ภรรยากับลูกสาวทั้งสองมารับครับ เหมือนเดิมก็คือ กรี๊ดกันสนั่นรถ

วันที่ 10 มิถุนายน 2550 

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ สิ้นสุดสัปดาห์ที่ 5 ไปแล้ว จะว่าไปก็เร็วเหมือนกัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>               เมื่อวันเสาร์ผมกะว่าจะตื่นให้สายโด่ง (คิดเหมือนเมื่อสัปดาห์ก่อนเลย) แต่เนื่องจากเสียงข้างนอกนั้นดังเข้ามาในโสตประสาท กระตุ้นให้ผมตื่นตั้งแต่เวลา 6 โมงกว่าๆ กลิ้งไปกลิ้งมาฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจน 7.30 ก็ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว วันนี้ผมจ่ายค่าห้องพักสำหรับเดือนมิถุนายนนี้ 750 เหรียญ บวกค่าภาษีอีก 5% ก็เป็น 787.50 เหรียญ ตัวเบาไปเลยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>               เมื่อจัดแจงข้าวของเรียบร้อย (ข้าวของก็คือเสื้อผ้าที่จะหอบไปซักที่บ้านครับ เพราะที่นี่ถึงแม้ว่าจะซักให้ บางทีก็ยิ่งทำให้สกปรกจนรับไม่ได้ ไม่มีการรีดด้วยอีก สู้เก็บเสื้อทำงานไว้ 2 สัปดาห์แล้วหิ้วกลับบ้านดีกว่าครับ กางเกงพอทน เพราะไม่ยับเลย) ก็ออกเดินทาง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมวางแผนไว้ว่า จะไปกินข้าวเช้าแถวๆบ้านเก่า อย่าเพิ่งงงครับ ก็แถวๆโรงแรมเก่าที่เคยไปพักเมื่อแรกมาไงล่ะ เพราะว่าจะได้หาซื้อสตรอเบอร์รี่ไปให้ลูกสาวคนโตตามที่สัญญาไว้ ผมจับรถบัสหมายเลข 961 ไปลงที่ Outram แล้วเดินไปกินข้าวที่ศูนย์อาหารที่เคยกินกับ Fernandi เมื่อครั้งที่มาธุระที่แพทยสภา อยากจะกินก๋วยจั๊บร้านเดิม แต่หาไม่พบ สงสัยยังไม่เปิด เดินไปเดินมาก็เลือกกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 3.5 เหรียญ แต่เจ้ากรรมกินไปได้ 4 คำ ก็เกิดทำเส้นสะบัด น้ำก๋วยเตี่ยวกระเด็นเข้าหน้าเข้าตาจนต้องรีบวิ่งไปล้างหน้า ข้าวของก็ต้องเก็บไปหมด เพราะกลัวหาย กลับมาอีกทีก็ไม่กล้าไปกินแล้วครับ เพราะกลัวคนที่ไม่รู้มายินคุยน้ำลายหกใส่ อารามเจ็บใจจึงเดินจากไปด้วยความเสียดาย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมแวะซื้อสตรอเบอร์รี่หนึ่งกล่องในราคา 5.9 เหรียญ ลูกใหญ่น่ากินชะมัด เจ้าสองสาวคงชอบ จากนั้นก็เดินไปที่ย่าน Chinatown ผมวางแผนสองไว้ว่าจะไปหาอาหารเช้าตามที่หนังสือแนะนำ นั่นก็คือที่ร้าน Ya Kun Kaya toast ที่อยู่ใน Far East Square ร้านนี้ขายอาหารเช้าที่มีกาแฟ ขนมปังกรอบใส่สังขยาและเนย และไข่ลวก มักก็เหมือนร้านที่ Kopitium นั่นแหละ แต่นี่เขาเล่าว่ามันอร่อย ขายมานาน จึงต้องไปลอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมเดินขึ้นไปตามถนน Cross road (ตามที่หนังสือเขียนไว้เป๊ะ) หาไปก็เจอ ตลกที่ว่าผมเดินไปทางเดียวกับที่หนังสือเขียนไว้ตลอด และอุทาในใจเหมือนกันว่า โธ่ มันอยู่ปากทางเข้านี่เอง เราเดินอ้อมไปเข้าอีกทางจนได้  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ร้านนี้คงจะดังตามที่เขาเล่ามา เพราะมีลูกค้าเต็มร้านตลอด แม้ว่าเวลาใกล้ 10 โมงแล้ว ผมสั่งกาแฟ ไข่ลวกและขนมปังมากิน ระหว่างนั่งรอ ก็สังเกตเห็นคนเขามาถ่ายรูปหลายคน นี่แสดงว่าเขาคงอ่านหนังสือแล้วตามมากินเหมือนกัน ผมเห็นคนไทยมากินด้วยอย่างน้อย 2 โต๊ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักทาย เนื่องจากเจอคนไทยบ่อยมาก ก็มันใกล้นิดเดียวนี่นา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ขอวิจารณ์นิดหนึ่ง ว่าไม่เห็นอร่อยดังคำร่ำลือ ขนมปังกรอบนั้นเขาใส่ใส่เนยด้วย กินไปเลี่ยนไป กาแฟเท่านั้นแหละที่พอกินได้ แต่จืดไปนิด เสียดายที่ไม่ได้แบกกล้องมา มิฉะนั้นจะได้ฉายภาพเป็นที่ระลึกสักหน่อย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                อิ่มแล้วจึงเดินเล่นสักหน่อย ผมเลี้ยวเข้าถนน South Bridge ผ่านไปตามทางก็เหลือบเห็นวัดแขกที่ใหญ่โตมาก ชื่อว่า Sri Mariamman เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวมากมาย ผมไม่ได้เดินเข้าไปเพราะไม่อยากเบียดคนพร้อมเป้ ตัดสินใจไปสนามบินเลยดีกว่า นี่ก็ 11 โมงแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมไปลงสถานี Chinatown ไปเปลี่ยนรถที่ Outram แล้วนั่งยาวไปจนถึง Tanah Merah แล้วเปลี่ยนรถไป Changi สะดวกที่สุด ใช้เวลาเดินทางราว 30 นาทีเท่านั้น ระบบการขนส่งมวลชนของที่นี่น่านับถือมาก เมื่อเดินเข้าสู่สนามบิน terminal2 ผมก็ไปขึ้น shuttle bus ไปยัง budget terminal และเข้าไป check in ที่นี่เองหลังจากที่ได้รับ boarding pass มาก็เหลือบเห็นคนรู้จักหัวไหล่แทบจะชนกันแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                สวัสดีครับอาจารย์วาริชา ตื่นเต้นปนดีใจครับ เจออาจารย์ที่รักอีกท่านที่นี่ ว่าแล้วก็ขอที่นั่งใกล้กับซะเลย ได้ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเล็กน้อยก็ทราบว่า อาจารย์มาประชุมและพักที่โรงแรมแถวๆ Suntec ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ที่อาคารผู้โดยสารขาออกของที่นี่ก็คล้ายกับขาเข้า (ที่แยกออกไปอีกอาคารหนึ่ง) การจัดการเรื่องการเดินทาง การผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองก็ง่ายมากๆ อาจารย์เอาน้ำมาด้วย 2 ขวด 1 เป๊บซี่ ซึ่งไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ผมเลยได้กินกระป๋องนั้นเป็นลาภปากไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เวลาบ่าย 2.25 น.ตามเวลาประเทศไทย ผมก็ได้เหยียบดินของไทยอีกครั้ง (เป็นครั้งที่สามตั้งแต่จากไป ฮา) ต้องผ่าตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง รอนานมากจริงๆ ไม่รู้ว่าระบบคอมพิวเตอร์บ้านเรามันต่างจากบ้านเพื่อนตรงไหน แถมอ.วาริชาเจอคนแซงหน้าไป 3 คน เลยเลือดขึ้นหน้า เรียกผมซึ่งอยู่อีกแถวหนึ่ง แป๊ะ ไหนเธอว่าคนสิงคโปร์นิสัยดีมีระเบียบไง นี่ชั้นโดนมันแซงไปตั้ง 3 คน เธอจะให้ชั้นด่าเลยดีมั้ย แหมทานครับ เสียงดังออกอย่างนั้น ไอ้คนข้างหน้ามันก็รู้แล้วล่ะครับ แต่เขาก็ยังคงยืนต่อไป ก็เจ้าหน้าที่ของเราไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แถมบางครั้งยังส่งเสริมการแซงคิวอีกต่างหาก จำได้ว่าเมื่อครั้งกลับบ้านครั้งที่สอง ผ่านมาทางด่านสะเดา ขณะที่ถึงคิวผมนั้น ก็มีรถตู้ขับเข้ามา ยื่น passport 10 ฉบับผ่านหน้าผมไป คุณเจ้าหน้าที่ก็ทำให้เฉยครับ แต่ผมด่าคนไม่เป็น
               
