คิดถึงนะ
       
 
 
       
 
 
       
 

เทคโนโลยี พจนานุกรม Meriam-Webster (www.m-w.com/cgi-bin/dictionary) ได้ให้รากศัพท์ของคำว่า "technology" ไว่าว่า technology มาจากคำภาษากรีก tekhnologia หมายถึง การกระทำอย่างเป็นระบบของศิลปะ (systematic treatment of an art ) โดยมาจากคำ tekhne (art,skill) + -o- + -logia (logy) และได้ให้ความหมายไว้ 3 ประเด็น คือ
- a: การประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงปฏิบัติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิชาเฉพาะ (เช่น เทคโนโลยีทางการแพทย์);
b: สมรรถนะที่เอื้อประโยชน์โดยการประยุกต์ใช้ความรู้ในเชิงปฏิบัติ
(เช่น เทคโนโลยี
เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันของรถยนต์)
- การกระทำเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการใช้กระบวนการ
วิธีการ หรือความรู้ด้านเทคนิค (เช่น เทคโนโลยีใหม่ในการจัดเก็บข้อมูล)
- ลักษณะพิเศษของขอบเขตสาขาวิชาเฉพาะ (เช่น เทคโนโลยีการศึกษา)
    สมาคมการศึกษาเทคโนโลยีระหว่างประเทศ (International Technology
Education Association : ITEA) ได้ให้ความหมายของ technology ไว้ 2 ประเด็น
(www.emsc.nysed.gov/technology/nclb/definition.html) ได้แก่
- นวัตกรรมของมนุษย์ในการกระทำซึ่งรวมถึงการก่อเกิดความรู้และกระบวนการ
ในการพัฒนาระบบเพื่อการแก้ปัญหาและขยายขีดความสามารถของมนุษย์
- นวัตกรรม ความเปลี่ยนแปลง หรือการดัดแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่อ
สนองความจำเป็นและความต้องการของมนุษย์
     นอกจากนี้ หากจะดูจากพัฒนาการของประดิษฐกรรมและการใช้เทคโนโลยีระยะ
ต่าง ๆ ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน
(2542: 538) ได้ว่า เทคโนโลยี "วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะในการนำเอา
วิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม"
     
ดังนั้น จากความหมายที่กล่าวมาแล้วจึงสรุปได้ดังนี้
              เทคโนโลยีเป็นการนำแนวคิด หลักการ เทคนิค ความรู้
ระเบียบวิธี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ทั้ง
ในด้านสิ่งประดิษฐ์และวิธีการปฏิบัติมาประยุกต์ใช้เพื่อขยาย
ขีดความสามารถของมนุษย์ ช่วยให้การทำงานดีขึ้น และเพื่อ
เพื่อประสิทธิ์ภาพและประสิทธิผลของงานนั้นให้มีมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีในวงการศึกษา
การใช้เทคโนโลยีในวงการศึกษาสามารถใช้ได้ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ
ภายใน สถาบันการศึกษาและในการเรียนการสอน ดังนี้
     - การบริหารจัดการ
สถาบันการศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยใน
การบริหารจัดการด้านต่าง ๆ เช่น การจัดทำงบประมาณ สร้างฐานข้อมูลผู้สอน
และผู้เรียน สร้างเว็บไซต์ของสถาบัน สร้างฐานข้อมูลห้องสมุดให้เป็นห้องสมุด
อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ
     - ผู้สอน/ผู้ทบทวน การใช้เทคโนโลยีในฐานะผู้สอน/ผู้ทบทวน จะใช้
ในลักษณะ เหมือนการบรรยายโดยครูผู้สอนในการให้ข้อมูลสารสนเทศ
ใช้ในการสาธิตตามกระบวนการขั้นตอน และใช้ในการปฏิบัติเพื่อให้ผู้เรียน
แก้ปัญหา ตอบคำถาม หรือ กระทำตามกระบวนการ
      - การสำรวจ ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการสำรวจข้อมูลสารสนเทศ
ใช้เพื่อการเรียนรู้แบบค้นพบ เรียนรู้ข้อเท็จจริง หลักแนวคิด กระบวนการ
และกลยุทธ์ต่าง ๆ

