  หวังดี
     เล่มที่ 2  จิตวิทยาการเรียนรู้ผู้ใหญ่  ที่ชอบก็เพราะเป็นหนังสือที่อาจารย์ของเราเองเป็นคนเขียนเป็นเบื้องต้น แล้วก็เลยลองอ่านเนื้อความข้างในดู ทำให้เห็นการพัฒนาเนื้อหาสาระที่รวบรวมเรื่องราวของคนเรามาไว้ที่เดียวกันทั้งหลักการทฤษฎีและเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นที่เป็นพื้นฐานของคนเรา  ความคิด  สภาพแวดล้อม  การปรับตัว  และธรรมชาติของคนที่จะแตกต่างกัน จึงทำให้เข้าใจคำว่า "ความแตกต่างของคนในสังคม" ซึ่งหนังสือเล่มนี้คนที่ซื้อมาให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2550 พร้อมกับบอกว่า "เพื่อเธอจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง? เป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง" ก็คือ  คุณสวัสดิ์  วิระวงศ์พรหม
     เล่มที่ 3  ผู้นำทะลุคำภีร์  หนังสือเล่มนี้จะกระตุ้นความคิดให้เห็นถึง "ความเป็นผู้นำที่แท้จริง" นั้นก็คือ เราต้องเป็นผู้นำที่มาจากความศรัทธาแล้วจะทำให้เรามีบารมียั่งยืนได้  ซึ่งสิ่งนี้ตัวเราเองต้องเป็นผู้สร้างขึ้นด้วยตนเองเท่านั้น  โดยคนที่จะเป็นเช่นนี้ได้ต้องมีความดี  มีจิตใจดี  มีความคิดดี  และมีการปฏิบัติดี  เมื่ออ่านแล้วเป็นเรื่องที่ยาก แต่เมื่อลองค้นดู "ตัวแบบ" ในสังคมก็มีให้เห็น เรื่องนี้จึงมิใช่เพียงนามธรรมแต่เป็นเรื่องที่มีความเป็นรูปธรรมให้เห็นได้  หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ดิฉันหยิบมาอ่านเอง เพราะชื่อเรื่องสะดุดใจสะดุดตาเราเอง
    เล่มที่ 4  กรรมฐานแก้กรรม  เมื่อเราคิดว่า "ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง" แล้วก็เลยสงสัยว่า  "แล้วเราจะแก้กรรมของเราเองได้อย่างไรบ้าง?" พอมาเจอหนังสือเล่มนี้ก็เลยลองอ่านดู  ทำให้เห็นถึงเรื่องราวทั้งหมดอยู่ที่ตัวเราเองทั้งหมดที่เป็นผู้ปฏิบัติ "สติ" ของเราเป็นสิ่งที่ต้องเรียกกลับมา ก็จะทำให้เกิดความสงบได้คือ "ใจเย็น  ไม่วุ่นวาย"  ความรุ่มร้อนที่เป็นอยู่นั้นสามารถลดได้จาก "การทำสมาธิ" จึงทำให้
ดิฉันต้องนั่งสมาธิบ่อย ๆ ก่อนที่จะไปทำงาน และยังได้นำไปชวนคนอื่นลองฝึกนั่งสมาธิดูบ้าง? แล้วจะทำให้เราใจเย็นขึ้น  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ดิฉันก็หยิบมาอ่านเอง เพราะเราสนใจและค้นหามานานแล้วและอยากรู้ด้วย
     เล่มที่ 5  THE MAGIC OF THINKING BIG  "คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก"  เป็นหนังสือที่เคยดูโฆษณามานานแล้วคือ  "เล็ก ๆ มิต้าไม่...ใหญ่ ๆ มิต้าทำ" พอมาเจอหนังสือเล่มนี้ก็เลยสงสัยก็เลยลองอ่านดู และอยากรู้ด้วยว่า "ที่เขาคิดเรื่องดี ๆ คิดงานใหญ่ ๆ ที่คิดแบบผู้บริหารนั้น เขาทำกันอย่างไร? เขามีวิธีการอย่างไร?"  พออ่านเนื้อหาสาระไปได้สักหน่อยก็ทำให้เห็นถึง "ใจและการปฏิบัติ" ที่เห็นเนื้อหาของความเป็นผู้บริหารที่แท้จริงนั้น "ต้องมีบารมี"  ความมีบารมีที่แท้จริง...ต้องมาจากความศรัทธา  และความศรัทธา...ต้องมาจากการสร้างขึ้นโดยตัวของเราเองเท่านั้น  การเป็น "ผู้นำ" ตามหลักการวิชาการและทฤษฎีที่มีอยู่ในหนังสือเมื่อนำมาเทียบเคียงแล้วเป็นเรื่องที่ดีมาก ส่วนการปฏิบัตินั้นสามารถนำความรู้ตรงนี้มาใช้ได้เลยว่า สิ่งที่เราเห็นและสัมผัสนั้น "ผู้บริหารเทียม"  หรือเป็น "ผู้บริหารแท้"  เพราะผู้นำเมื่อเทียบเคียงแล้วก็คือ  ผู้บริหารแท้  ที่ได้ความศรัทธาและบารมีที่สร้างและสั่งสมมาด้วยตัวของตนเอง หนังสือเล่มนี้ดิฉันเห็นก็เลยหยิบมาอ่านดูค่ะ เพราะสนใจและอยากเรียนรู้

     ก็เป็นหนังสือที่ดิฉันอ่านดูแล้วน่าสนใจดี ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ.