ปี 2535 เป็นปีแรกที่ผมได้เข้าทำงานเป็นคณะกรรมการบริหารองค์การนิสิต โดยดำรงตำแหน่งสาราณียกร ยังจำได้แม่นยำว่า นายกองค์การนิสิต (พัฒน์พงษ์ บุญเลิศ) ได้มอบภาระกิจอันสำคัญให้ชิ้นหนึ่ง นั่นก็คือ การทำหนังสือรับน้อง ..
หนังสือรับน้องที่ว่านี้ เป็นหนังสือรับน้องเล่มแรกที่ทำขึ้นมาด้วยกระบวนการของโรงพิมพ์ ผมตื่นเต้นเป็นอย่างมาก , ตื่นเต้นเพราะหนังสือที่ตนกำลังจะทำขึ้นนี้ เชื่อว่าในอนาคต จะกลายเป็นประวัติศาสตร์ของหนังสือรับน้อง กอปรกับความไม่เคยและไม่รู้ว่าหนังสือต้องทำอย่างไรบ้าง เลยมีอันต้องตื่นเต้นมากขึ้นเป็นพิเศษ
ดังนั้นในช่วงปิดเทอมคราวนั้น ผมจึงแทบจะกินนอนอยู่ที่องค์การนิสิต บ้านก็ไม่กลับ ขนาดแม่มาเยี่ยมก็ยังต้องไปคุยกันที่สำนักงานองค์การนิสิตเลยทีเดียว

หนังสือรับน้องฉบับนี้ ได้รับความคาดหวังจากทีมงานองค์การนิสิตมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่จะส่งพิมพ์ในโรงพิมพ์ แต่เมื่อเอาเข้าจริง ทุกคนหัวเราะ, ยิ้มขบขันในรูปลักษณ์ที่แสนจะเฉิ่มเชย ...
กระนั้น, ในทางเนื้อหาต้องยอมรับว่าหนังสือรับน้องเล่มนี้อัดแน่นด้วยสาระความคิด มีเรื่องราวทางสังคมอย่างล้นหลาก อาทิ และที่นี่คือมหาวิทยาลัย ของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล, บทกวีอันโด่งดังของมนูญ มโนรมย์ (เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง......) บทความเรื่องประชาธิปไตย ของ ผศ.ทวีศิลป์ สืบวัฒนะ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งบริหารเป็นคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ขณะเดียวกันก็ยังได้รับเกียรติจาก ผศ.จารุวรรณ ธรรมวัตร (ปัจจุบันมีตำแหน่งวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์) ช่วยเขียนบทกวีต้อนรับน้องใหม่ในแบบ "อีสาน" ฟังดูเหมือนการเอิ้นขวัญให้ผู้มาใหม่ - งดงามทั้งคำและความหมาย
ขวัญเนากลางดงเอาพงเป็นเหย้า อดปลาอดข้าวขวัญเจ้าหมองหม่น
บุกเบิกนาร้างอยู่สร้างเฮือนตน ขวัญหวาดกังวล ขวัญทนลำเค็ญ
โอ้ละเน้อขวัญข้าวชาวอีสาน ปู่พ่อทุกข์สะท้านขุกเข็ญ
วาดหวังลูกหลานอยู่เย็น ใครจะเป็นดาวใหม่ในดวงตา
ดาวเทิงฟ้าดวงเดียวบ่เฮือนฮุ่ง
โฮมกันเข้า แจ่มแจ้งสว่างเอง
แม่นสิเป็นดาวช้างดาวหมูกระเปลวเปล่ง
ขอแต่เล็งโลมพื้นเสียงสะอื้นบ่มี ....ดอกนายเอ้ย

ผมอ่านครั้งใดก็ยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกอันอบอุ่นของการก้าวเข้ามาเป็นลูกหลานของคนอีสาน อีกทั้งยังฝากสอนให้ลูกหลานอีสานได้อยู่ร่วมกันอย่างมีพลัง (ดาวเทิงฟ้าดวงเดียวบ่เฮือนฮุ่ง ...)
