อย่าเพิ่งตกใจ  ว่า.....เกิดอะไรขึ้น  ครูอ้อยจึงเกิดความรู้สึกเที่ยวอยากกอดด๊อกเตอร์   
ความจริงเรื่อง.....กอดด๊อกเตอร์...ใช่เลย 
แต่ไม่ใช่ครูอ้อยจะกอดด๊อกเตอร์ค่ะ  
ตรงกันข้าม...มี...สามคนแล้วที่พูดว่า...อยากกอดด๊อกเตอร์....ที่ชื่ออ้อย   
รู้สึกหนาหูขึ้น  จึงนำมาเขียนบันทึก   ความจริงเป็นเรื่องที่ดี   ที่เป็นการเสริมสร้างกำลังใจให้กันเสียมากกว่า   ที่จะเป็นบันทึกโอ้อวด  
เพราะ.....จากผู้หญิงใกล้ชราคนหนึ่ง   กำลังพากเพียรทั้งงานราษฎร์ งานหลวง และเรียนด้วย...พึงต้องการ  คงไม่แปลกอะไร  
ครูอ้อยฟังเพื่อนครูที่โรงเรียน  เมื่อเดินผ่านสวนทางกับครูอ้อยในวันหนึ่งพูดว่า....อยากกอดด๊อกเตอร์อ้อยจังเลย   แล้วก็เข้าสวมกอดร่างท้วมๆของครูอ้อย  
ครูอ้อยรู้สึกถึงความต้องการอย่างแท้จริง   ก็เลยตอบไปตามประสาคนขี้เล่นว่า....ตอนนี้ก็กอด...ด๊อกไปก่อนก็แล้วกัน  อีกสัก 4 ปีค่อยเตอร์มาต่อนะคะ  
เป็นอย่างไรกับคำตอบของครูอ้อย  
ส่วนคนที่สองที่อยากกอด..ด๊อกเตอร์อ้อย  ก็คือ...คุณพ่อคุณแม่   ที่ท่านรอฟังข่าวดี  และสวมกอดครูอ้อย  
มีวันหนึ่งคุณพ่อโทรศัพท์มาหาครูอ้อย.....ด้วยความคิดถึง   เพราะวันเสาร์ครูอ้อยเคยไปหาท่าน  แต่ระยะนี้  ครูอ้อยมีการอบรมและเป็นวิทยากร  ส่วนใหญ่จะตรงกับวันเสาร์   จึงไม่มีโอกาสไปหาท่าน...ครูอ้อยฟังท่านพูด 
และสักครู่คุณแม่ก็ขอพูดบ้างว่า...คิดถึงลูกจังเลย  แม่อยากกอดด๊อกเตอร์อ้อย   มาหาแม่หาพ่อบ้างนะลูก   ครูอ้อยน้ำตาซึมทีเดียว   แต่ครูอ้อยก็มุ่งมั่นทำงานราษฎร์ งานหลวงต่อไป   จนลืมตัวเองที่ต้องเรียนทุกที ทุกวัน ทุกเดือน หรืออาจจะทุกปี ก็ได้ 
อีกคนหนึ่ง  ก็คือมิตรรักใน GotoKnow นี่ล่ะ   อยู่ที่เชียงใหม่  เชียร์ครูอ้อยในเรื่องการเรียนทุกครั้ง  และบอกกับครูอ้อยทาง เอ็มเอสเอ็นว่า...อยากกอดด๊อกเตอร์    ครูอ้อยรู้สึกประทับใจ   กับ 3 คำ สามคนนี้มาก   จึงนำมาเขียนบันทึกนี้   ท่านผู้อ่านก็คงจะไม่ว่าอะไร   หรืออยากจะแสดงคงามคิดเห็นคล้อยตามไปด้วย  หรือแอบยิ้มเยาะในใจ   ก็ไม่รู้ได้  
แต่สำหรับครูอ้อยอยากจะพูดกับทุกท่านว่า....   ..ถึงแม้ว่าครูอ้อย...จะไม่ได้เป็น..ด๊อกเตอร์  
ทั้งสามคนก็กอดครูอ้อยคนนี้  ที่กำลังทำงานอยู่ทุกวันนี้   ก็มหาศาลแล้วเช่นกัน  ..ไม่แพ้ความเป็นด๊อกเตอร์เลย...