จนถึงวันนี้ ดิฉันยังไม่ลืมคำพูดของโอบเอื้อเธอชวนไปฟังเพลงที่หลุยส์ฯ ในคืนหนึ่ง ก็ตามประสาคนโสดไม่มีห่วงคล้องคอ..เอ้อ จะว่าไปมันก็ไม่โสดสนิทนักหรอก แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนักคืนนั้น โอบเอื้อดูเงียบเหงาเศร้าซึม กำลังคิดจะถามว่ามีเรื่องไม่สบายใจมาอีกละซี แต่ยังไม่ทันถามเพราะบริกรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนแต่ถึงแม้จะไม่ถามก็พอจะเดาออก เพราะรู้ว่าชีวิตของโอบเอื้อนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะจัดการให้ลงตัวอย่างงดงามได้
โอบเอื้อมีคนรัก มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คงจะเป็นเพราะคนรักของเธอไม่มีอิสระทั้งกายและใจที่จะรักใครได้อีก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">โอบเอื้อไม่ผิดที่มีความรักถ้าจะผิด ก็ผิดที่ไปรักเขา..ชายต้องห้ามคนนั้นโอบเอื้อทอดสายตาจับนิ่งอยู่ที่ภาพวาดบนผนังแต่ดิฉันแน่ใจว่าเธอไม่ได้เห็นอะไรในภาพนั้นหรอกเหมือนกับมองทะลุภาพ ทะลุผนังตึกออกไปไกลแสนไกล..ไกลชนิดสุดหล้าฟ้าเขียว</p>แล้วสายตาว่างเปล่าก็เริ่มรู้สึกรู้สาขึ้นรำไร เมื่อแว่วเสียงเพลงจากนัดดา นักร้องคนโปรดของเราสองคน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">..เธอมีคู่ครองมาเองเห็นอยู่กับตา บาดอุราเหลือทนคิดดูหรือเปล่า อกเขาก็คน จะทนอย่างไร..เกิดมาแล้ว เพื่อจะรัก หลงภักดี จะมีไหน เจ็บระกำ ช้ำทนสุดจะทนแล้วใจ จะโทษใคร ก็ใครใช้เล่าเอย..</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">เธอเบือนหน้ามา น้ำใสเอ่อเต็มดวงตาที่บอกถึงความเจ็บช้ำสุดจะพรรณนา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“ทำไมล่ะจิต ฉันทำบาปกรรมอะไรไว้หรือ? หรือเป็นบาปเวรที่ติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า มีรักก็มีทุกข์ เอื้อก็รู้นี่”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ดิฉันปลอบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“ฉันเห็นแก่ตัวมากใช่ไหมจิต ฉันให้ใจใคร ฉันก็อยากได้ใจตอบกลับมาแม้ไม่ทั้งหมด..” โอบเอื้อเปลี่ยนคำถาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“ไม่หรอก มันเป็นเรื่องธรรมดา เรารักใคร เราก็อยากให้เขารักตอบ..แต่นี่แน่ะเอื้อ ลองถามใจตัวเองอีกทีซิ เธอจะยังรักเขาต่อไปไหม ถ้าเขาเป็นผู้ชายหลายใจ ไม่ซื่อสัตย์กับภรรยา เหมือนผู้ชายเลวๆ ที่มีอยู่มากมายเต็มถนนเมืองไทย” ดิฉันถามกลับไปมั่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“เธอไม่เข้าใจหรอกจิต เพราะเธอไม่เคยรักใคร”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">คำพูดของเพื่อนทำให้ดิฉันอดยิ้มไม่ได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“รู้ได้ไงว่าฉันไม่เคยรักใคร เคยจ้ะ รักมากด้วยแต่ฉันใช้สติกำกับความรักของฉัน”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“เธอหาว่าฉันหน้ามืดตามัว รักอย่างไม่มีสติงั้นรึ?”</p>“ไม่ใช่ยังง้าน…” ดิฉันลากเสียง “จะรักใครก็รักเหอะ แต่ต้องรักตัวเองให้มากกว่า พระพุทธเจ้าท่านยังตรัสว่า..ความรักยิ่งกว่าตนเองไม่มี” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">สีฟ้าเคยเขียนไว้ในเรื่องอะไรก็ลืมไปแล้ว เธอบอกว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">“ผู้หญิงโดยธรรมชาติเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้วและผู้หญิงก็มักจะเพิ่มความเสียเปรียบให้กับตัวเองโดยรักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">อย่างไรก็ตาม ในฐานะเพื่อน ดิฉันไม่อยากเห็นโอบเอื้อก้าวล่วงศีลข้อใดข้อหนึ่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent">ศีลห้าในพระพุทธศาสนา คือข้อห้ามขั้นพื้นฐานที่ปุถุชนคนดีไม่พึงกระทำ</p>ท่านว่าการประกอบอกุศลกรรม ไม่เป็นมงคลแก่ชีวิต