      - อุปกรณ์เครื่องมือ เทคโนโลยีในลักษณะของอุปกรณ์เครื่องมือจะไม่เหมือน
กับ การใช้เป็นผู้สอนหรือการสำรวจ แต่จะเป็นการใช้เพื่อเป็นสื่อในการเรียนการสอน
และ สร้างชิ้นงาน เช่น ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำเพื่อพิมพ์รายงาน ใช้กล้องดิจิทัลเพื่อ
ถ่ายภาพประกอบเนื้อหาบทเรียน ใช้เครื่องวิชวลไลเชอร์นำเสนอภาพจาก
คอมพิวเตอร์ฯลฯ
      - การสื่อสาร ใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในระหว่างสถาบันกับผู้สอนและผู้เรียน
เพื่อ ลดความสิ้นเปลืองกระดาษ สื่อสารภายนอกกับผู้ปกครองนักเรียนและสถาบัน
การศึกษาต่าง ๆ
เทคโนโลยีกับการเรียนรู้
       ด้วยการใช้งานในลักษณะดังกล่าวทำให้จำเป็นต้องมีการเรียนรู้กับเทคโนโลย
ีเพื่อนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปแล้วจะมีการเรียนรู้เทคโนโลยี
ใน 3 ลักษณะ ได้แก่
     - การเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี (learning about technology) เป็นการ
เรียนรู้ในเรื่องของเทคโนโลยี เช่น เรียนรู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของ
คอมพิวเตอร์ เรียนรู้ว่าคอมพิวเตอร์ใช้เพื่อการประมวลผล เก็บบันทึก
ค้นคืนสารสนเทศได้อย่างไร เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องพิมพ์แบบ
พ่นหมึกมีการทำงานอย่างไร เทคโนโลยีการสื่อสารมีรูปแบบใดบ้าง ช่องทางสื่อสารมีลักษณะเป็นอย่างไรและประกอบด้วยอุปกรณ์ใดบ้าง
ฯลฯ วิชาเพื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีมีหลายวิชา เช่น
วิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น วิชาเครือข่ายดิจิทัล หรืออาจเรียนรู้จาก
เว็บไซต์ เช่น www.intel.com ที่นำเสนอในเรื่องต่่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองในลักษณะมัลติมีเดีย
     - การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี (learning by technology) เป็นการใช้
้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการ
ประมวลผล การใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการสร้างบทเรียน การใช้
้อินเทอร์เน็ตเพื่อการค้นคว้า การใช้เวิลด์ไวด์เว็บเป็นสื่อในลักษณะการสอบ
บนเว็บ การเรียนการสอนในลักษณะอีเลิร์นนิง
และการทัศนศึกษาเสมือนด้วยแหล่งการเรียนรู้เสมือนจากเว็บไซต์ต่าง ๆ
เป็นต้น
     - การเรียนรูุ้้ไปกับเทคโนโลยี (learning with technology) เป็นการเรียนรู้
เกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ได้แก่ การเรียนรู้ว่าขณะนี้เทคโนโลยีมี
ความก้าวไกลไปในลักษณะและรูปแบบใดบ้างทั้งทางด้านวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ
เช่น ซอฟต์แวร์โปรแกรมใหม่ ๆ เครื่อง tablet PC ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ไร้สายที่ผู้ใช้
สามารถเขียนลงบนจอภาพได้ กล้องดิจิทัลเพื่อถ่ายภาพและเว็บแค็ม (webcam)
เพื่อใช้ส่งภาพขณะสนทนาบนอินเทอร์เน็ต ฯลฯ เมื่อเรียนรู้ถึงความใหม่ทันสมัย
เทคโนโลยีแล้วจะนำมาประยุกต์ใช้ในวงการต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้าง เช่น การใช้กล้อง
วีดิทัศน์ถ่ายภาพการสอนส่งไปบนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้เรียนในสถานบันการศึกษาอื่น
เห็นภาพและได้ยินเสียงการสอน การใช้เครือข่ายไร้สายด้วยเทคโนโลยี Wi-fi ทั้งใน
และนอกห้องเรียนแพทย์สามารถใช้ tablet PC เพื่อเขียนสั่งยาคนไข้และส่งไปยัง
ห้อง ยาได้ทันที หรือใช้ในการค้นคว้าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตขณะปรึกษาปัญหา
ด้านสุขภาพเหล่านี้เป็นต้น

