พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

สวัสดีครับทุกท่านที่รัก

            โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไป จากหินก้อนเดียวกลายเป็นหินแตกร้าว แล้วก็จะแตกไปเรื่อยๆ หินกลมก้อนนี้จะมีพื้นดินพื้นน้ำ มีสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้มากมาย กี่ล้านชนิด มีทั้ง พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และสิ่งไม่มีชีวิต ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ก็ล้วนหนี้ไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งนั้น โดยเฉพาะจะชัดเจนมากในเรื่องของสิ่งมีชีวิต รูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย ก็หนีไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

            ในขณะที่โลกและความวุ่นวายเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่นั้น มองไปยังสิ่งมีชีวิต แต่ละชีวิตก็ดิ้นรน หากิน เพื่อสนองตัวเอง ตามหลักของความเห็นแก่ตัวที่ติดมาตั้งแต่เกิด แล้วแต่ใครจะเสพมากหรือน้อย พอตัวหรือเกินตัว พอดีหรือไม่สมดุล ได้มากกว่าเสีย ขอให้ได้ไว้ก่อน คนอื่นช่าง ประกอบกับสิ่งที่ผู้สร้างอย่างชีวิตสีเขียวผลิตได้ไม่พอที่จะตอบสนองกับความไม่สมดุลเหล่านั้น ความต้องการเสพที่หนักหนาขึ้นทุกวัน โลกเองก็ต้องปรับตัวเพื่อสร้างความสมดุล ทำลายทรัพยากรกันมากก็ต้องสร้างพายุไปทิ้งในบางที่ เพื่อให้หยุดชะงักกันลงบ้าง

             ตรงไหนมีสงครามมาก ก็เอาอากาศพิษให้เกิดไฟครอก อากาศเสียครอกสิ่งมีชีวิตตรงนั้น อากาศไม่ถ่ายเท ก็ไม่ต้องส่งลมไป ทางเหนือของไทยมีการเผาป่ากันมาก ก็ควันหมอกไม่โดนลมพัดพากันไปไหน ก็ให้อากาศนิ่งอยู่อย่างนั้น คนจะได้รับกรรมทั่วถึงกัน เมื่อได้แสบตาแสบจมูกกันถ้วนหน้าแล้วก็ค่อยปล่อยลมให้พัดไปทางอื่น เพื่อประกาศภัยว่า นี่หล่ะควันพิษจากเมืองไทยนะ เอาไปดมกันให้ทั่วๆ

             ตรงไหนเผากันหนัก เผาบ่อน้ำมันกันหนัก สงครามกันหนักก็ทำให้เกิดปัญหาตรงนั้น จะได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยส่งควันนั้นไปให้คนอื่นดมกันต่อเช่นกัน

             ส่วนที่ขุด ก็ขุดกันใหญ่ครับ ที่ระเบิดภูเขาก็ระเบิดกันไป ที่ที่ต่อให้แผ่นดินงอกลงไปในทะเลก็ทำกันไปครับ ตัดต้นไม้ทำลายป่า ก็ทำกันไปครับ โกงกินก็ทำกันไป เห็นแก่ตัวก็ทำกันไปครับ..... เพราะล้วนแล้วเราทำอะไรไม่ได้ครับเลย ทำได้แค่ในระดับตน มองตัวเอง หากเจอกลุ่มคนที่คิดในแนวทางดีๆ ด้านเดียวกันได้ ก็ค่อยๆ รวมตัวทำกันไป โลกนี้จะคิดว่าใหญ่ก็ว่าใหญ่ได้ หรือจะคิดว่าเล็กก็เล็กนิดเดียว

             ชีวิตคนเรา อายุไม่ถึงสามหมื่นวัน ตื่นแล้วนอน ไม่นานก็หมดแล้ว แค่นอนอย่างเดียวก็เป็นหมื่นวันแล้ว..... ท้ายที่สุด ก็คืนสู่ธรรมชาติ กลายเป็นเศษดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วจิตก็แยกไป....

สำหรับสิ่งมีชีวิตใดต้องการจะแก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่น พวกพ้อง น้องพี่ ก็เชิญกันต่อไปนะครับ ขออวยพรให้ใช้เวลาให้คุ้มค่าก่อน ดิน น้ำ ลม ไฟ กันเถิดครับ ตลอดจนเรื่องร้อนๆ หลายๆ เรื่อง ที่ว่าด้วย ความอยาก.....

ไว้คอยดูกันนะลูกหลานเหลนโหลน.... ว่าเมื่อโลกไร้พลังงาน ไม่มีความร้อนภายใน โลกก็ดับ...เมื่อโลกดับ...อะไรจะเหลือ.... ความสุขจอมปลอมที่สั่งสมเสพกันทุกวันนี้ พอไหม...

ท้ายที่สุด มองอย่างเข้าใจ ทำได้เท่าที่ทำได้ หากทำได้ก็ช่วยกัน แล้วก็อยากจะบอกว่า

พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

พุทธะ นะปลง สัพพะโร นะมะ นะปลง โยวา สวะหาย

 

สงสารชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และโลก ที่ต้องรับภาระอันหนักอึ้งนี้....

เราทำได้แค่ช่วยลดภาระอันหนักอึ้งนี้ โดยการทำตัวเราให้เบาขึ้น อย่าให้หนักโลกมากขึ้นครับ นั่นคือ การปลงลง ปลงมันออกจากใจ... ปลงลมร้อน ลมร้าย

คาถานั่น 3 บรรทัด เป็นคาถาตัวปลงครับ ใช้ปลงทุกอย่างที่ร้ายๆ ออกจากใจเรา ส่วนใหญ่ที่เกิดปัญหาก็เกิดจากลมในตัวเรานี่หล่ะครับ ลมร้อนในใจคน ลมในตัวคน สร้างลมภายนอกให้ร้อน.....  ส่งผลให้โลกร้อน ท้ายที่สุดลมร้อนก็กลับมาแผดเผาตัวเราเอง แล้วครอกให้ชาวโลกมอดม้วย วอดวายด้วยลมร้ายในใจเรา ปลงหรือก่อ อยู่ที่เรา.....

ปลงไม่ได้แปลว่าไม่ทำอะไรเลย...ทำไปตามหน้าที่ที่ทำอยู่ ทำในสิ่งที่เป็นธรรม อย่างเข้าใจในสิ่งที่ทำ

ปล. บทความนี้ มิบังอาจจะสอนใคร เพียงเขียนไว้เตือนใจตน  

กราบขอบพระคุณครับ พุทธะ นะปลงฯ

เม้ง