ปัญญา เป็นยอดแห่งสหาย. นิมิตหมายต่างๆ ที่น้อมนำมาเทียบเคียงโดยลำดับนั้น เป็นเพียงเครื่องอาศัย เพื่อจะได้เห็นปัญญาของเขา. นับเข้ามาแต่ ศรัทธา ศีล จาคะ.. เหล่านี้เป็นอาการของปัญญาทั้งนั้น. เป็นปัญญาที่มีความหยาบละเอียดต่างกัน.


ในบุคคลผู้มีศีลอันเจริญ พฤติกรรมของเขา ย่อมโน้มน้อมออกไปในจาคะ  คือ ความเสียสละออกซึ่งสิ่งอันไม่เป็นธรรม.  สิ่งใดไม่เป็นธรรม เขาสละสิ่งนั้นออก.

จาคะในที่นี้ ไม่ใช่เฉพาะอามิสทานเท่านั้น.  มีผู้คนมากมาย เข้าใจว่า การแสวงหาคู่โดยพิจารณาจากจาคะนี้ คือ ดูเพียงพฤติกรรมการทำทานวัตถุของเขา  
แต่ที่แท้ จาคะนั้น ก็คือศีลที่มีลักษณะวิวัฏฏ์ออกไป แปรรูปไปในแบบแห่งการสละความไม่เจริญออกไป ซึ่ง มันน้อมเข้าใกล้ความเป็นธรรมยิ่งขึ้น.

ความตระหนี่ในอามิส ความตระหนี่ในอภัย ความตระหนี่ความรู้ ความตระหนี่ธรรม  เหล่านี้ก็คือความไม่มีจาคะ.  
บุคคลเมื่อกำจัดจาคะ ย่อมปรากฏความคลายลงแห่งความตระหนี่.

ผู้ที่กำจัดความตระหนี่ ย่อมบำเพ็ญทาน.
ความตระหนี่ในวัตถุสิ่งของ เมื่อกำจัดออกแล้ว ก็จะเกิดพฤติกรรมของการทำอามิสทาน มีการใส่บาตร ถวายสังฆทาน การสงเคราะห์สหาย ..เป็นต้น ด้วยวัตถุ
.

ผู้ที่กำจัดความตระหนี่ในอภัย ย่อมบำเพ็ญอภัยทาน.
ในบางครั้งคราว ที่เราทำผิดพลาดไปบ้าง เพราะความไม่รู้ว่าสิ่งไหนควรหรือไม่ควร  เมื่อเขาพิจารณาเห็นแล้ว ก็ให้อภัยเราได้ เพราะระลึกถึงความไม่รู้.  
อภัยทานนี้เอง ที่ทำให้บุคคลผู้มีศีลไม่เสมอกัน ได้ปรับศีลให้เสมอกันได้  เป็นการให้โอกาสกันอีกครั้ง  เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เจริญขึ้น  เมื่อเห็นว่าเขายังคงใฝ่ดีอยู่ (แต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้ใฝ่ดีแล้ว มันก็เห็นเป็นคนทุศีล มันก็ไม่คบหา ไม่อยู่ร่วมด้วย แต่ก็ให้อภัย  นี่เป็นลักษณะของคนที่มีจาคะ ไม่ใช่ว่าให้อภัยแล้ว อยู่ร่วมด้วยกับคนทุศีลอยู่)

ผู้ที่กำจัดความตระหนี่ในความรู้ ย่อมบำเพ็ญวิทยาทาน.

คือ เมื่อเขาพิจารณาเห็นความไม่รู้ของเราแล้ว เป็นเหตุให้เราผิดพลาดอยู่  เขาให้อภัยเป็นเบื้องต้น แล้วชี้แจงด้วยถ้อยคำ ทำให้เกิดความแจ้งชัดในอุบายความรู้  ทำให้เราเกิดความรู้ ความระลึกถึง อันเป็นเหตุให้ปิดป้องความผิดพลาดนั้นๆได้.

ผู้ที่กำจัดความตระหนี่ในธรรม ย่อมบำเพ็ญธรรมทานอันเหมาะสม.
ธรรมทานนั้น ก็คืออริยสัจจ์๔  เขาย่อมแนะนำ แสดงความจริงอันประเสริฐทั้งหมดนั้นแก่เรา และความจริงเหล่านั้น จะเป็นเหตุให้เราพ้นไปจากความทุกข์ไปโดยลำดับ เพราะมันเป็นเครื่องก่อกำเนิดสหายอย่างยิ่งในธรรม คือตัวเราเอง ให้เป็นที่พึ่งแก่ตน จนลุถึงที่สุดแห่งประโยชน์ทั้งปวงของการคบหาสหาย แสวงหาสหายของเรา.

คนผู้ไม่มีศีล สละความเลวในตนออกไม่ได้แม้อย่างหยาบ   การที่จะกระทำจาคะให้ปรากฏขึ้นได้ ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปได้.

เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายในการแสวงหาสหายของเราแล้วว่า เพราะหวังจะเข้าถึงความเป็นผู้เจริญ ห่างไกลจากความทุกข์ทั้งปวง.  จึงพึงพิจารณาจาคะสมบัติในบุคคลที่เราจะเลือกเฟ้นคบหาด้วย.

อเสวนา จ พาลานัง  ปัณฑิตานัญ จ เสวนา.   คาถาคบหาสหาย  ใช้ได้กับสหายทุกประเภท.  โดยเฉพาะ ในการเลือกเฟ้นสามีภริยา ควรน้อมเข้ามาใช้อย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ตน.

ปัญญา เป็นเครื่องหมายของบัณฑิต.   ความทรามปัญญา เป็นเครื่องหมายของพาล.

ปัญญา เป็นยอดแห่งสหาย.   นิมิตหมายต่างๆ ที่น้อมนำมาเทียบเคียงโดยลำดับนั้น เป็นเพียงเครื่องอาศัย เพื่อจะได้เห็นปัญญาของเขา.  นับเข้ามาแต่ ศรัทธา ศีล จาคะ.. เหล่านี้เป็นอาการของปัญญาทั้งนั้น.   เป็นปัญญาที่มีความหยาบละเอียดต่างกัน.

เหมือนอย่างผีเสื้อเกิดจากดักแด้  ดักแด้เกิดจากหนอน.    เขาไม่เรียกหนอนว่าเป็นผีเสื้อ ไม่เรียกดักแด้ว่าเป็นผีเสื้อ   ไม่เรียกผีเสื้อว่าเป็นดักแด้ ไม่เรียกผีเสื้อว่าเป็นหนอน  แม้มันจะอาศัยกันปรากฏมาโดยลำดับ แต่ มันมีลักษณะเฉพาะที่ต่างกัน จึงเรียกมันไปต่างๆชื่อ.

แม้ ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา เองก็เช่นกัน   มันอาศัยกันเกิดขึ้น แปรสภาพไปโดยลำดับ  เมื่อสภาพเปลี่ยน ชื่อของมันก็เปลี่ยน  และเข้าถึงความบริบูรณ์อยู่ที่ปัญญา.

สหายระดับปัญญา เป็นสหายอันประเสริฐสุด.  ไม่ว่าสหายนั้นจะเป็นภายนอกหรือภายใน  การได้สหายเช่นนั้น เป็นโชคของบุคคล