[ข้อมูลจาก : เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการศึกษา : รศ.ดร.กิดานันท์ มลิทอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]

 ความหมายของ "เทคโนโลยีการศึกษา" (education technology)           
            ได้มีนักการศึกษาได้ให้ความหมายของเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ดังนี้
. วิจิตร ศรีสะอ้าน (2517 : 120-121)
            เป็นการประยุกต์เอาเทคนิค วิธีการ แนวความคิด อุปกรณ์และเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาทางการศึกษาทั้งในด้านการขยายงานและด้านการปรับปรุง
คุณภาพของการเรียนการสอน
. คาร์เตอร์ วี กูด (Carter V.Good ,1973)
           เป็นการนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อการออกแบบ และส่งเสริมระบบการเรียนการสอนโดยเน้นที่วัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่สามารถวัดได้
อย่างถูกต้องแน่นอน มีการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียน รวมถึงเทคนิคการสอนโดย
ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ สื่อการสอนต่าง ๆ ในลักษณะของสื่อประสม
และ การศึกษาด้วยตนเอง
. กิดานันท์ (2543)
          เป็นการประยุกต์เอา เทคนิค วิธีการ แนวความคิด วัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งต่าง ๆ อันสืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีมาใช้ในวงการศึกษา

        จากการที่นักการศึกษาและนักวิชาการท่านต่าง ๆ ด้ให้ความหมายของ
เทคโนโลยีการศึกษาไว้มากมาย หลายแง่มุมเพื่ออธิบายภาพลักษณ์ของ
เทคโนโลยีการศึกษา เป็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งว่า ความหมายของคำนี้ได้มี
พัฒนการ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยตามการพัฒนาเทคโนโลยีีนับตั้งแต่ปี
ีพ.ศ.2506เป็นต้นมาจนถึงความหมายที่ใช้กันในปัจจุบันตามที่สมาคมเทคโนโลยี
ีและสื่อสารการศึกษา (Association for Educational Communications and
Technology: AECT) แห่งสหรัฐอเมริกาได้ให้ความหมาย ไว้เมื่อปี พ.ศ.2537
ว่า (Seels&Richey, 1994:9)
                  "เทคโนโลยีการศึกษาเป็นทฤษฎีและการปฏิบัติของ
การออกแบบ การพัฒนา การใช้ การจัดการ และการประเมินของ
กระบวนการและทรัพยากรสำหรับการเรียนรู้"
   

[ข้อมูลจาก : เทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่อการศึกษา : รศ.ดร.กิดานันท์ มลิทอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]
ี้





กลับหน้าหลัก

  • ความหมายของสื่อการเรียนรู้
    คำว่า "สื่อ" (Media) เป็นคำที่มาจากภาษาละตินว่า "medium" แปลว่า "ระหว่าง" หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่บรรจุ
    ข้อมูลเพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสื่อสารกันได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เมื่อมีการนำสื่อมาใช้ในกระบวนการเรียน การสอนก็เรียกสื่อนั้นว่า "สื่อการเรียนการสอน" (Instruction Media) หมายถึง สื่อชนิดใดก็ตามที่บรรจุเนื้อหา หรือสาระการเรียนรู้ซึ่งผู้สอนและผู้เรียนใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้เนื้อหา หรือ สาระนั้น ๆ .......การเรียนการสอนในภาพลักษณ์เดิม ๆ มักจะเป็นการถ่ายทอดสาระความรู้จากผู้สอนไปยังผู้เรียน โดยใช้สื่อ การเรียนการสอนเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ทักษะและประสบการณ์ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าการเรียนรู้ไม่ได้จำกัด อยู่ เฉพาะในห้องเรียน หรือในโรงเรียน ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ อย่างหลากหลาย สามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ สื่อที่นำมาใช้เพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงเรียกว่า "สื่อการเรียนรู้" ซึ่งหมายถึงทุกสิ่ง ทุกอย่างที่มีอยู่รอบตัวไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ของจริง บุคคล สถานที่ เหตุการณ์ หรือความคิดก็ตาม ถือเป็น สื่อ การเรียนรู้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าเราเรียนรู้จากสิ่งนั้น ๆ หรือนำสิ่งนั้น ๆ ข้ามาสู่การเรียนรู้ของเราหรือไม่

