หลังจากอิ่มจนอืดแล้ว อนุญาตให้นอนกลางวัน 2 ชั่วโมง เพื่อให้เรียนรู้วิธีใส่เกียร์ถอยให้ชีวิตได้พักผ่อนบ้าง เพราะวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในระบบบริษัทอุตสาหกรรมที่เดินเครื่องตลอด24ชั่วโมงนั้น ชีวิตจะแข็งทื่อกับตารางงานที่รุมรัดตัว จึงอยากให้ลองผ่อนวางชีวิตไว้เฉยๆ ดูสิว่าจะทำได้ไหม

 

(ไก่แจ้ใช้ชีวิตบนต้นไม้โดยไม่ทำลายผลประโยชน์ธรรมชาติ) 

ระหว่างวันที่ 19-22 เดือนนี้ละครับ ที่มหาชีวาลัยต้องรับลูกทีมจากเครือปูนซิเมนต์ไทยตามโปรแกรม BU Innovation Facilitator3 ร่วม50ชีวิต ที่จะเดินมาทางเครื่องบินและรถบัส เขากะว่าจะมาฟัดเหวี่ยงความรู้ให้กระจุยกระจายในป่าแห่งนี้ คุณทวีสิน ฉัตรเฉลิมวิทย์ฝ่ายประสานงานร่างโจทย์คร่าวๆออกมาแล้ว ผมมานั่งแกะจิ๊กซอร์ต่อแผนความคิดให้เป็นกำหนดการแต่ละวัน ..ข่าวล่ามาเร็วแจ้งว่าชาวค่ายจะขนถังน้ำขนาดใหญ่มาให้ ผมฝากซื้อเต๊นท์ที่นอนแล้วฝันหวานมาด้วย เตรียมไว้ให้ชาวเฮฮาศาสตร์แน๊ะครับ.. 

วันแรก คณะฯเดินทางมาถึงช่วงบ่าย หายเหนื่อยแล้วก็จะต้อนเข้าห้องปิดประตูตีแมว ด้วยการปฐมนิเทศให้รู้ตัวคร่าวๆว่าจะเจออะไรบ้างในการมาเข้าค่ายคราวนี้ จะบอกกล่าวว่าบริบทของที่นี่มีอะไรบ้าง จากนั้นก็จะให้แนะตัว แบ่งกลุ่ม แล้วไปรับประทานข้าวมื้อเย็น  ตอนหัวค่ำอาบน้ำทาแป้งแต่งตัวตามสบาย แล้วมาพบกันในรายการสนทนาภาษาดอกไม้ ในประเด็นต่างๆดังนี้

  • วิถีชีวิตและสังคมชนบทในปัจจุบัน
  • วิธีการฝึกอบรมเกษตรกรของมหาชีวาลัยอีสาน
  • มุมมองเกษตรประณีต 1 ไร่
  • บริบทนักศึกษาบูรณาการศาสตร์

 วันที่สอง รับประทานอาหารแล้ว จะให้เดินทางไปเรียนรู้ภาคสนาม แห่งแรกแวะที่วัดป่าที่มีบรรยากาศสวยงามด้วยห้วยหนองคลองบึงคดเคี้ยวไปมาตามธรรมชาติ ไปไหว้พระ ฟังเสียงนกยูงนับร้อยร้องกะโต้งโฮง ก๊อกๆๆกะโต้งโฮง แล้วไปสนทนากับฤๅษี รับประทานข้าวกลางวันที่ตลาดอำเภอลำปลายมาศ ช่วงบ่ายไปสนทนากับเกษตรกรผู้นำที่ตกผลึกความคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง2คน แล้วเดินทางกลับมารับประทานอาหารเย็นที่สวนป่า ช่วงกลางคืนอาบน้ำแต่งตัวให้เช้งวับ ชวนกันเข้ารายการสนทนาปัญหาที่ค้างคาใจคนไทย ชม VCD. เรื่อง10นักคิด ช่วงท้ายก่อนนอนชวนสนทนาเรื่องที่ไปพบเห็นมาในวันนี้