นั่นคือ ถ้อยคำที่เป็นเสมือนคำต้อนรับนิสิตใหม่ในเวอร์ชั่นอีสาน ๆ .. ที่ผมพบเจอเพียงสำนวนเดียวเท่านั้นในขณะนี้
สวัสดีครับ อ.ขจิต <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><ul>
</ul><p> </p>
สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน
ผมชอบมาก และยังจำได้ตราบทุกวันนี้ บทกวี .. เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง..........รับใช้ประชาคือปลายทางเราที่เล่าเรียน. หากนิสิตจากรุ่นสู่รุ่นเอาไปไว้ในใจก็จะเป็นการรักษาอุดมการณ์ของปัญญาชนที่ได้จากรั้วมหาวิทยาลัยอย่างยืนยง ขอบคุณครับอ่านแล้วได้นึกถึงสิ่งดี ๆ เมื่อครั้งเป็นนิสิตมศว.ประสานมิตรมา
… ด้วยรักจึงฝากหวัง …
เพราะเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่
จึงเชื่อว่านักต่อสู้ไม่สูญหาย
เพราะเคยเห็นเพียงคลื่นซัดหาดทราย
ไม่เคยสิ้นขาดสายสักครั้งครา
เมื่อคลื่นเก่าลูกก่อนย้อนเข้าฝั่ง
จึงเกิดคลื่นลูกหลังที่แรงกว่า
ลูกแล้ว ลูกเล่า ไม่ร้างรา
เก่าไป ใหม่มา อยู่อย่างนั้น
ในใจเธอคิดอะไร … ฉันไม่รู้
แต่แววตาที่เห็นอยู่มีไฟฝัน
เธอจะร้องเพลงบทไหนไม่สำคัญ
แต่เป็นเพลงเดียวกันที่ฉันร้อง
เพราะไม่เคยเห็นใครอยู่โดดเดี่ยว
และขังตัวแต่ผู้เดียวอยู่ในห้อง
หากวันไหนบนถนนมีคนนอง
ฉันอยากเห็นเธอเปิดห้องก้าวออกมา
เมื่อประเทศยังไม่มีเสรีให้
หมู่มารยังผยองใหญ่ทุกหย่อมหญ้า
หรือเธอจะนอนหลับได้เต็มตา
ขณะโหงเหวห่า … ยังครองเมือง
นั่นเศษเสี้ยวผีเสื้อเปียกน้ำค้าง
และซากศพนั่นคือร่างนกสีเหลือง
เธอจะเดินผ่านไปไม่ชำเลือง
โดยไม่คิดแค้นเคืองหรืออย่างไร
ในใจเธอคิดอะไรฉันไม่รู้
แต่แววตาที่เห็นอยู่ – เธออ่อนไหว
ฉันไม่อยากตั้งคำถามกับผู้ใด
แต่ยังแอบเผื่อใจ, จะได้ชม
เมื่อใครก่อกองไฟในคืนหนาว
เราจักได้อิงอ้าวอ้างไฟห่ม
ถ้าค่อนดึก ฟืนไร้และไฟซม
หวังเพียงเธอว่างระดมช่วยเติมฟืน
หวังเพียงเธอช่วยตื่นมาเติมไฟ ฯ
สวัสดีครับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p> </p><p>เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง</p><p>หรือจึงมุ่งมาศึกษา</p><p>เพียงเพื่อปริญญา</p><p>เอาตัวรอดเท่านั้นฤา</p><p>แท้ควรสหายคิด</p><p>และตั้งจิตร่วมยึดถือ</p><p>รับใช้ประชาชนคือ</p><p>ปลายทางเราที่เล่าเรียน</p><p>…</p><p>ขอบคุณครับ</p>
สวัสดีครับ คุณน้องสภา
นี่เล่นไปคัดลอกมาล่วงหน้าเลยนะ ขณะที่พี่ก็เตรียมที่จะเขียนเป็นระยะ ๆ ไปจนถึงปีนั้น, แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เอามาแบ่งปันกันอ่านเร็วกว่าปกติก็ไม่เป็นไร
บทกวีบทนี้ อ.ธัญญา เขียนขึ้นและตีพิมพ์ในหนังสืออะไรสักเล่มนี่แหละ แต่พี่จำไม่ได้ ต่อมาพี่น้องชาวดินนำมาใช้ประจำอยู่ในองค์กร ซึ่งพี่ก็นำมาบันทึกไว้ในตำนานกิจกรรม..
เพราะเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ยังมีอยู่
จึงเชื่อว่านักต่อสู้ไม่สูญหาย
เพราะเคยเห็นเพียงคลื่นซัดหาดทราย
ไม่เคยสิ้นขาดสายสักครั้งครา
เมื่อคลื่นเก่าลูกก่อนย้อนเข้าฝั่ง
จึงเกิดคลื่นลูกหลังที่แรงกว่า
ลูกแล้ว ลูกเล่า ไม่ร้างรา
เก่าไป ใหม่มา อยู่อย่างนั้น
ในใจเธอคิดอะไร ... ฉันไม่รู้
แต่แววตาที่เห็นอยู่มีไฟฝัน
เธอจะร้องเพลงบทไหนไม่สำคัญ
แต่เป็นเพลงเดียวกันที่ฉันร้อง
สวัสดีครับ คุณพิชชา <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><ul>
</ul>
เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ
แม้นชีพใหม่ได้สมหวังอีกครั้งครัน
จักขอพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน
ดีครับพี่นัส คิดถึงนะครับ เป็นกำลังใจให้พี่
ฝากถึง ผศ.ทวีศิลป ผู้ที่คงเข้าถึงศาสตร์ของความเป็นมนุษย์ดีมาก ๆ อาจมีครูที่ไร้มาตรฐานในความรู้สึกของท่าน แต่ในจำนวนนั้นมีครูที่มีความใส่ใจนักเรียน ปะปนอยู่ในกำมือที่มากด้วยมาตรฐานสัก 1 คน แต่ต้องทำตามกระแสสังคมฉ้อราษฎร์ ในขณะเดียวกันปัจจุบัน มีครูที่ผลงานทางวิชาการดีแต่ไม่ได้ทำเองสักอย่าง แถมมีพฤติกรรมไม่สนใจการสอน
จำนวนไม่น้อยผ่านเป็นครู คศ.3 ในทุกกลุ่มสาระปะปนอยู่กับครูที่ตั้งใจทำงานเพื่อเด็กจริง ๆ ท่านจะทำอย่างไรกับครูดีที่อยู่ในกำมือท่าน มาตรฐานความดีคืออะไร ผลงานทางวิชาการที่ไม่รู้ได้ว่าทำเองหรือไม่ หรือทำเองแต่ก็ต้องหาเส้นสายเพื่อเซ่น ถ้าไม่ตามกระแสก็เป็นครูไร้สังกัด ท่านจะให้ครูดี ๆ ทำอย่างไร ครูเหนื่อยกับการเซ่นพอแล้ว ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำอย่างไรทำงานเองแต่ก็ยังต้องเซ่นอยู่ดี และถ้ายังต้องตกหรือปรับปรุ่งอีก แผลในใจใครจะรักษา
ฉันไม่ใช่ครูที่อยู่ในกำมือท่าน แต่รอเฝ้าดูครูดีที่ใส่ใจเด็กหลายคนซึ่งอาจมีผลงานไร้มาตรฐานในสายตาท่าน ฉันสงสารครูเหล่านั้น และเสื่อมศรัทธาต่อกรรมการการประเมินวิทยฐานะ รวมทั้งตัวท่าน แต่ละกล่มสาระไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ท่านลองศึกษากรรมการกลุ่มสาระสุขศึกษา ปล่อยผ่านแทบไม่ดูงาน พิมพ์ชื่อตัวเองถูกเป็นใช้ได้
ดูไม่ออกใครงานดี ใครงานเด่น ตอนนี้ดูดีมีมาตรฐานก็คื่อท่านฉันชื่นชม แต่ในทั้งหมดครูที่ซวยก็คือครูที่ถูกกรรมการดีมีมาตรฐานประเมิน ฉันจะส่งงานประเมินในรุ่นสุดท้ายแบบเก่า เดี่ยวนี้ไม่อยากทำอะไรส่งเพราะถ้าทำเองงานดีก็ไม่เชื่ออีกว่าครูก็ทำได้ ฉันอยากให้ผู้ประเมินอย่างท่านไปประเมินทุกกลุ่มสาระ จะได้ไม่มาตรฐานสูงอยู่กลุ่มสาระเดียว