  • การจำแนกประเภทของสื่อการเรียนรู้
    สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ
    1. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัว หนังสือที่เป็นตัวเขียนหรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ
    2. สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ใน กระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น
    3. สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมี ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่
    3.1 บุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น
    3.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น
    3.3 กิจกรรม / กระบวนการ หมายถึง กิจกรรม หรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริม ประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น
    3.4 วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น

  • หลักการและแนวคิดของสื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร
    การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรสถานศึกษา มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ ด้วยตนเอง เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งมีความยืดหยุ่น สนองความ ต้องการของผู้เรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ทุกประเภท รวมทั้งเครือข่ายการเรียนรู้ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชนและแหล่งอื่น ๆ สื่อที่จะนำมาใช้เพื่อจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรจะมีลักษณะ ดังนี้
    1. เน้นสื่อเพื่อการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองทั้งของผู้เรียนและผู้สอน
    2. ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำหรือพัฒนาสื่อการเรียนรู้ขึ้นเอง รวมทั้งนำสื่อที่มีอยู่รอบตัวมาใช้ในการเรียนรู้
    3. รูปแบบของสื่อการเรียนรู้ควรมีความหลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า กระตุ้นให้ ผู้เรียนรู้จักวิธีการแสวงหาความรู้ เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่องตลอดเวลา

ะนั้น สื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตร ถานศึกษาจึงไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะหนังสือ เรียน เท่านั้นผู้เรียนและผู้สอนสามารถเรียนรู้ได้จากสื่อทุกประเภท อย่างไรก็ตามสื่อที่จะนำมาใช้จัดการเรียนรู้ควรมีความสอดคล้อง กับวิธีการเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และศักยภาพของผู้เรียน
  • นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องสื่อการเรียนรู้
    พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดสาระสำคัญในส่วนที่เกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ไว้หลายมาตรา โดยเฉพาะในหมวด 9 ที่ว่าด้วยเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้วิเคราะห์สาระสำคัญของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ดังกล่าวแล้วเห็นว่า ควรกำหนดให้มีนโยบายในเรื่องของสื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรให้สอดรับกับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ โดยกำหนดเป็นนโยบายการผลิต พัฒนาและใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งมีสาระสำคัญว่า
    " กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทุกประเภท ทุกสาระการเรียนรู้และทุกช่วงชั้น โดยเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันผลิตอย่างเสรีและเป็นธรรม และส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษามีและใช้สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่มีคุณภาพในกระบวนการเรียน การสอน" เพื่อให้นโยบายดังกล่าวเกิดผลในทางปฏิบัติ กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดแนวดำเนินการ ตามนโยบายฯ ไว้ 3 ด้านด้วยกันคือ ด้านการผลิตและพัฒนาสื่อฯ ด้านการประเมินคุณภาพสื่อฯ และด้านการเลือก และใช้สื่อฯ
    1. ด้านการผลิตและพัฒนาสื่อฯ กระทรวงศึกษาธิการจะเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันผลิตอย่างเสรีและเป็นธรรม ผู้ผลิตอาจเป็นได้ทั้งหน่วยงานกลาง (กรมวิชาการ) หรือหน่วยงานภาครัฐ เขตพื้นที่/เขตการศึกษา สถานศึกษา และเอกชนทั้งที่เป็นบริษัท/สำนักพิมพ์ และบุคคลทั่วไป ผู้ผลิตสามารถผลิตสื่อฯ ได้ทุกประเภท ทุกสาระการเรียนร ู้และทุกช่วงชั้น สื่อที่ผลิตควรผลิตเป็นช่วงชั้น โดยใช้เกณฑ์คุณภาพสื่อฯที่หน่วยงานกลาง กำหนดเป็นแนวทาง ในการผลิต
    2. ด้านการประเมินคุณภาพสื่อฯ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มีการประเมินคุณภาพและราคาจำหน่ายของสื่อฯ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในด้านคุณภาพและราคาโดยกระทรวงศึกษาธิการมีแนวคิด ที่จะรับประเมิน คุณภาพของสื่อฯ เฉพาะหนังสือเรียน คู่มือครูและชุดการเรียนการสอน ซึ่งจะแยกการประเมินคุณภาพสื่อฯ ออกเป็น 2 แบบ คือ
    การประเมินก่อนจัดจำหน่าย : ใช้สำหรับการประเมินคุณภาพสื่อฯ กลุ่มทักษะที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
    ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ขั้นตอนการตรวจประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ก่อนจัดจำหน่าย
    การประเมินหลังจัดจำหน่าย : ใช้สำหรับการประเมินคุณภาพสื่อฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มวิทยาศาสตร์ กลุ่มสุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มศิลปะ และกลุ่มการงานอาชีพและ
    เทคโนโลยี
    หน่วยงานที่รับประเมินคุณภาพของสื่อฯ แยกออกเป็น 2 ระดับ กล่าวคือ
    1. สื่อฯ ที่ผู้ผลิตประสงค์จะให้มีการใช้ระดับชาติ / มีการเผยแพร่ทั่วประเทศจะตัองส่งให้หน่วยงานกลางเป็น
    ผู้ประเมิน
    2. สื่อฯ ที่ผู้ผลิตประสงค์จะให้มีการใช้ในระดับเขตพื้นที่ จะต้องส่งให้เขตพื้นที่ / เขตการศึกษาเป็นผู้ประเมิน
    สำหรับสื่อฯ ที่ครูเป็นผู้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในสถานศึกษาของตน ไม่ต้องส่งให้หน่วยงานกลาง / เขตพื้นที่การศึกษา
    ประเมิน การใช้สื่อฯ ที่ครูผู้สอนผลิตขึ้นใช้เองให้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา
    3. ด้านการเลือกและใช้สื่อฯ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวปฏิบัติไว้ดังนี้
    การเลือกสื่อฯ : ถ้าเป็นสื่อฯ ประเภทหนังสือเรียน คู่มือครูและชุดการเรียนการสอน ให้สถานศึกษาเลือกใช้จากบัญชีรายชื่อสื่อฯ ที่ผ่านการประเมินคุณภาพและราคาจากหน่วยงานกลาง / เขตพื้นที่แล้ว ส่วนสื่อฯ ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการประเมินคุณภาพและราคาจำหน่าย จากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบให้สถานศึกษาเลือกใช้ได้ โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา
    การใช้สื่อฯ สื่อประเภทหนังสือเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ สถานศึกษา สามารถกำหนดให้ผู้เรียนมีไว้ประจำตัวผู้เรียนได้ ส่วนกลุ่มสาระการเรียนเรียนรู้อื่น ไม่ควรกำหนด ให้ผู้เรียน มีหนังสือเรียนไว้ประจำตัว แต่สถานศึกษาควรจัดหาไว้บริการครูและนักเรียนในห้องเรียน / ห้องสมุด / ศูนย์สื่อฯ