  วันที่สาม วันนี้คณะจะเรียนรู้ในมหาชีวาลัย ออกแบบกิจกรรมเกี่ยวกับการเสริมสร้างสภาพแวดล้อม จัดให้ออกไปคลุกอยู่ในป่าทั้งวัน โยงประเด็นเรื่องโลกร้อนจะผ่อนคลายได้อย่างไร จะชวนสนทนาเรื่องวิถีชีวิตที่ไม่ทำความผิดปกติให้กับสิ่งแวดล้อม ถ้าโชคดีอาจจะได้เก็บเห็ดโคน เห็ดละโงกในป่าธรรมชาติ ผมจะจำลองให้เขาได้ใช้ชีวิตในป่าไม้หนึ่งวัน ทุกคนต้องทำตัวเป็นทาร์ซาน กับเจนนี่ มีกิจกรรมเชิงกระบวนการดังนี้ 

1.        สมาชิก หุงข้าวด้วยหม้อดิน ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง

2.        แกงไก่ป่า สูตรชาวป่า ด้วยหม้อดิน

3.        ช่วยกันปิ้งเนื้อแดดเดียว ย่างปลา ทำหมูหัน

4.        ช่วยกันเก็บผักที่เกิดในธรรมชาติ อนุญาตให้เก็บเห็ดในโรงเพาะได้

5.        ช่วยกันตำน้ำพริกตาแดง  น้ำจิ้มเนื้อย่าง ปลาย่าง หมูหัน

6.        แล้วรับประทานอาหารบนภาชนะที่หาได้ในธรรมชาติ เช่นใบไม้ ใบตอง  

หลังจากอิ่มจนอืดแล้ว อนุญาตให้นอนกลางวัน 2 ชั่วโมง เพื่อให้เรียนรู้วิธีใส่เกียร์ถอยให้ชีวิตได้พักผ่อนบ้าง เพราะวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในระบบอุตสาหกรรมที่เดินเครื่องตลอด24ชั่วโมงนั้น ชีวิตจะแข็งทื่อกับตารางงานที่รุมรัดตัว จึงอยากให้ลองผ่อนวางชีวิตไว้เฉยๆ ดูสิว่าจะทำได้ไหม จากนั้นก็จะให้ไปเรียนเรื่องนวัตกรรมเห็ดในเตาถ่านขนาดใหญ่ ที่เราค้นพบแห่งแรกในโลก ภาคกลางคืนจะชวนเข้ารายการสุนทรี-สนทนา ประเด็น ธรรมมะในธรรมชาติกับธรรมมะในตัวเรา 

วันที่สี่ วันสุดท้ายแล้ว มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำบ้างละ  วันนี้ทุกกลุ่มนำเสนอการบ้านจากโจทย์ที่ให้ไว้ล่วงหน้า ทุกกลุ่มออกมาสะท้อนคิดในหัวข้อเดียวกัน ส่วนจะออกแบบให้หวือหวาในการนำเสนอให้มีชีวิตชีวาอย่างไรนั้น ก็แล้วแต่จะงัดความสามารถมาแสดงได้เต็มที่ ผมจะสรุปบทเรียนให้ กล่าวขอบคุณ ถ่ายภาพที่ระลึก แล้วต่างคนต่างแยกย้านกันไป ช่วงบ่ายผมก็จะเผ่นไปขึ้นเครื่องเข้ากรุงเทพเหมือนกัน  หัวอกชาวมหาชีวาลัยก็เป็นอย่างนี้ละครับ ไม่เคยมีวันที่หัวใจไร้พันธะกิจ!! ลงจากเครื่องอย่านึกว่าจะว่างนะครับ โรงเรียนรุ่งอรุณเขาจัดงานวันครบรอบ10ปี มีคณะครูจะมาล็อกตัวไปคุยเรื่องโครงการวิจัยการศึกษาของครูบ้า ..บ้าก็บ้าวะ อิอิ..