ฝากถึง ผศ.ทวีศิลป์... ผู้ที่คงเข้าถึงศาสตร์ของความเป็นมนุษย์ดีมาก ๆ อาจมีครูที่ไร้มาตรฐานในความรู้สึกของท่าน แต่ในจำนวนนั้นมีครูที่มีความใส่ใจนักเรียน ปะปนอยู่ในกำมือท่านที่มากด้วยมาตรฐานสัก 1 คน แต่ต้องทำตามกระแสสังคมฉ้อราษฎร์ ในขณะเดียวกันปัจจุบัน มีครูที่ผลงานทางวิชาการดี แต่ไม่ได้ทำเองสักอย่าง แถมมีพฤติกรรมไม่สนใจการสอน... จำนวนไม่น้อยผ่านเป็นครู ค.ศ.3 ในทุกกลุ่มสาระปะปนอยู่กับครูที่ตั้งใจทำงานเพื่อเด็กจริง ๆ ท่านจะทำอย่างไรกับครูดีที่อยู่ในกำมือท่าน มาตรฐานความดีคืออะไร ผลงานทางวิชาการที่ไม่รู้ได้ว่าทำเองหรือไม่ หรือทำเองแต่ก็ต้องหาเส้นสายเพื่อเซ่น ถ้าไม่ตามกระแสก็เป็นครูไร้สังกัด ท่านจะให้ครูดี ๆ ทำอย่างไร ครูเหนื่อยกับการเซ่นพอแล้ว ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำอย่างไรทำงานเองแต่ก็ยังต้องเซ่นอยู่ดี และถ้ายังต้องตกหรือปรับปรุงอีก แผลในใจใครจะรักษา
ฉันไม่ใช่ครูที่อยู่ในกำมือท่าน แต่รอเฝ้าดูครูดีที่ใส่ใจเด็กหลายคน ซึ่งอาจมีผลงานไร้มาตรฐานในสายตาท่าน ฉันสงสารครูเหล่านั้น และเสื่อมศรัทธาต่อกรรมการการประเมินวิทยฐานะ รวมทั้งตัวท่าน แต่ละกลุ่มสาระไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ท่านลองศึกษากรรมการกลุ่มสาระสุขศึกษาดู ปล่อยผ่านแทบไม่ดูงานเลย พิมพ์ชื่อตัวเองถูกเป็นใช้ได้ พวกที่มีมาตรฐานก็มีมากจริง พวกที่ไม่มีก็ไม่มีซะเลย เดินทางสายกลางบ้างก็ดีนะ พวกที่ทำเองไม่มีเส้นสายก็ให้เขามีโอกาสบ้างแม้งานไม่เต็มร้อย บางสาระถ้าไม่มีเงินกรรมการก็ตาบอด
บางสาระไปมีเงินเข้าไปเจอคนดีเข้าก็ซวย แล้วจะโทษครูหรือใคร........ใครเลว
ดูไม่ออกใครงานดี ใครงานเด่น ตอนนี้ดูดีมีมาตรฐานก็คือท่านฉันชื่นชม แต่ในทั้งหมดครูที่ซวยก็คือครูที่ถูกกรรมการดีมีมาตรฐานประเมิน ฉันจะส่งงานประเมินในรุ่นสุดท้ายแบบเก่า เดี่ยวนี้ไม่อยากทำอะไรส่งเพราะถ้าทำเองงานดีก็ไม่เชื่ออีกว่าครูก็ทำได้ ฉันอยากให้ผู้ประเมินอย่างท่านไปประเมินทุกกลุ่มสาระ จะได้ไม่มาตรฐานสูงอยู่กลุ่มสาระเดียว
ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมสูญเสียความเคารพตัวเอง แต่....ฉันจะไม่เข้ารับการประเมินสาระที่มีท่านอ่าน เพราะฉันมองเห็นความเสียเปรียบของการได้รับการประเมินจากกรรมการที่มีมาตรฐาน......ที่อยู่ท่ามกลางกรรมการประเมินที่ไร้จรรยา ......