ข้อมูล : เอกสาร "สื่อการเรียนรู้"
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ)

 

ความหมาย
 

เทคโน   หมายถึง  วิธีการ      โลยี       หมายถึง  ศาสตร์ / วิทยา

เทคโนโลยี    หมายถึง  ศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการที่ครอบคลุมระบบ  การนำระบบมาปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบใดระบบหนึ่งให้สูงขึ้น

เทคโนโลยีทางการศึกษา  หมายถึง  ระบบการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคนิค  วิธีการ กระบวนการ ตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องมือมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้สูงขึ้น

เทคโนโลยีทางการศึกษา  หมายถึง  

   วิทยาศาสตร์  การนำเอาผลิตผลทางวิทยาศาสตร์

   พฤติกรรมศาสตร์  ……(การนำเอาความรู้ทุก ๆ ความรู้)


การใช้เทคนิคให้เกิดประสิทธิภาพ
  ได้แก่

   1. ประสิทธิภาพของงาน   บรรลุเป้าหมาย + เที่ยงตรง + รวดเร็ว

   2. ประหยัด   เวลา  แรงงาน + เงินงบประมาณ

   3. ประสิทธิผล  =  ผู้เรียนหรือผู้รับ ร้อยละ 80 ทำได้ + เข้าใจ  ทำถูกได้ผลไม่น้อยกว่าที่คาดไว้ (80 %)


