ความชอบอ่าน และชอบแสดงความคิดเห็นไปทุกๆบันทึก หมายถึง เมื่ออ่านทีไร ในบันทึกใด ก็เหมือน ถอดรองเท้าเข้าบ้านของเขา ก็ต้องทักทายพูดคุยกันบ้าง จะเข้าบ้านเขาแล้วไม่ได้ทักทายเลย เหมือนตัวตลก เข้าไปยื่นหน้ายื่นตาเฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร เอ้า ! จริงๆค่ะ ลองคิดดูสิคะ เจ้าบ้านเขานั่งอยู่ แล้วเราเข้าไปอ่าน แล้วก็ออกมาแบบไม่ทักทาย นี่ ก็ตลกไหมล่ะ ... ตามความคิดของครูอ้อยนะคะ ท่านอื่น..ว่าไง ไม่ว่าไง ก็ไม่ว่าตามกัน...ไม่ว่ากันอยู่แล้วค่ะ แต่ ไม่อนุญาตให้แสดงความคิดห็นนี่ เป็นสิทธิของเจ้าบ้านเขาจริงๆนะคะ ไม่ว่ากัน แต่...แหม..บางทีบางครั้ง..เราก็..อยากทักทายจังเลยน่ะคะ เหมือนปล่อยให้เราชะโงกหน้าเข้าไปในบ้าน..แล้วเขาก็เลื่อนบานหน้าต่างปิดทันที เมื่อเราจะทักทาย...ไม่ว่ากัน สงสัยยังจัดบ้านไม่เรียบร้อยมั้ง...เดี๋ยวเข้ามาใหม่..ก็แล้วกันนะคะ..ครูอ้อยหยอกเล่นค่ะ
คืนนี้เข้ามาอ่าน ก็มาทักทาย มาบอกว่า ยังสบายดีอยู่
ช่วงนี้กำลังวุ่นวายกับโครงการอยู่ เสร็จเมื่อไรก็จะมาวุ่นวายเหมือนเดิม
คิดถึงแม่อ้อยนะ
สวัสดีค่ะคุณจ๊อด
สวัสดีค่ะ ครูอ้อย
ผ่านมาก็เลยแวะมาทักทายเจ้าของบ้านค่ะ บ้านน่าครูอ้อยน่ารักจังเลยค่ะ น่าอยู่มาก วันหลังจะแวะมาเยี่ยมอีกนะคะ
ปล. บ้านกัตน้อยยินดีต้อนรับค่ะ แสดงความคิดเห็นได้ด้วยนะคะ :)
สวัสดีครับ คุณครูอ้อย
ผมเป็นคนหนึ่งที่ทิ้ง "ร่องรอย" ไว้น้อยมากในการเดินทาง
ผมเป็นคนหน้าตาโหดตั้งแต่เกิด แม้จะพยายาม "ฉีกยิ้ม" เพื่อปกปิดแล้วก็ยังมี "ร่องรอย" ของความโหดก็มักจะโผล่ออกมาให้เห็นผ่านการฝาก "ร่องรอย" ที่แรง ๆ และหนัก ๆ ไว้ในทุกที่ที่สัญจรไป
แม้ภายนอกจะเป็นอย่างที่เห็น แต่ภายในผมก็คือ "เด็ก" ที่ชอบอ่านการ์ตูน "โดราเอมอน" เมื่อสมัย 20 ปีที่แล้ว
คลิปเพลงที่คุณครูอ้อยมาแปะไว้ ทำให้ผมต้องจารึก "ร่องรอย" ของการเดินทางผ่านมาไว้เพื่อเป็นการระลึกถึงคำสอนของ "คุณครู" หลาย ๆ ท่าน
"ตอนเป็นเด็กครูสอนเราให้เรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่ แต่พอเราโตขึ้น (แก่ลง) กลับไม่มีครูมาคอยสอนเราให้เรียนรู้ที่จะเป็นเด็ก"
คลิปเพลงที่แปะไว้ "ปลุกจินตนาการ" ที่ตายด้านของผู้ใหญ่ (คนแก่) ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
โลกของผู้ใหญ่ เต็มไปด้วยตรรกะ แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถเข้าถึง "ตรรกะที่แท้จริง" ด้วยการใช้เหตุผล ทำให้ผมระลึกถึงคำกล่าวของ "ชายวิกลจริต" คนหนึ่งที่กล่าวว่า
"อะไรคือเหตุผลทางตรรกะที่แท้ หากคุณใช้วิธีการทางตรรกะ คุณจะไม่มีวันพบเหตุผลที่แท้ เพราะเหตุผลทางตรรกะที่แท้มีอยู่แต่ในความรักเท่านั้น มีแต่ในสมการที่ลึกลับของความรัก ที่คุณจะพบเหตุผลตรรกยะ"
หากเป็นคำกล่าวของ "คนวิกลจริต" ที่พูดอยู่ริมทางเท้า เราคงไม่ต้องนำไปคิดให้ปวดหัว แต่นี่แกดันไปกล่าวอยู่บนเวทีการมอบ "รางวัลโนเบล" และแกก็ดันชื่อว่า "จอห์น แนช" เสียด้วยสิ
การไม่อนุญาตให้แสดงความคิดเห็น คงทำความเข้าใจไม่ได้ด้วยวิธีการทางตรรกะ ละมั้งครับคุณครู...(ยังไม่ทิ้งดีกรีความแรง...ตามประสาคนหน้าโหดเช่นเดิมใช่ไหมครับคุณครู)
สวัสดีครับ .....คุณครูอ้อยครับ.....เห็นบ้านใหม่แล้วชื่นชมครับ คุณครูอ้อยเป็นนักแต่งบ้านด้วยหรือครับ...เก่งจังเลย
สำหรับเรื่องการทักทายไม่ทักทาย หรือยินดีต้อนรับ หรือยินดีต้อนกลับ เป็นอะไรที่น่าจะมีกฏกติกาครับ .... เช่นเราอยู่ในสังคม Go to Know กฏกติกาได้เขียนไว้แล้ว....และถ้าไม่ต้องการให้แสดงความคิดเห็นก็ให้กดปุ่มไม่แสดงความคิดเห็น หรือทำนองนี้หรือเปล่า ดร.จันทวรรณ ครับ
ผู้ดูแล เช่นคุณมะปรางเปรี้ยว จะคอยสอดส่องดูแลบ้านนั้นบ้านนี้ว่า ทำถูกกติกาหรือยังครับ สังคมเขาว่าอย่างไร เราเมื่อเข้ามาอยู่ในสังคมนั้นแล้ว ก็ต้องทำตามครับ ......บางครั้งก็หลุดรอดสายตาของสายตรวจ G2K ไปเหมือนกันครับ .......คุณครูอ้อยก็อย่างเพิ่งน้อยใจครับ เยี่ยมบ้านที่เข้ายินดีจะได้สบายใจทั้งสองฝ่ายครับ
สวัสดีค่ะน้อง...เจ้ากัตน้อย
ขอบคุณค่ะ แล้วครูอ้อยจะไปบ้านของน้องนะคะ
เตรียมตัวรับนะคะ ชอบกาแฟ สูตร 2 ค่ะ