โอ้แม่เอ่ย มืดฟ้ามัวดินขนาดนี้ พสุธาจะพิโรธหรือไง จะพลิกเปลี่ยนแผ่นดินกันหรือไรนี่.......

เมฆที่ลอยอยู่สูงบนฟ้าเคลื่อนตัวต่ำลงขึ้นทุกขณะ จะทำอย่างไรได้สิ่งที่ทำได้คือวิ่งกลับบ้านอย่างเดียว.....มันจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรากันแน่ละคราวนี้ ว่าแล้วก็วิ่งเร็วขึ้นเพื่อกลับบ้านได้ทัน แต่ก้าวขาได้ไม่นานหนัก ก็ตกลงมาหนักมากๆ แต่ละเม็ดฝนเกือบเท่านิ้วก้อย มองไปทางไหนเห็นแต่สายฝนที่ตกไล่ก้นเรามาทุกขณะ แต่ก็มีการตกล้ำหน้าประปราย เสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ก็มีให้เห็นรอบทิศทาง ช่างน่ากลัวอะไรขนาดนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนี้

ก่อนที่จะวิ่งเข้าบ้านได้ทันประมาณห้าร้อยเมตร ก็เจอฝนตกอย่างหนัก เปียกปอนไม่เหลือผ้าไว้ให้แห้งเลย แต่ยังดีที่ไม่ล้มหัวฟาดพื้นกลางคันนา

ฝนห่าใหญ่ครั้งนี้ส่งผลชี้ลางบางอย่าง ที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงในชุมชนของเรา จากที่เราเคยใช้ไม้ฟืนหุงข้าว ก็จะมีทีมงานของเจ้าหน้าที่ขับรถมาสำรวจพื้นที่ วางแนวไฟฟ้า ว่าจะมีการไหลของกระแสไฟไปทางไหนบ้าง ก็จะมีการแบ่งระยะเป็นช่วงๆ ของการพัฒนา เมื่อมีการเดินเสา เดินสาย ได้ซักระยะหนึ่งจนเริ่มมีการปล่อยไฟได้แล้ว ก็จะมีรถมอร์เตอร์วิ่งเข้ามาเสนอสินค้ามากมาย  จากที่บ้านที่เคยใช้ตะเกียงน้ำมัน ก็มีไส้หลอดนีออนสั้นยาว ตามชอบใจ เดินไฟข้าวบ้านกดปั๊บติดปุ๊บ เทียนเล่มน้อยที่เคยใช้อ่านหนังสือ ก็แทบจะเอาไว้บนหิ้งเป็นที่ระลึก หม้อหุงข้าวก็ช่างวิเศษเหลือเกิน เมื่อก่อนต้องใช้เหล็กสามขา หรือหินสามก้อน ตอนนี้แค่เสียบสาย คลิกหนึ่งที แล้วก็รอเสียงเตือน แม้ว่าเวลาในการหุงแบบเดิมจะสุกได้ในเวลาไม่แตกต่างกัน แต่แบบใหม่นี่ช่างสะดวกจริงๆ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกไม่ต้องเฝ้าอยู่เหมือนเตาถ่าน

จากลมพัดผ่านที่เคยนั่งตากลมที่หน้านอกชานบ้าน ลมเย็นเดือนเมษาหน้าร้อน พัดผ่านมา ให้เด็กๆ วิ่งเล่นว่าวในทุ่งนา แบบเคยมี ก็มีเสียงรถวิ่งเข้าหมู่บ้านกันต่อ วันนี้มาแบบใหม่ มีพัดลมหมุนๆ ให้คลายร้อน เมื่อก่อนร้อนทีใดก็วิ่งลงสระน้ำเลย ตอนนี้ทุกอย่างมาตามสายหมดเลย ส่งเข้ามาบริการถึงบ้าน

