ปัจจุบันกับการจัดการความรู้ของกำแพงเพชร ก่อนอื่นผมต้องขอเรียนว่า จากการที่ผมได้นำเสนอเรื่องเล่าใน ทุนเดิมแห่งKM ณ.กำแพงเพชร ไปทั้ง 6 ตอนนั้น สำหรับท่านที่ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่องทุกตอน น่าจะพอเข้าใจว่า กำแพงเพชรได้เริ่มเรียนรู้กับคำว่า KM มาตั้งแต่ต้นเมื่อใด และได้ดำเนินการมาอย่างไร และ ณ.ปัจจุบันเรายืนอยู่อย่างไร แต่เราก็ไม่ได้พูดว่าเราทำKM สำเร็จนะ แต่ก็กำลังจะบอกเช่นกันว่าการนำKM ไปสู่ในองค์กรของรัฐนั้น ณ.ปัจจุบันนี้มิใช่ง่ายฯ หากหลายท่านได้ศึกษาการนำKM ไปใช้ในองค์กรของรัฐแล้วค่อนข้างจะประสบผลสำเร็จก็น่าจะเป็น โรงพยาบาลบ้านตากและขององค์กรเอกชนหลายหน่วย ที่มีผู้นำองค์กรได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และพร้อมที่จะเรียนรู้กับKM และนำKM ไปเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน งานและองค์กร
ความจริงแล้วผมเองก็เปิดใจมาตั้งแต่เริ่มต้นต้องการอยากจะเรียนรู้กับKM เห็นว่าศึกษาแล้ว ลองนำมาปฏิบัติในการพัฒนาบุคลากร งาน และองค์กร ก็เห็นว่ามีโยชน์ มากเลย แต่ก็ยังไม่ได้สรุป จำเป็นต้องทำไป เรียนรู้ไป แล้วก็พัฒนาไปพร้อมฯกัน หากเราได้เรียนรู้อะไรดีฯฯใหม่ฯฯก็นำไปบอกเพื่อนฯฯแล้วก็ลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน บางครั้งเราก็แบ่งปันให้เขา บางครั้งเราก็ได้จากเขา บางครั้งเราคิดดี ทำดี แต่คาดหวังว่าระบบขององค์กรคงจะรองรับหรือเอื้อต่อการสนับสนุนต่อสิ่งที่ดีฯฯในKM บางครั้งก็รู้สึกท้อเหมือนกัน แต่จำเป็นต้องสู้ เพราะเกิดมาต้องทำหน้าที่ เพราะว่ารู้จักตัวเองมาเหมือนกันว่าเราเป็นคนทำงานนะ เมื่อทำแล้วต้องมีความสุขกับงาน เพราะว่าคนเราต่างกันหน้าที่ ตำแหน่งเท่านั้น หากมองเรื่องศักยภาพของคนแล้ว เราต้องสู้ สู้ต่อการทำดี หากเราตั้งใจทำแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไร เราก็ต้องยอมรับกับมันเช่นกัน สรุปแล้วเราก็ต้องทำไป เรียนรู้ไป พัฒนาไปพร้อมฯกัน
ก้าวสู่การจัดการความรู้ในระยะที่4 พอมาถึงตรงนี้ ก็ต้องยอมรับอีกเหมือนกันว่า เรามีความตั้งใจที่จะนำKM ไปเป็นเครื่องมือในการทำงานโดยสวมลงในงานที่ปฏิบัติ หรือให้เนียนในเนื้องาน การทำงานส่งเสริมการเกษตร มีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งระดับเจ้าหน้าที่และระดับเกษตรกร จึงยังมีความจำเป็นที่บุคลากรจะต้องได้รับการพัฒนา เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ หรือสังคมบนฐานความรู้(Knowledge-based:Society) ใช้ความรู้นำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่สร้างสรรค์ก่อให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไป
การสร้างความเข้าใจในการทำงานร่วมกันตามระบบส่งเสริมการเกษตร พร้อมกับมีการพัฒนาให้นักส่งเสริมการเกษตร ได้ฝึกปฏิบัติ ได้เรียนรู้กับการนำKM ไปเป็นเครื่องมือในการทำงานส่งเสริมการเกษตรควบคู่กับการพัฒนาองค์กร พูดง่ายฯก็คือต้องทำKM ควบคู่กับLO ต้องทำไปพร้อมฯฯกัน
เวทีตามระบบส่งเสริมการเกษตร เรามีความตั้งใจที่จะใช้เวที(1)การประชุมข้าราชการ-ลูกจ้างประจำเดือนของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร (2)การประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือน(3) การประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอประจำเดือน(4)การประชุม-สัมมนาเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอ(5)การประชุม-สัมมนาเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัด (6) การติดตามนิเทศงานแบบมีส่วนร่วม หากการนำKM ไปใช้โดยให้เนียนไปในเนื้องาน โดยไม่ได้คิดแยกเป็นก้อนฯฯ มันก็จะเป็นธรรมชาติมากขึ้นมองดูแล้วสวยงามนะครับ ทำงานมีความสุขและมีความสุขเมื่อได้ทำงาน
การกำหนดหัวปลาของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ที่เป็นหัวปลาใหญ่ขององค์กรคือ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในปี2548-2549 เราได้กำหนดหัวปลาย่อยขององค์กรคือ การพัฒนาสมรรถนะนักส่งเสริมการเกษตรให้เป็นนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ เมื่อปี2550-ปัจจุบันนี้ ได้กำหนดหัวปลาย่อยขององค์กรคือ การบูรณาการงานส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย ให้มีการเรียนรู้มุ่งสู่วิสาหกิจชุมชน อีกทั้งยังได้แยกเป็นหัวปลาย่อยฯลงไปอีกคือ
หัวปลาย่อยหัวที่(1)เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน
หัวปลาย่อยหัวที่(2)การผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย
หัวปลาย่อยหัวที่(3)ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน
ทั้งนี้ราได้มีข้อตกลงร่วมกัน ในเวที ตามระบบส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมกันกำหนด Action Plan ร่วมกันในการปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอที่จะนำการจัดการความรู้(KM) ไปเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อพัฒนาคน งานและองค์กร ต่อไปครับ (โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ)
ขอบคุณค่ะพี่สายัณห์ที่เอามาแลกเปลี่ยนใน blog อ้อ ติดตามอ่านอยู่นะคะ
lสวัสดีครับ คุณหญิง อ้อ อ้อม ดีใจอย่างสุดฯฯฯที่มาแวะเยี่ยมครับ ต้องขอขอบคุณมากครับ ที่ให้กำลังใจครับผม