ตลกดี เรียนมาแต่เด็กแต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

เช้าแล้วไม่หลับไม่นอน มานั่งเขียนบันทึกดีกว่า ตอนนี้เวลานอนฟ้าแปรปรวนขึ้นเรื่อยๆ นอนเช้าตื่นเที่ยงทุกวันเลย 

เทอมก่อนฟ้าทำรายงานกับเพื่อน ในกลุ่มมี 5 คน วิชานี้ต้องมี Presentation หน้าห้องด้วย ฟ้าก็รับหน้าที่ทำ PowerPoint ตลอด ในกลุ่มฟ้าไม่มีใครถนัดเลยค่ะ แต่เรื่องที่คนอื่นถนัดแต่ฟ้าไม่ถนัดก็คือภาษาอังกฤษนี่แหละค่ะ

ฟ้าก็เขียนไปเท่าที่ทำได้ แล้วก็นัดเพื่อนมาตรวจก่อนส่ง Juan เป็น Hispanic ค่ะ แต่มาอยู่อเมริกาตั้งแต่เกิดเลย เค้าก็มาเรียบเรียงให้ใหม่ รวมถึง Paper ที่ต้องส่งอาจารย์ด้วย ขนาดฝรั่งเองยังเขียนลำบาก เพราะฉะนั้นฟ้าเนี่ยไม่ต้องพูดถึง เหมือนเราเขียนภาษาไทยให้สละสลวยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกันใช่ไหมค่ะ

เค้าถามความเห็นอะไร ใช้ศัพท์ตัวนี้แทนดีไหม ฟ้าก็ดีไปหมดแหละค่ะ เค้าบอก ฟ้าพิมพ์ อายจะแย่พิมพ์สัมผัสก็ไม่ได้อีกตะหาก แถมนัดตอน 11 โมง ฟ้ามีเรียนตอนเช้าก่อน ข้าวก็ยังไม่ได้กิน นั่งแก้กันเป็นชั่วโมง ท้องฟ้าร้องออกมา อายแทบมุดโต๊ะหนี ต้องทำของหล่นกลบเกลื่อน

อารัมภบทยาวมากเลยเรา -__-" จากการนั่งแก้ภาษาครั้งนี้เนี่ยทำให้ฟ้ารู้การใช้ศัพท์ใหม่ขึ้นมาหนึ่งตัวค่ะ คนอื่นอาจจะทราบแล้วแต่ฟ้าเนี่ยเพิ่งทราบค่ะ >__<

ปกติเวลาจบประโยคเราต้องใส่ Full Stop ใช่ไหมค่ะ ฟ้าก็เรียกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ จำฝังหัวมาเลย อย่างที่บอกฟ้าเป็นคนพิมพ์ พอจบประโยคเค้าก็บอกว่า Period ฟ้าก็งงๆ ใส่คำว่า Period ทำไม ไม่ได้เข้าเรื่องกับประโยคเลย แต่ก็พิมพ์ไปค่ะ

Juan บอกว่าไม่ใช่ๆๆๆ Period น่ะ Period อ้าววววววว แล้วชั้นสะกดผิดตรงไหนเนี่ย หนอยยยย ฟ้าก็ยังเซ่ออยู่ค่ะ สุดท้ายเค้าก็ชี้ให้ดู ฟ้าก็เลยถึงบางอ้อ (Chicago มีบางอ้อด้วยค่ะ) ว่าที่แท้ก็คือจุด full stop ของเรานั่นเอง แหม เรียกแบบนี้ซะก็สิ้นเรื่อง ฮ่าๆๆๆ 

ฟ้าเลยได้ความรู้ใหม่เพิ่มมาหนึ่งอย่างด้วยประการนี้แล

ความรู้ใหม่อีกอย่างที่ฟ้าเพิ่งทราบคือ American English เนี่ย เค้าไม่อ่านออกเสียงคำว่า The ว่า ดิ ค่ะถึงแม้ว่าจะนำหน้าสระก็ตาม อันนี้เป็นความรู้ใหม่สุดๆที่ฟ้าไม่เคยทราบมาก่อนเหมือนกัน ตอนแรกฟ้าไม่เชื่อเพื่อนอีกตะหาก เถียงคน American แท้ๆว่าไม่จริงหรอก แค่เค้าคนเดียวป่าวที่ไม่พูด

 นั่นๆๆช่างกล้าเถียงเจ้าของภาษา

ฟ้าเลยไปถามคนอื่นอีก เค้าก็บอกว่าใช่เค้าออกเสียง เดอะ หมดเลย

ไว้จะมาเล่าเรื่องปัญหาในการออกเสียง R และ L ของฟ้าให้ฟังนะคะ