น้ำที่ดื่มในโอ่ง ก็เปลี่ยนเป็นน้ำเย็นในตู้เย็น ตู้วิเศษที่เราฝากชีวิตไว้กับมัน เปิดทีไรมีน้ำเย็นให้ดื่ม ช่างเย็นจนทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้หนาวสั่นเกาะผนังลำไส้กันไม่ทันกันเลยทีเดียว นอกจากจะมีน้ำให้ดื่มแล้ว ก็มีที่พักพิงของผักผลไม้ หมู วัว ปลา อยู่ในนั้นเลยครับ นับว่าเป็นตู้สมรม ก็ว่าได้ เป็นทั้งสวนสัตว์ และพืชสวนครัว เป็นทั้งขั้วโลกเหนือให้เราหนาวจับใจด้วย นับได้ว่ามีครบหลายๆ ฤดูเลยครับ

น้ำที่เราชาวนาเกษตรกรเคยแกว่งผิวน้ำแล้วใช้มือดื่มหรือล้างหน้ากินกันในนา ยามกระหายเต็มทน ก็ดื่มได้ ยามหน้าแล้งน้ำในบ่อขอดก้นบ่อ ก็มีกรรมวิธีมากมายในการทำน้ำให้ใส่ ที่แน่ๆ หลักๆและได้ผลเร็วคือการแกว่งด้วยสารส้ม แต่แกว่งมากไปก็ได้ดื่มน้ำฝาดๆ รสเปรี้ยวๆ เข้าไปด้วย แต่เพื่อความสะดวกสบายมีน้ำตามท่อไหลมาหาถึงบ้าน พร้อมก๊อกน้ำเปิดปั๊บออกปุ๊บ ที่ออกมาอาจจะเป็นน้ำหรือลมก็แล้วแต่ว่าน้ำมาจากไหน ใครมีบ่อน้ำเป็นของตนเองก็อาจจะโชคดีไป

หลายๆ อย่างหลายๆ แนวทางเปลี่ยนไปอีกมากมาย จาก

ไม้กวาดก้านต้นไม้ กลายเป็นเครื่องดูดฝุ่น

เครื่องสีข้าวแบบครกกระเดื่อง เปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ และในที่สุดลากด้วยมอร์เตอร์ไฟฟ้า

หนังฉายจอใหญ่กลางแปลง เปลี่ยนเป็นหนังละครทีวีใช้แบตเตอร์รี่ แล้วเปลี่ยนเป็นทีวีใช้ไฟฟ้า เปิดมาสองตาดูละคร....

หนังตะลุง มโนราห์ จากที่เคยมีอยู่ทั่วไป เปลี่ยนไปเป็นนานทีมีหน จะได้มีดูก็โอกาสพิเศษ หรือไม่ก็มีแค่ในวีซีดี เปิดมาทันใจดูทีไรนึกกลับไปยามที่เคยรุ่งเรือง

ริมถนนที่เคยเดินได้ด้วยเท้าเปล่า กลับต้องระวังเศษแก้วขวดแตก ไปไหนมาไหนในระยะสองสามกิโลเมตรเดินไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึง กลับกลายเป็นเดินไม่ได้แล้ว ต้องขี่รถสองล้อหรือสี่ล้อ

เคยอ่านหนังสือด้วยหนึ่งแรงเทียน ไฟดับครั้งหนึ่งแทบจะงมเข็มอ่านหนังสือไม่เห็นแล้ว

ข้าวที่เคยหุงด้วยไม้ฟืน กินได้ ไฟดับ กลับไปหุงด้วยไม้ฟืน จมูกบอกว่าเหม็นกลิ่นควันไฟ ทำไมลำบากจัง

นาข้าวที่เคยใช้มือเกี่ยวทีละรวง กลับยุ่งยากเสียกระไร สู้รถเกี่ยวไฮเทคไม่ได้ เอาลงไปวิ่งไม่กี่รอบ ได้ออกมาเป็นกระสอบ

ทำนาปีได้หนี้กับซัง ทำนาปรังได้ซังกับหนี้  (ทำนาปุ๋ยอินทรีย์ไม่มีหนี้ไม่มีซัง)

............. ไม่มีอะไรอยู่ยง ยั่งยืน หมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ...........

