มันเป็นสุดยอดของความสำเร็จในการเป็นครูของตนเอง ที่ยิ่งใหญ่ และภาคภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

        บันทึกต่อไปนี้เป็นบันทึกจากเหตุการณ์จริงที่ผมได้พบได้เห็น และได้พูดคุยกับคุณครูท่านหนึ่ง(ครูจิ๋ม) จึงขอนำบรรยากาศนั้นมาเล่าสู่กันฟัง     
       วันพฤหัสบดีที่ 14 มิย.ปีนี้ เป็นวันไหว้ครูของโรงเรียนที่ครูจิ๋มสอน(โรงเรียนสตรี)   พอครูจิ๋มเข้าไปที่ห้องพักครูหลังพิธีไหว้ครูก็มีนักเรียนชั้น ม.3/3 จำนวน 5-6คน มารออยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ละคนถือพวงมาลัยยืนรอครูด้วยท่าทางที่บอกไม่ถูก  ซึ่งทุกคนล้วนแต่เป็นเซียนยอดเกเรประจำห้องปีนี้  ที่ถูกครูจิ๋มเคี่ยวเข็ญ    
     "จะพูดอะไรก็ว่ามาสิ  มัวแต่ยิ้มม้วนไปม้วนมาอยู่นั่นแหละ" ครูจิ๋มทักทายด้วยรอยยิ้ม  ทำให้นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นก่อน
     "พวกหนูมาไหว้คุณครูค่ะ คุณครูอย่าทิ้งพวกหนูไปไหนนะ" แล้วพวกเขาก็ร้องไห้ ครูจิ๋มดึงพวกเขามากอดทีละคนแล้วถือโอกาสอบรม และให้กำลังใจแก่ศิษย์ยอดเกเร
      พอเสร็จกลุ่มนี้ก็มีนักเรียนอีกหลายกลุ่มมารอที่จะไหว้ครูจิ๋มที่หน้าห้อง ทุกคนถือพวงมาลัยเข้าคิวเดินเข้ามาเป็นกลุ่มๆ ซึ่งล้วนเป็นนักเรียนห้องที่ครูจิ๋มสอนคณิตศาสตร์ ทั้งปีนี้และปีแล้วๆมา  รวมทั้งห้องที่เป็นครูที่ปรึกษาด้วย  แต่ละกลุ่มที่เดินเข้ามาต่างมีสีหน้าท่าทางที่แสดงถึงความรักความศรัทธาต่อครูของเขาอย่างจริงใจ 
      ครูจิ๋มกอดพวกเขาทุกคนด้วยความรัก ทั้งครูและศิษย์ต่างน้ำตาซึมด้วยความเต็มตื้น
      "ครูอย่าทิ้งพวกหนูนะคะ  ครูสอนพวกหนูทุกปีนะคะ..." เป็นประโยคที่ศิษย์แต่ละคนกล่าวเป็นเสียงปนสะอื้น  ครูจิ๋มพยายามพูดเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้ดูเศร้าสร้อย
      "ครูดุขนาดนี้ยังอยากให้ครูสอนอีกหรือ ไม่เข็ดหรือยังไง"
      "ไม่หรอกค่ะ ครูสอนเลขรู้เรื่องมากกว่าใครๆ เรียนกี่ชั่วโมงหนูก็ไม่เบื่อค่ะ" 
        เสร็จจากทุกกลุ่มแล้ว  ก็มีผู้แทนนักเรียนห้อง 3/1 ซึ่งเป็นครูที่ปรึกษาเมื่อปีที่แล้ว มาเชิญให้ไปที่ห้องห้องหนึ่ง ที่พวกเขานัดหมายพรรคพวกที่ปีนี้อยู่ ม.4 กระจายอยู่ตามห้องต่างๆ มารวมตัวกันเพื่อไหว้ครูของเขา  พอเข้าไปตัวแทนกลุ่มก็ถือพวงมาลัยเข้ามาไหว้ มากอดครูกัน จนครบทุกคน ต่างรื้อฟื้นถึงความหลังที่แต่ละคนประทับใจเมื่อได้อยู่ห้อง 3/1 และได้เรียนเลขกับครู  ก่อนจะจบ  ครูจิ๋มกล่าวขึ้นว่า
