เชื้อราเห็ด...ผลิตอาหารเองได้น้อย ดังนั้นหากเราต้องการเพาะเห็ดเพื่อให้ได้ผลผลิตเห็ดที่สูงเราควรเพิ่มอาหารเสริมเข้าไปในวัสดุเพาะสำหรับเป็นอาหารของเห็ด

กลับมาแล้วครับ....หลังจากที่หายหน้าไปหลายวันเนื่องจากช่วงที่ผ่านมา virus  ลงเครื่องคอมพิวเตอร์ทำให้เกิดอาการติดขัดไปหลายประการเช่นกัน และวันนี้ขอเริ่มทักทายเรื่องเห็ดเพื่อเปิดฉากอีกครั้งครับ เพราะเมื่อเช้าได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านทางโทรศัพท์หลายสายด้วยกันโดยประเดิมสายแรกจากคุณเกรียงไกร   มุทาไร อดีตนักตระกร้อทีมชาติไทย หลายสมัย ที่เมีความสนใจด้านอาชีพการเพาะเห็ดเป็นอีพเสริม  ตอนนี้เพาะเห็ดอยู่ที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ตามด้วยผู้ใหญ่บ้านหนองน้ำกิน จังหวัดมหาสารคาม และน้องกิ่ง จากอำเภอพุทไธสงค์ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งแต่ละคนแต่ละท่านก็ล้วนแต่มีคำถามที่แตกต่างกันออกไป ตามแต่สภาพที่พบในท้องถิ่นของตนเอง แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในวันนี้ก็คือในเรื่องของสูตรอาหารที่เราจะใส่ลงไปในวัสดุเพาะเห็ดเท่าไหร่ดี เห็ดจึงจะออกดอกดี และงามไม่มีที่ติ 

เห็ดกินหลายย่างต้องมีให้ครบ....พอพูดถึงว่าเห็ดมันเป็นเชื้อราสำหรับนักจุลชีววิทยา แต่นักเกษตรอย่างเราๆ เขาก็บอกว่าเห็ดมันเป็นพืชชนิดหนึ่ง แต่เป็นพืชชั้นต่ำเนื่องจากเห็ดไม่มีสารสีเขียวที่เรียกว่าคลอโรฟีล  (Chlorophyll) จึงไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ ดังนั้นหากเราจะให้อาหารเห็ดก็จะมีวิธีเดียวกันกับการปลูกพืช และหากเราย้อนไปทบทวนดูว่าพืชมันกินอาหารอยู่ทั้งหมดกี่ชนิด (หากผมจำไม่ผิดก็ประมาณ 16 ชนิด) ดังนั้นเห็ดก็จะกินเหมือนกัน สำหรับหลักการให้อาหารนั้นก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันคือ ให้แต่พอดี และมีครบทุกตัว เห็ดจึงจะเจริญเติบโตได้เร็ว

ขี้เลื่อยเพาะเห็ด

ดังนั้น...เมื่อเราจะเพาะเห็ดในถุงพลาสติกโดยใช้ขี้เลื่อยเป็นวัสดุเพาะล่ะ...เราจะเติมอาหารเสริมอะไรบ้างและควรเติมเท่าไหร่ดี ผมจึงใคร่ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าการเติมอาหารเสริมโดยทั่วไปของแต่ละคนจะมีปริมาณที่ใกล้เคียงกัน แต่ที่สำคัญให้คำนึงถึงความจำเป็นและต้นทุนการผลิตสำหรับสูตรที่ผมใช้ในเห็ดนางฟ้า นางรม หูหนูได้ผลค่อนข้างดีจะเติมวัสดุดังนี้ครับ

1. ขี้เลื่อย          100    กก.

2. รำละเอียด         6    กก.

3. ปูนขาว             2    กก.

4. ยิปซั่ม              2    กก.

5. ดีเกลือ             0.2  กก. (2 ขีด)

6. น้ำ (ความชื้น)   60-70 เปอร์เซนต์

ถ้าหากเป็นเห็ด บด เห็ดขอนขาว ผมจะเติมแป้งข้าวเหนียว 2 กก.และภูไมท์ซัลเฟต 2 กก.เพิ่มเติมเข้าไปอีกจากสูตรปกติ ซึ่งจะให้ผลผลิตค่อนข้างดี และเป็นที่น่าพอใจแต่อย่างไรก็ตาม ในการเติมอาหารอะไรลงไปนั้นนอกจากจะดูต้นทุนการผลิตแล้วสิ่งหนึ่งที่อยากฝากใว้ก็คือ ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของวัสดุเพาะ เนื่องจากเห็ดจะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในค่า pH อยู่ระหว่าง 6 - 8 ดังนั้น พี่น้องชาวฟาร์มเห็ดอย่าลืมตรวจสอบด้วยนะครับ

เจ้าของฟาร์มเห็ดในอนาคต

สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด...คืออย่างนี้ครับ ถึงแม้จะสูตรอาหารดี แต่อย่างอื่นไม่ดีก็ยังไม่ประสบความสำเร็จครับ ดังนั้นจึงอยากจะขอเพิ่มเติมในเรื่องของการเพาะเห็ดครับว่า การที่จะเพาะเห็ดให้ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องประกอบด้วย

1. การใช้หัวเชื้อเห็ดที่ดี

2. การเลือกใช้อาหารที่ดีให้กับเห็ด

3. การจัดการที่ดี

จาก 3 ข้อ ดังกล่าวข้างต้นหากท่านสามารถปฏิบัติได้ผมคิดว่าความสำเร็จคงไม่ไกลเกินเอื้อมและให้เข้าใจเสมอว่าอาชีพการเพาะเห็ดเป็นอาชีพที่ไม่หยุดนิ่ง ดังนั้น คนเพาะเห็ดก็ต้องไม่หยุดนิ่งเช่นกัน ท่านต้องหมั่นทบทวน ศึกษาเรียนรู้ อยู่ตลอดเวลา...แล้ววันนี้ล่ะ...ท่านพร้อมหรือยัง

ขอบคุณมากครับ

อุทัย   อันพิมพ์

13 กรกฎาคม 2550