ใจที่เคยเอื้อเฟื้อ ข้าวแกงถึงกัน เมื่อฉันมี สิ่งนี้สำหรับเธอ.....กลับเปลี่ยนแปลงเป็นสร้างรั้วลวดหนาม กำแพงกั้น นี่บ้านฉัน นั่นบ้านเธอ....

วัดคนด้วยทุน วัตถุ ความมี สี่ล้อสองล้อ แสดงออกทางใบหน้า เพื่อบอกโลกว่า ข้าก็แน่.....

แก่งแย่งชิงดี เป็นหนี้ตลอดย่าน ดอกเบี้ยบานหฤทัย ใจของใครละเหี่ย เพลียหมดเรี่ยวแรง.....

เกียรติยศ ชื่อเสียง ทรัพย์สมบัติ และอำนาจ ทำไมเจ้าถึงศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้ มีแต่ผู้คนชอบแสวงหาเจ้ากันยิ่งนัก....ทั้งๆที่เจ้าก็ทิ้งและฝากบทเรียน เอาไว้ให้คนรุ่นหลังเรียนรู้มากมาย.....

ฝนเอ๋ยฝน ฝนห่าใหญ่ ครั้งนั้นที่ตกลงมาในหมู่บ้านฉัน จะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร ทางไหนน้ำดี ทางนี้น้ำเสีย คลองไหนใครขุดร่อง คลองไหนใครปิดกั้น อันว่าสายน้ำนั้น ใครกันจะอยู่เคียงข้างชุมชน.....

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ชาวนาชาวสวน ต้องรองคอยความหวังจากน้ำฝนที่หลังลงมา บางครั้งน้ำตาปนน้ำฝน ........... จะมีใครไหมที่ไหวตัวทัน ตามทันสายน้ำนั้น ที่ไหลเข้ามาหมู่บ้านฉัน พัลวันตลอดเวลา

ฝนพิษห่าใหญ่ ตกลงไปท่วมชาวนา ใครเอยจะรู้ว่า น้ำที่ไหลมาคร่าชีวิตเรา

ฝนพิษห่าใหญ่ ท่วมลงที่ใจอันอ่อนล้า ตกลงมาแต่ละครา ทั้งน้ำตาแทบกระเด็น

ฝนพิษห่าต่อเนื่อง ท่วมนองเนืองทั่วระแหง ตกทีไรไม่เคยแจ้ง ตกแต่ละแห่งแล้งน้ำใจ

ฝนล้างพิษห่าสุดท้าย ที่จะหวังได้ก็คือท่าน ช่วยกันตกคนละวัน ตกที่ตัวท่านสร้างชุมชน

ฝนล้างพิษเกิดจากจิต ที่คิดใหม่ สร้างขวัญและกำลังใจ ตกครั้งใหม่เพื่อชุมชน

ฝนล้างพิษที่ผิดพลาด คิดร่วมกันใหม่อย่างฉลาด ไม่ควรพลาดที่แล้วมา ทบทวนด้วยการพูดจา สุขถ้วนหน้าทั่วชุมชน

ชุมชนเข้มแข็งคือคำตอบ ของคำถามทุกข้อความที่ถามมา ความสุขเกิดขึ้นที่ใบหน้า และวาจาที่ละไม.....

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกชุมชน ทบทวนตัวเอง ครอบครัว และชุมชน เพื่อชุมชนเข้มแข็ง ทางออกสุดท้ายที่เกิดได้และยั่งยืน

สำหรับเรื่องนี้ ฝนพิษคืออะไร ท่านคงหาคำตอบกันได้ในที่สุดนะครับ เพราะฝนพิษที่ตกแต่ละที่นั่น ตกในรูปแบบที่แตกต่างๆกัน ต้องค้นให้เจอเพื่อค้นหาทางออกของปัญหาครับ

กราบขอบพระคุณมากครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์