สวัสดีค่ะน้องเม้ง

  • ชื่อบันทึกนี้ของเม้งเร้าใจดีชะมัด   เรื่องที่เล่าก็อ่านเพลิน  อ่านแล้วก็ทำให้ได้คิด  .......คิดหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน (คิดหนักแปลว่าสนุกอย่างพอดี ...  ซีเรียสอย่างพอเพียง)  
  • เม้งเล่าให้เห็นถึงวงจรความเจริญที่ซ้อนทับกัน และพันธนาการเราไว้ด้วยความทันสมัย  แฝงอยู่ในค่านิยมลวงของคำว่า "พัฒนา"  เพราะการพัฒนาที่ว่า  เน้นไปที่ความเจริญทางวัตถุ เทคโนโลยี  และค่านิยมต่างๆอันขึ้นอยู่กับเงินตรา  มากกว่าความเจริญทางจิตใจ  
  • การใช้คำว่า "ฝนพิษ" นึ้ได้อารมณ์มาก  เพราะหากไม่อยู่ในที่กำบังอันดี ก็มีหวัง"เปียกโชกไปด้วยพิษ"  และพิษอันเนื่องด้วยใจ(ที่ไม่รู้จักการพัฒนาอย่างแท้จริง)นั้นก็ร้ายกาจนัก
  • แปลกแต่จริง... ทั้งที่รู้ว่าเป็นพิษ ก็ยังมีผู้ผลิตซ้ำ และยังเชื่อเอาโดยง่ายว่า พิษนั้นจะไม่มาถึงตัว  ทั้งที่อยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน....   ที่ว่า "ฝนตกไม่ทั่วฟ้า"  นั้นจริง   ....แต่ "ฝนตกไม่เลือกฟ้า" นั้นจริงกว่า     (คือว่าเรื่องนี้คงต้องเรียนถามผู้เชี่ยวชาญด้านพายุและฝนฟ้าคะนอง)   :)
  • เม้งให้คำตอบที่เป็นทางออกอย่างมีความหวังไว้แล้ว  และพี่แอมป์ก็เห็นด้วย  พร้อมๆกับตั้งคำถามตัวเองว่า  เราควรลงมือทำอะไร  และทำอย่างไรบ้าง แล้วก็เรียนรู้ไปทุกวัน ทุกขณะที่ทำ 
  • แล้วก็ได้พบว่าเราอาจไม่ได้ทำอย่างถูกต้องในทุกๆครั้ง  เพราะบางครั้งเราก็ไม่รู้จริงๆว่าอะไร ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด ณ ขณะนั้น  หรือบางครั้งเรารู้  แต่เราไม่สามารถเลือกได้ (เสมอไป) ในภาวะแบบที่เราเป็น  
  • อย่างการที่เราต้องไปตลาดสด (แบบต่อรองราคาสด) คู่กับตลาดแห้งเอ๊ยตลาดทันสมัย (แบบบังคับราคาแห้ง  ห้ามต่อรอง) อย่างห้างสรรพสินค้า  เพราะของที่เราต้องการ  ไม่ได้มีอยู่ในทุกๆที่เสมอกัน
  • คราวนี้พี่ค่อยๆเข้าใจแล้วละ  ว่าทำไมลัทธิ "จำกัดความต้องการให้เท่าๆกัน  และแบ่งสรรให้เท่าเทียม" จึงดำรงอยู่ได้ยาก   เพราะมนุษย์มีความต้องการไม่จำกัด  และทวีความต้องการที่แตกต่างหลากหลายได้มากขึ้น โดยอิทธิฤทธิ์ของเทคโนโลยี   ลัทธิหรือ "ความเชื่อ"นี้จึงถูกปฏิเสธ  ถูกรื้อถอน และทลายกำแพงกันครั้งแล้วครั้งเล่า 
  • พี่แอมป์สนใจเรื่องความเชื่อของมนุษย์  เพราะความเชื่อกำกับทั้งวิธีคิดและวิธีทำของมนุษย์   พี่แอมป์จึงต้องค้นคว้าหาหลักคิดที่จะช่วยให้พิจารณาความเชื่อต่างๆโดยแยบคาย 
  • ทั้งนี้.....โดยไม่ได้ปฏิเสธว่า  หลักคิด  ก็จัดอยู่ในชุดของความเชื่อได้เหมือนกัน  แต่ถามว่า หลัก ที่เราเลือกที่จะเชื่อ นั้นสมเหตุสมผลไหม  ก็คงต้องศึกษาพิจารณากันต่อไป  
  • พี่แอมป์ดีใจที่เม้งชอบเรื่องที่ฟังนะคะ  พี่แอมป์ก็เปิดฟังตอนทำงานเหมือนกัน   เพลินดี  และถึงแม้พี่แอมป์จะไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรยากๆได้เร็วนัก     แต่ได้พบว่าในเรื่องที่ฟัง(แต่ละครั้ง)หากพยายามจนจับแก่นของ หลักคิด ได้  ก็จะช่วยให้เราคิดได้ "อย่างถึงแก่น" 
  • แล้วเราก็จะเห็นได้โดยวิจารณญาณว่า สิ่งใดเป็นคุณ สิ่งใดเป็นโทษ  สิ่งใดเป็นพิษ  เมื่อเรานำไปใช้ หรือเข้าไปสัมพันธ์ด้วยผิดมุม  
  •  ที่พี่แอมป์ชอบที่สุด  คือหลักคิดนี้  ไม่ได้คิดเป็นราคา  แต่คุณค่าจะเกิดเอง  เมื่อผู้นำไปใช้มองเห็นมุมมองที่เป็นคุณ  ผู้นำเสนอหลักคิด    ก็ไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของ  ไม่ได้เรียกร้องลิขสิทธิ์   และไม่หากำไรเอาจากหลักคิดนั้นแต่ประการใด  
  • พี่แอมป์มองเห็น"การให้" โดยไม่เรียกร้องเอาอะไรตอบแทนเช่นนี้  ทำให้รู้สึกเหมือนกับได้สัมผัส ฝนอีกชุดหนึ่ง..... ที่ไร้พิษ   ...เป็นฝนที่ทำให้จิตใจฉ่ำเย็นดี ...    
  • ขอยืมคำของเบิร์ดมานิดนะจ๊ะ...  : )
  • สุดท้ายนี้ขอให้เม้งทำงานด้วยใจที่ฉ่ำเย็นและเบิกบาน  ขอให้ผ่านทุกอย่างโดยราบรื่นนะจ๊ะ  : )