ประเภทของเทคโนโลยีทางการศึกษา
  แบ่งออกเป็น  ประเภท  ได้แก่

1.   วัสดุอุปกรณ์  (Hardware) เช่น ชอล์ค ดินสอ กระดาษ ฟิล์ม ภาพยนตร์ วิดิทัศน์ สไลด์ เครื่องฉายข้ามศรีษะ คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง

2.   นวตกรรมที่เป็นเครื่องมือ  เช่น ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง

3.  นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นวิธีการ   เช่น การสอนแบบต่าง  แบบเรียนสำเร็จรูป  RIT                


ความจำเป็นที่ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้

        1.ประชากรเพิ่มขึ้น   
2. ความต้องการการศึกษาเพิ่มขึ้น 
3.
ความต้องการพัฒนาคน 
4. การศึกษาตลอดชีวิต/การศึกษาตามอัธยาศัย


นวตกรรม 
=  
แนวคิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆทางการศึกษาที่เกิดขึ้นโดยวิธีวิทยาศาสตร์ มีการตรวจสอบมีการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการพัฒนาการศึกษาไม่ใช้กันแพร่หลายในระบบทั่วไป อยู่ในขั้นทดลอง แต่ถ้ามีคนเห็นว่าดีนำไปใช้มาก
จะเรียกว่า เทคโนโลยี


การพิจารณาว่าเป็นนวตกรรมหรือไม่

       1. ใหม่บางส่วนหรือทั้งหมด  
      
2. 
เกิดขึ้นโดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

       3. มีการตรวจสอบ/พิสูจน์ว่ามีคุณภาพ 
      
4. ไม่ใช้กันแพร่หลาย(อยู่ในขั้นพัฒนา)
ไม่ใช่ในระบบ


ลำดับขั้นการเกิดนวตกรรม

      1. การค้นพบ  (Invention)  
      2. พัฒนา (Development)
คือการทดลองใช้

      3.ใช้ในสถานการณ์จริง (Implementation)


ความจำเป็นที่ต้องคิดประดิษฐ์นวตกรรม

     1. ความแตกต่างระหว่างบุคคล (โปรแกรม / ชุดการสอน /โรงเรียนไม่แบ่งชั้น /CAI)

     2. ความพร้อม (การเรียนแบบศูนย์การเรียน /การสอนแบบจุลภาค / Micro feashing)

     3. การใช้เวลาในการศึกษา เนื่องจากผู้เรียนมีเวลาแตกต่างกัน

     4. ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ


บุคคล
3 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับนวตกรรม

     1. นวตกร (Innovation) ผู้มีความรอบรู้/ความสามารถ /กล้าเสี่ยงกล้าเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีวิทยาศาสตร์

     2. นักต่อต้าน (Resisters) รู้ /สามารถ / แต่ไม่เปลี่ยนแปลง/ ถ้าได้ประโยชน์จะทำ / ถ้าไม่ได้ประโยชน์ไม่ทำ

     3. ผู้นำ (Leaders) หัวหน้าหน่วยงาน


นวตกรรมทางการศึกษาที่ควรรู้จัก

     1. การสอนเป็นคณะ  หมายถึง  การจัดการเรียนการสอนทีมุ่งให้ครูตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันวางแผน การจัดกิจกรรม การประเมินผล และร่วมกันรับผิดชอบนักเรียนกลกุ่มเดียวกัน เพื่อให้การสอนมีประสิทธิภาพ

   3. การสอนแบบจุลภาค  คือการสอนที่มุ่งฝึกทักษะอย่างใดอย่างหนึ่ง  โดยสอนนักเรียนประมาณ 4 – 6 คน ในเวลาประมาณ 10 – 15 นาที แล้วนำผลการสอนนั้นไปวิเคราะห์โดนอาศัยเพื่อนและผู้รู้ ใช้นักนักศึกษาฝึกสอน

    4. การเรียนการสอนแบบโปรแกรม   เป็นวิธีสอนที่จัดเนื้อหาอย่างละเอียดเป็นลำดับจากง่ายไปหายาก นักเรียนจะเรียนรู้ไปทีละขั้นตอน จนเข้าใจเนื้อหานั้นอย่างดีแล้วจึงจะเรียนเรื่องต่อไป  การจัดทำบทเรียนสำเร็จรูป  - แบ่งชั้นเรียนเป็นหน่วยย่อย ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ผู้เรียนทราบผลการเรียนของ