       "วันนี้อยากกอดเด็กจังเลย  ไหนใครอยากให้ครูกอดบ้าง" 
       เท่านั้นเองทุกคนต่างก็แย่งกันเข้ามาให้ครูกอดกันทุกคน
       หลังจากนั้นก็มีนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่ง เดินมาไหว้ครูจิ๋ม พร้อมกับพูดว่า
      "หนูอยากมาไหว้คุณครู  แต่หนูไม่มีพวงมาลัยมาไหว้ค่ะ"  ครูจิ๋มดึงพวกเขามากอดด้วยความเต็มตื้น
       ต่อมาก็มีศิษย์เก่าอีกหลายรุ่นพากันมาไหว้ครูจิ๋มกัน  จนบนโต๊ะของครูจิ๋มมีพวงมาลัยกองเต็มไปหมดจนนับไม่ถ้วน  ทำให้ครูคนอื่นๆในกลุ่มสาระฯที่อยู่ห้องเดียวกันต่างพากันเหลือบมอง มีครูรุ่นน้องคนหนึ่ง  พูดขึ้นมาว่า
       "พี่จิ๋ม เราไปตั้งร้านขายพวงมาลัยกันดีไหม" 
        ครูจิ๋มได้เอาพวงมาลัยของลูกศิษย์ไปไหว้พระพุทธรูป  พร้อมทั้งอธิฐานให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกศิษย์ทุกๆคนให้ประสบผลสำเร็จในการเรียนและชีวิตส่วนตัว            
       ครูจิ๋มเล่าให้ผมฟังว่าเธอเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในปีนี้  เพราะทุกๆปีที่ผ่านมาก็จะมีลูกศิษย์เข้ามาเหมือนกันแต่ไม่มากเหมือนปีนี้  มันเป็นความรู้สึกที่เต็มตื้นอย่างบอกไม่ถูก  เธอบอกว่า
      "มันเป็นสุดยอดของความสำเร็จในการเป็นครูของตนเอง  ที่ยิ่งใหญ่ และภาคภูมิใจเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น  ตนเองเป็นเพียงแค่ครูชำนาญการ เงินเดือนก็เต็มขั้นแล้ว อายุก็เข้า 50 ปีแล้ว  ไม่คิดจะทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะให้สูงขึ้น เพราะถือว่าพอเพียงแล้ว โดยไม่คิดอิจฉาครูคนอื่นที่ได้เลื่อนวิทยฐานะหรอก"
     ครูจิ๋มสรุปให้ผมฟังว่า ครูที่สามารถเข้าถึงโลกในใจของเด็กได้นั้น  น่าจะต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย 6 ประการ คือ
     1.สอนวิชาอะไรก็ต้องทำให้เด็กรู้เรื่อง/เข้าใจ
     2.เอาใจใส่ดูแลทุกข์สุข/ความเป็นอยู่ของเด็ก/ขาดเหลืออะไรก็เข้าไปช่วย
     3.ไม่จู้จี้จุกจิก ไม่เคี่ยวเข็ญให้เขาทำในสิ่งที่เราคิด
     4.มีปฏิกิริยาที่ดีกับเด็ก  พูดดีดี  ไม่เกรี้ยวกราด  แม้จะดุ เด็ดขาด จริงจัง แต่ก็จริงใจ
     5.อย่าให้มีช่องว่างระหว่างวัยมาก เข้าใจเรื่องการใช้ภาษาของเด็ก ทันเขา มีมุขตลกสอดแทรก
    6.สัมผัส/ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นแก่เขาในโอกาสอันเหมาะสม
           
       นี่แหละคือครูจิ๋มที่ผมรู้จัก