ฉันไม่อาจลบหลู่ท่าน....แต่ฉันก็ยอมรับความคิดท่านไม่ได้ ฉันเป็นผู้เฝ้าดู ฉันเห็นครูที่น่านับถือบางคนที่อยู่โรงเรียนเดียวกันทำงานด้วยตนเองคิดค้นเอง สอนเด็กไม่รู้เหน็ดเหนื่อย.....ต้องปรับปรุงงานมีตราบาปขาดคุณภาพต้องปรับปรุงและบางทีก็อาจตกในลำดับต่อไปเพราะอยู่ในกำมือท่าน ซี่งอาจมีข้อติตามที่ท่านเห็นจริง แต่.....ฉันก็เห็นครูที่ไม่น่านับถือที่อยู่โรงเรียนเดียวกันอีกนั่นแหละได้รับการประเมินผลงานผ่านได้เป็น คศ.3 เชิดหน้าชูตาแต่ผลงานไม่ได้ทำเอง หมดเป็นแสน ส่วนพฤติกรรมการสอนขาดจรรยาครู มาตรฐานความเป็นคนความเป็นครูไม่มี...แต่รายได้และวิทยฐานะสูง
ถ้าท่านเป็นครูรุ่นน้องอย่างฉัน จะให้ฉันเอาอย่างใคร กรณีนี้ ฉันขอสารภาพฉันเป็นชาวพุทธ ....แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากเชื่อในความดี ฉันอยากให้ท่านฉุกคิดสักนิด...ว่าเด็กไม่ต้องการครูที่มีผลงานบน paper เด็กต้องการครูที่รักการสอนและเอาใจใส่ การประเมินขาดทิศทาง แต่ท่านคงไม่หลงทาง.... ฉันรู้แล้วว่าทำไมครูดี ๆ ไม่อยากเป็นครู..เพราะครูถูกบีบคั้นทุกทิศทาง
ฉันหวังว่าท่านจะป็นคนหนึ่งที่ช่วยผลักดัน....ให้ครูที่มีคุณธรรมยังคงอยู่กับเด็ก เพราะอย่างน้อย....ก่อนที่ ท่านทวีศิลป์ จะได้มาเป็น ผศ.ทวีศิลป์ คณบดีฯ.... ก็คงต้องผ่านมือครูประถมที่ต่ำต้อยมาก่อนไม่มากก็น้อย....แม้ว่าท่านจะจบโรงเรียนประถม หรือมัธยม ...มาจากสวรรค์ชั้นไหนก็ตาม..............
แค่...มุมมอง...ที่ท่านอาจไม่เคยคิดถึง...... อคติที่ท่านมี....อาจทำลายครูต่ำต้อย
..แต่มีจรรยาบรรณอีกหลายคน............. ฉันอยากเปิดเผยตนเองต่อท่าน...แต่ฉันพาดพิงคนหลายคน ฉันเห็นสิ่งดี ๆ...ผ่านการทำงานของท่าน...คือ อยากให้สังคมดี....แต่ท่านจะให้คนที่อยากดีทำอย่างไร.....ถ้าสังคมส่วนใหญ่มันฉ้อราษฎร์... ท่านอย่าลงโทษคนผิดทาง....
ฉันไม่เชื่อว่าท่านไม่รู้....ว่าคนระดับท่านคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ขาวสะอาดไปเสียทุกคน.........
