ศาลปกครอง,อายุความ

บ่อยครั้งที่เทศบาลหรือหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลานแหล่ จะมีการจ้างเหมาทำงานก่อสร้าง ถนนหนทาง อาคารหรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ และในสัญญาจ้างมักจะระบุให้ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบความชำรุดบกพร่อง เป็นระยะเวลา 2 ปี

ปัญหาที่เราเจอะเจอและพบกันบ่อยครั้งมาก(รวมทั้งของผมด้วย) ก็คือเมื่อมีความชำรุดบกพร่องอันเกิดจากการก่อสร้าง หน่วยงานก็จะแจ้งให้ผู้รับจ้างมาดำเนินการซ่อมแซม ซึ่งหากผู้รับเหมามีฐานะ มีคุณภาพ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ก็คงมาดำเนินการซ่อมแซมให้เป็นที่เรียบร้อย ไม่ต้องทำให้หน่วยงานและผู้รับผิดชอบต้องเหน็ดเหนื่อยในหัวใจ

แต่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ กรณีที่มีความชำรุดบกพร่องแล้ว แจ้งไปแล้วผู้รับจ้างก็เฉยเมยไม่เหลียวแล ทางหน่วยงานก็แจ้งให้เข้ามาดำเนินการอีก แจ้งแล้วแจ้งอีก พอผู้บังคับบัญชาถามก็ทำหนังสือทวงกันสักที บางงานผมมาเห็นทำหนังสือทวงพร้อมกับกำกับไว้ด้วยว่า ทวงครั้งที่ 7 บางงานทวงครั้งสุดท้าย (ก็ไม่มีใครมาซ่อมแซม) ก็เลยมีหนังสือทวงไปอีก เป็นการทวงครั้งสุดท้ายครั้งที่ 1 เข้าใจว่าคงจะทวงกันจนตายไปข้างหนึ่งเลยแหละ...แต่ก็ไม่เห็นจะทำอะไร นอกจากหนังสือทวงกันไปวันๆ

มาดูข้อสัญญากันบ้างนะครับ ถ้าเป็นสัญญาตามแบบที่เราใช้กันโดยทั่วไป(ตามแบบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององคืกรปกครองส่วนท้องถ่นนะครับ) มักจะมีกำหนดไว้ในข้อ 6 เรื่องความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง ซึ่งจะกำหนดเอาไว้ว่า "เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบหมายงานจากผู้รับจ้างแล้ว หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากงานนี้ภายใน........ปี.......เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานดังกล่าว ซึ่งความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง อันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทำไว้ไม่เรียบร้อย หรือทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแก่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด.......วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่แก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทะที่จะทำการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นโดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย"

เห็นไหมครับสัญยาจ้างไม่ได้กำหนดให้เราต้องแจ้งกันตลอดชีวิตสักกะหน่อย เอาว่าแจ้งกันตามธรรมเนียมสัก 3 ครั้งก็พอ ถ้าผุ้รับจ้างไม่ยอมดำเนินการ ก็ควรแจ้งใช้สิทธิตามสัญญา โดยจะจ้างผู้อื่นเข้าทำงานแทนและเรีกเอาค่าใช้จ่ายจากผู้รับจ้าง และควรแจ้งให้ผู้ค้ำประกันกรณีใช้หนังสือค้ำประกันธนาคารทราบด้วย เพราะจะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินให้เราด้วย กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จ้าง (หากเป็นการค้ำประกันด้วยเงินสดก็หักเอาเงินประกันมาซ่อมได้) วึ่งดดยส่วนมากธนาคารที่ค้ำประกันจะเรียกบริษัทไปแจ้งให้ดำเนินการ ซึ่งบริษัทก็มักจะต้องเชื่อฟัง เนื่องจากกลัวว่าต่อไปธนาคารจะไม่ค้ำประกันให้อีก (อันนี้ได้ผลหลายรายแล้ว)

แล้วศาลปกครองและอายุความเข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย ก็จะเกี่ยวกันตรงหากสัญญาที่ทำกับเอกชนเป็นสัญญาในการก่อสร้างกิจการสาธารณูปโภค ก็จะถือเป็นสัญญาทางการปกครอง เวลามีเรื่องฟ้องร้องกันก็ต้องฟ้องกันที่ศาลปกครอง อันว่าศาลปกครองนั้นท่านกำหนดอายุความฟ้องร้องไว้แค่หนึ่งปี นับแต่วันรู้เหตุแห่งการฟ้อง แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันเกิดเหตุ คราวนี้ในแนวทางวินิจฉัยคดีของศาลปกครองน้น ท่านถือเอาวันแรกที่เรามีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างมาดำเนินการซ่อมแซม เป็นวันแรกที่รู้เหตุแห่งการฟ้องร้อง ดังนั้นในกรณีที่เรามั่วแต่แจ้ง กันไป เตือนกันไป โดยไม่ดูวันเวลา เราก็มีสิทธิที่จะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เป็นคดี เพราะคดีขาดอายุความนะครับ ดังนั้นท่านจะต้องคำนึงถึงตรงนี้ไว้ด้วย อย่ามั่วแต่ทำหนังสือแจ้งกันเพลิน เตือนกันเพลิน อย่าให้ขาดอายุความนะครับ

บางท่านอาจจะแย้งว่า ก็เราทำสัญญารับประกันการชำรุดบกพร่องไว้ 2 ปี ทำไมอายุความแค่หนึ่งปี คนละเรื่องกันนะครับ การรับประกันความชำรุดบกพร่อง 2 ปี หมายความว่าถ้าเกิดความชำรุดบกพร่อมต่อสิ่งก่อสร้างที่ทำสัญญาไว้ในระยะเวลา 2 ปี ผู้รับจ้างต้องชดใช้หรือซ่อมแซม แต่เมื่อเกิดเหตุแล้วเราต้องเรียกร้องให้ชดใช้ภายในระยะเวลา 1 ปี หากไม่เรียกร้องก็เป็นอันหมดสิทธิเรียกร้องให้ชดใช้ในความเสียหายนั้นๆ (แต่ถ้าไม่รู้ว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นอายุความเรียกร้องก็มีระยะเวลา 10 ปี นับแต่เกิดเหตุ) ครับ