ครู ผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์...ใคร ๆ ก็อยากก้าวหน้า... ลูกศิษย์เราก็เหมือนกัน


          ตอนนี้ชีวิตเหมือนขึ้นลงรถโดยสารอยู่ตลอดเวลา ขึ้นสายนั้นต่อสายนี้อยู่ตลอดเวลา กำลังจะบอกว่างานการทุกอย่างช่างต่อคิวติด ๆ กันเลยทีเดียว และมีอุปสรรคด้านเทคโนโลยีอยู่นิดหน่อย ผนวกกับอารมณ์ช่างเขียนช่างบันทึกที่หดหายเนื่องด้วยเพราะความเคร่งเครียดในการงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกอาการบ้านหมุน และต่อด้วยหวัดลงคอตะลุมบอนกันนัวเนีย ประคับประคองจนรอดมาได้

          ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้ ดิฉันกำลังเข้ารับการอบรมหลักสูตรพัฒนาข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มี หรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ (หลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด) ซึ่งรุ่นนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต
2 จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 1 ณ โรงแรมสองพันบุรี โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประมาณ 300 คนเศษ

          วันแรก เป็นการทบทวนให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ภาคบ่ายเป็นเรื่องของมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ และในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่สอง วิทยากรท่านได้กรุณาชี้แนะแนวทางในเรื่องของการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานให้กับผู้เข้ารับการอบรม
         

         
สำหรับดิฉันแล้ว คิดว่าเที่ยวนี้ได้กำไร เพราะจ่ายค่าลงทะเบียนไป
1,500 บาท แต่สามารถทบทวนความรู้ความเข้าใจในหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ไม่เฉพาะตำแหน่งศึกษานิเทศก์เท่านั้น ยังได้ทบทวนข้อมูลวิทยฐานะของผู้บริหารและครูไปด้วย เป็นประโยชน์ที่เราจะสามารถเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้แนะนำท่านผู้บริหารและคุณครูได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังแถมด้วยความรู้สำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญให้ด้วย เพราะรุ่นนี้รวมกลุ่มเชี่ยวชาญไว้ด้วยประมาณ 30 กว่าคน        

         
ดิฉันล่ะ ชอบจัง
! นั่งฟังไม่มีหลับเลยค่ะ ในแต่ละวันจะมีการบันทึกเรื่องราวที่เราได้เรียนรู้ลงในแบบ ส่งให้ทางผู้จัดทุกเช้าของวันถัดไป แต่ส่วนใหญ่ดิฉันส่งได้ในตอนช่วงเย็นของวันนั้นเลย จะได้ไม่มีงานค้าง เก็บเวลาไว้ทำงานอื่น ๆ ค่ะ จริง ๆ แล้วบางช่วงจะหนีบเอางานเข้าไปนั่งทำด้วยขณะที่ฟังการบรรยายค่ะ เพราะงานด่วน ๆ รออยู่ หากละมือไปเลย ก็เสียจังหวะไปตั้ง 5
วัน ท่าจะไม่ไหว  

         การอบรมครั้งนี้เมื่อผ่านการประเมินแล้วจะสามารถเก็บผลไว้ใช้ยืนยันได้ถึง
5 ปีทีเดียว งานต่อไป คือ เตรียมเรื่องผลงานทางวิชาการให้เรียบร้อย หากได้รับแจ้งให้สามารถส่งผลงานได้แล้ว ก็จะได้พร้อมดำเนินการได้เลย ผลงานวิชาการนี้จะให้ดี ในวิทยฐานะชำนาญการพิเศษควรส่งสัก 2 รายการ หากเป็นคุณครูควรจะเป็นผลงานวิจัย 1 ชิ้น และผลงานในลักษณะสื่อหรือนวัตกรรมทางการศึกษาอีก 1 ชิ้น  ส่วนผู้บริหารและศึกษานิเทศก์ ก็น่าจะเป็นผลงานวิจัยทั้ง 2
ชิ้นเลย ชิ้นหนึ่งเป็นวิจัยพัฒนาและอีกชิ้นหนึ่งเป็นวิจัยเชิงประเมิน จะทำให้มีน้ำหนักดีต่อการประเมินค่ะ

          ในส่วนของการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งมีเกณฑ์ระดับการประเมิน
4 ระดับ เราก็ควรมุ่งนำเสนอให้ถึงระดับ 4 เลย จะทำให้มีนำหนักดีต่อการประเมินเช่นกัน สรุปคือ ควรเตรียมเสนอข้อมูลและผลการปฏิบัติงาน รวมถึงผลงานทางวิชาการที่สูงกว่าขั้นที่เราขอเลื่อนวิทยฐานะไปสัก 1
ขั้น จะทำให้มั่นใจได้ว่าน่าจะผ่านการประเมินครั้งนี้ไปได้ดีกว่า เตรียมเสนอตามระดับที่ควรจะเป็นจริงเท่านั้น

         วิทยากรท่านบอกพวกเราว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ครูรับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ในชั้นเล็ก ๆ (ปฐมวัย-ประถมฯ-มัธยมฯ) จะมีความก้าวหน้าได้พอ ๆ กับอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัย ถึงขั้นศาสตราจารย์เลยทีเดียว วิทยฐานะที่เทียบเท่าตำแหน่งที่ว่าก็คือ วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งเทียบได้กับซีเดิม ก็คือ ซี
10
นั่นเอง

          จริงแล้วก็ไม่แปลกอะไรนัก เพราะมีคุณครูซี
10 ที่สอนระดับเด็กเล็ก ๆ มานานแล้ว ท่านเหล่านั้นเป็นอาจารย์ที่สอนอยู่ในโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไงคะ แต่ครูทั่วไปอย่างเรายังไม่เคยปรากฏเท่านั้นเอง แนวทางที่เป็นความก้าวหน้าของครู ผู้บริหาร และศึกษานิเทศก์ก็มีให้เห็นชัดเจนแล้ว ต่อไปพวกเราต้องรวมพลังกันสร้างและดำเนินการตามแนวทางเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ลูกศิษย์ของเราให้จริงจังกันมากขึ้นค่ะ ทำทุกเรื่องให้ชัด ทั้งดี เก่ง และมีความสุข เหล่านี้เป็นภาระงานที่เราต้องร่วมมือร่วมใจกันค่ะ