ขอบคุณถ้าท่านอ่าน แล้วฉันจะติดตามข้อคิดเห็นของท่านผ่านที่นี้...ถ้าท่านจะกรุณาแนะนำว่า
ฉันควรจะยึดมั่นในความดีท่ามกลางความฉ้อฉล.....ยอมรายได้ต่ำตลอดไปหรือไม่........
“” ปัจจุบันวิทยฐานะชำนาญการพิเศษในทัศนคติของฉัน....มันไม่ได้บอกคุณภาพครู....เพราะมันปะปนกันไปหมด.........พฤติกรรมการสอนเท่านั้นที่บ่งบอก...อยากให้ท่านเป็นคนแรกที่มาดูที่โรงเรียน....... โปรดแก้ปัญหาที่ระบบ...อย่าจับผิดที่ผลงานบนกระดาษ....
ถ้าท่านได้มาสัมผัสท่านจะทราบว่าครู....การทำผลงานทำให้ครูลดหย่อนเรื่องการสอน....
เพราะครูที่มีผลงานอย่างแท้จริง...เขาจะมีผลงานที่ตัวเด็ก ฉันเห็นครูรุ่นพ่อ รุ่นแม่หอบผลงานกล่องใหญ่ ๆ เพื่อส่งให้ทันเวลา หรือเวลาอบรมก่อนประเมินน่าสงสารมาก ๆ ท่านเหล่านั้น มีภาระครอบครัวต้องดูแล ท่านเหล่านั้นมีลูกหลานคอยห่วงใย ท่านเหล่านั้น
คือคน
ขอให้ท่านมองครู อย่างมีกัลยาณนิมิตร สักวันถ้ามีโอกาสฉันอยากให้ท่านมาที่โรงเรียน
มาดูครูต่ำต้อยบางคน...ที่เอาใจใส่เด็กเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ห่อข้าวมากินกับกับข้าวที่โรงเรียน....
ครูที่ทำผลงานไม่ผ่าน ค.ศ. 3 แต่มีคุณธรรม หรือ อาจมีครูที่ผ่านคศ.3 บางคนอาจจ้างทำผลงาน แต่พฤติกรรมการสอนของท่านก็น่านับถือควรอภัย....มันมีหลากหลายของความเป็นมนุษย์ ท่านจะเอาอะไรเป็นมาตรฐานวัดค่าของคน..... ครูถูกบ่มเพาะมาสอนเด็ก
( ไม่ใช่มาทำผลงานใครมันคิด....) สื่อนวัตกรรมดีมีมากมายในท้องตลาดที่สามารถนำมาทดลองสอน....อาจออกมาจากหัวสมองอย่างพวกท่านที่มีความเชี่ยวชาญกว่า....มีวิธีการนำมาใช้ได้ง่าย ๆ ทำไมให้ครูมาคิด และทำเองเพื่อเพิ่มวิทยฐานะ .....ไปๆมาๆครู นอกจากคิดค้นหาวิธีสอนให้เด็กเข้าใจแล้ว...ครูยังต้องเป็นนักเขียนตำราอีก.... วิทยฐานะควรให้ครูที่ตั้งใจสอนเด็กให้อ่านออกเขียนได้..สอนให้เด็กมีคุณธรรมจริยธรรม รู้หน้าที่ มากกว่าใช่ไหมท่าน....แถมหลักสูตรก็เปลี่ยนรัฐบาลที ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา.....นักวิชาการอย่างพวกท่านลองมาสอนเด็กเล็ก ๆ ดูบ้างก็ดีนะ... ไม่ใช่หลักสูตรให้เทวดาคิด แต่คนปฏิบัติก็แค่ครูโง่ๆ ในสายตาพวกท่านนี่เอง... ผลผลิตออกมาก็ดูนักการเมืองแล้วกัน.....พวกนี้ไม่รู้เรียนหนักสูตรปีใหน ทำตัวเหมือนไม่มีความเป็นมนุษย์ ขอบคุณถ้าอ่าน