สำหรับน้องคนที่เขียนอีเมล์มาถามดิฉันเรื่องการสัมภาษณ์นะคะ ดิฉันว่าสิ่งที่สำคัญคือต้องมั่นใจค่ะ ไม่เกร็ง เตรียมตัวตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเราเอง เหตุผลของเราที่ต้องการได้รับทุน การไปศึกษาต่อของตัวเองมีประโยชน์อย่างไรต่อประเทศไทย...

เนื่องด้วยมีผู้เขียนอีเมล์มาสอบถามดิฉันเกี่ยวกับการสอบสัมภาษณ์ทุน ป.โท กับ ป.เอก ของ Fulbright ซึ่งน่าจะเป็นทุน Open Competition ที่เปิดรับสมัครกับผู้สนใจทั่วไป  ว่าในการสัมภาษณ์ต้องเตรียมตัวเรื่องคำถามอย่างไรบ้าง

ดิฉันก็ไม่ทราบจะตอบอย่างไรเหมือนกันค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าผู้สัมภาษณ์ทุนและลักษณะของคำถามจะเหมือนกันหรือไม่ เนื่องด้วยทุนที่ดิฉันได้นั้นเป็นทุน Thai Visiting Scholar (TVS) ซึ่งให้กับอาจารย์ที่ต้องการไปทำวิจัยระยะสั้นที่อเมริกา และต้องติดต่อ U.S. Affiliation University ที่อเมริกาไว้แล้ว ก็เลยไม่ทราบจะตอบยังไง.. เล่าได้แต่ประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้นค่ะ อย่างไรก็ดี อาจมีบางส่วนที่เหมือนที่หรือต่างจากทุน OC ก็ได้ค่ะ

ประสบการณ์การขอทุน TVS

เมื่อสักราวๆ เดือนกรกฎาคม ปี ๔๙ ดิฉันได้รับอีเมล์จากงานวิเทศของสถาบันฯ เกี่ยวกับทุน TVS ดิฉันก็เข้าไปที่เวบของ TUSEF (http://www.fulbrightthai.org/) ตามรายละเอียดที่ได้รับในอีเมล์  เพื่อค้นข้อมูลเพิ่มเติม แล้วก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสาขาที่สามารถขอทุนได้ ระยะเวลาทุน คุณสมบัติผู้สมัคร รายละเอียดใบสมัคร และข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการคัดเลือกผู้ได้รับทุน เป็นต้น

เอกสารประกอบการสมัคร ซึ่งโดยรวมจะประกอบไปด้วย

  • ใบสมัคร 
  • จดหมายตอบรับจาก U.S. Affiliation University ที่อเมริกา ซึ่งผู้ขอทุนจะต้องติดต่อหามาเอง
  • ข้อเสนอโครงการวิจัย (ซึ่งอันนี้ก็ต้องประสานงานกับ Host University ด้วยค่ะ)
  • ประวัติของผู้ขอทุน
  • จดหมายรับรองจากที่ทำงาน (Letter of Recommendation) 2 ฉบับ

ดิฉันก็รีบดำเนินการติดต่ออาจารย์ที่ต่างประเทศ ได้รับความกรุณาจากอาจารย์ที่ University of Maryland ที่เพิ่งมาเมืองไทยเมื่อปี ๔๘ รับเป็น Host ให้ ดิฉันก็รีบเขียน Proposal วางแผนการทำงาน ขอจดหมายรับรอง ทำเอกสารประวัติ แล้วก็รีบส่งให้ทันกำหนดการปิดรับสมัคร

ทาง TUSEF ได้กำหนดไว้คร่าวๆ ว่าจะดำเนินการคัดเลือกผู้เข้าข่ายมีสิทธิ์ในเบื้องต้น แล้วก็จะมีการสัมภาษณ์คัดเลือกจากคณะกรรมการตอนราวๆ เดือนตุลาคม

ดิฉันผ่าน Short List ได้เข้าสัมภาษณ์ จำได้คร่าวๆ ว่าคณะกรรมการมีประมาณ ๕ ท่าน มีผู้ประสานงานจากสถานทูตอเมริกัน ๑ ท่าน มีอาจารย์ไทย ๒ ท่านซึ่งทาง TUSEF เชิญมา (ดิฉันคาดว่าท่านหนึ่งเป็น Alumni และอีกท่านน่าจะเป็นตัวแทนของ สกอ.)  มีกรรมการที่เป็นคนอเมริกัน เป็น Visiting Scholar ที่มาทำวิจัยในประเทศไทยในช่วงนี้พอดีอีก ๑ ท่าน และมีผู้อำนวยการของ TUSEF (พี่พรทิพย์) อีกท่านที่เป็นกรรมการ

เรื่องจำนวนกรรมการสัมภาษณ์เนี่ย ขอรับตรงๆ ว่าความจำค่อนข้างลางเลือน อาจมีผิดพลาดได้นะคะ

วันที่สัมภาษณ์จำได้ว่าใช้เวลาประมาณ ๒๐-๓๐ นาทีเท่านั้น กรรมการแต่ละท่านก็จะสัมภาษณ์ถึงการทำวิจัยของดิฉันเป็นส่วนใหญ่ เช่น ทำไมถึงทำเรื่องนี้ จะหาข้อมูลอย่างไร ทำไมถึงไปที่ University of Maryland แล้วก็มีการสัมภาษณ์ถึงการเป็นตัวแทนคนไทย การแลกเปลี่ยนความรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างไทยกับอเมริกัน จะเอาความเป็นไทยไปนำเสนอแลกเปลี่ยนอย่างไร เป็นต้น.. ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกับกรรมการแบบสบายๆ เพราะดิฉันก็ไม่ได้คาดหวังมากค่ะ ถามมาก็ตอบไป เผอิญว่าตัวเองมีประสบการณ์การศึกษาในอเมริกาแล้วก็อาจจะง่ายหน่อยค่ะ

พออีกสัก ๒ อาทิตย์ (ต้นเดือนพฤศจิกายน ๔๙) ก็ประกาศผลทางเวบค่ะ แล้วก็พี่พรทิพย์โทรมาแสดงความยินดีและแจ้งด้วยตนเองด้วยค่ะ ^ ^ 

หลังจากนั้นผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง ๓ คนก็ต้องไปกรอกใบสมัครที่จะใช้จริงสำหรับขอเอกสาร DS-2019 ที่สำหรับใช้ขอวีซ่า  ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ในส่วนนี้ค่ะ ซึ่งวันหลังมีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

สำหรับน้องคนที่เขียนอีเมล์มาถามดิฉันเรื่องการสัมภาษณ์นะคะ ดิฉันว่าสิ่งที่สำคัญคือต้องมั่นใจค่ะ ไม่เกร็ง เตรียมตัวตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเราเอง เหตุผลของเราที่ต้องการได้รับทุน การไปศึกษาต่อของตัวเองมีประโยชน์อย่างไรต่อประเทศไทย อนาคต ความคาดหวังเมื่อได้ไปศึกษา มุมมองของตัวน้องเองที่มีต่อประเทศสหรัฐอเมริกา การปรับตัว ฯลฯ ที่สำคัญ...อันนี้คงเลี่ยงไม่ได้...ภาษาอังกฤษต้องดีค่ะ ต้องสื่อสารได้ เพราะเขาต้องสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษแน่นอนค่ะ

ก็ได้แต่หวังว่าบันทึกนี้จะมีประโยชน์กับผู้ถาม และผู้สนใจท่านอื่นๆ บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ


ข่าวเพิ่มเติม

First Networking as Fulbright Grantees for 07 TVS and JRA