ผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ลูกศิษย์นำมาให้ชื่อ คนมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นผลงานแปลของพระสงครามภักดี ซึ่งแปลและเรียบเรียงจากเรื่อง Dr.Washington Carver Scientist อ่านแล้วพบว่าเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนได้เดินตามแนวโดยไม่ต้องยอมแพ้หรือปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม....โดยกล่าวถึงชีวประวัติของ ดร.ยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวนิโกร...ที่มีกำเนิดจากตระกูลทาสแต่สามารถบำเพ็ญตามแนวพุทธธรรมและเอาชนะอุปสรรคต่างๆได้ โดยเป็นผู้เสียสละ ทำความดีเพื่อความดีและไม่หวังผลตอบแทนอื่นใด..นอกจากเพื่อความสุขของเพื่อนมนุษย์ ดังจะเห็นได้จาก ดร.ค่าร์เวอรอร์สามารถพึ่งตนเองตั้งแต่เป็นเด็กจนเป็นผู้ใหญ่ และหาความรู้จนกระทั่งได้ปริญญาโดยไม่ต้องใช้เงินและไม่มีใครสนับสนุนเรื่องการเงิน แต่ต้องไปทำงานรับจ้างเป็นเงินมาช่วยเหลือตัวเอง..การที่ดร.คาร์เวอร์บรรลุการศึกษาได้นั้นเป็นเพราะอาศัยอินทรีย์ห้า(ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) กับอิทธิบาทสี่(ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) อีกทั้งมีขันติ(อดทน) โสรัจจะ (ความเสงี่ยม) ดร.คาร์เวอร์ไม่ให้เงินมามีอำนาจเหนือเขา ด้วยการละทิ้งตำแหน่งและเงินเดือนไอโอว่าสเตทวิทยาลัยเพื่อมารับตำแหน่งใหม่ที่ต่ำต้อยเพื่อปรารถนาการทำงานที่ชอบคือการยกฐานะของคนผิวดำที่ยากจนให้ขึ้นมาอยู่ในระดับมาตรฐานของมนุษย์ทั่วไป...เขาจึงไม่ใช่ทาสของเงินและพอใจที่จะให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ โดยงานของเขาจะมีแต่งานสร้างสรรค์และปราศจากงานที่ทำลาย
ผลการค้นคว้างานสร้างสรรค์ของดร.คาร์เวอร์ ได้แก่
- แป้งผัดหน้า สีผง สีทา สีพิมพ์ ที่ทำจากดินเหนียวในอาลาบาม่า
- ผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง เช่น น้ำนม ครีม เนยเหลว เนยแข็ง เครื่องปรุงอาหาร กาแฟ พลาสติก กระดาษ สีพิมพ์ แป้ง Flour
- ผลิตภัณฑ์จากมันเทศ เช่น แป้งStarch สาคู มะพร้าวเทียม นำเชื่อม สีพิมพ์ แป้งFlour
- แผ่นฉนวนไฟฟ้า เชือกกระดาษ และพรมทำจากสำลี
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2483(ค.ศ.1940) มูลนิธิยอร์ช วอชิงตัน คาร์เวอร์ ได้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้กฎหมายของรัฐอาลาบาม่า ต่อมาดร.คาร์เวอร์ ได้ถึงแก่กรรมที่สถาบันทัสคีกี เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2486(ค.ศ.1943)
(ที่มา : หนังสือคนมหัศจรรย์ของโลก เรียบเรียงโดย เชอรเล แกรมและยอร์ช ดี.ลิปสคอมบ์ แปลโดย พระสงครามภักดี .สัมมาชีวศิลปมูลนิธิและมูลนิธิแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง .2534)
ยังไม่ได้อ่านเลย อ่านจบแล้ว ยืมต่อด้วยนะ เพื่อความพอเพียง
ทำบล็อคสวยเลยนะคร๊าบ……
ผมไม่ได้มาเขียน ที่ kotoknow หลายเดือนแล้ว
ดูแปลกๆไปเลย น่าสนใจมากครับ
อนุศักดิ์
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้ว นับถือท่านมากๆ เรานำเรื่องของทางพทธเรามาประยุกต์ได้เลยนะคะ
อินทรีย์ห้า(ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) กับอิทธิบาทสี่(ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) อีกทั้งมีขันติ(อดทน) โสรัจจะ (ความเสงี่ยม)
แวะเข้ามายินดีต้อนรับชาว UTCC ทุกท่านนะครับ ตามเทียบเชิญท่านอาจารย์ขจิต ฝอยทอง
กัมปนาท อาชา
MSU
แวะเข้ามาเพราะอยากอ่านเรื่องนี้จังเลยค่ะ
เคยได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ตอนเป็นเด็กค่ะ อายุ 12-13
จำได้ว่าอ่านจากวารสารกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกายเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว
ได้อ่านเป็นตอนๆ ไม่ครบทั้งหมด
พอโตแล้วทำงานยังคิดถึงความมุ่งมั่นและความบริสุทธิ์ใจของ ดร.ในการทำงาน
แล้วอยากอ่านเรื่องนี้ขึ้นมาจับใจ
ลองค้นหาชื่อหนังสือจากน Web แล้วก็ยังไม่รู้จะไปหาหนังสือเล่มนี้ได้จากที่ไหน
หากห้องสมุดที่ไหนมี หรือ หาอ่านได้จากที่ไหน
ขอความกรุณาบอกด้วยนะคะ