รายนี้ สงสัยว่าคนสิงคโปร์ที่ยืนต่อหลังผมเขาเข้าใจ จึงเรียกให้อาจารย์วาริชามายืนหน้าเขา ซึ่งก็คือหลังผมนี่เองครับ เดือดปุดๆ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมว่า จริงๆแล้วไม่ว่าใครก็อยากแหกกฎกันทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่ที่บ้านเขาทำไม่ได้ ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม รถไม่ฝ่าไฟแดง คนยืนต่อแถว (ยกเว้นเวลาขึ้นรถนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถบัส รถไฟฟ้า พี่แกแย่งกันขึ้นครับ แถมไม่มีการลุกให้คนแก่นั่งหรอก) แต่ที่บ้านเราไมมีใครสนใจ โดยเฉพาะพวกเจ้าหน้าที่ต่างๆ นี่แหละครับบ้านเรา ฉะนั้นเวลาอยู่หาดใหญ่ พวกนักท่องเที่ยวจะทำอะไรก็ได้ครับ เก็บกดมานานก็มาปล่อยที่บ้านเรา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ภรรยากับลูกสาวทั้งสองมารับครับ เหมือนเดิมก็คือ กรี๊ดกันสนั่นรถ เจ้าจ้าเลยต้องออกจาก car seat มานั่งตักพ่อ กลับบ้านคราวนี้สองสาวเป็นหวัดยังไม่หาย ตัวเล็กที่ว่าผอมแล้วก็ซูบลงไปอีก ที่บ้านผมวันนี้ แม่มาผลัดเปลี่ยนกับแม่ยายครับ คุณแม่ยายกลับปากพนังตอนเช้า น้องสาวกับน้าผมขับรถมาส่งแม่ กะว่าจะอยู่นาน 2 สัปดาห์ แม่ทำแกงส้มหน่อไม้ หมูเค็ม ปลาทอด และเอาผักมากระบุงโกย มื้อเที่ยงผมเลยพุงแทบแตก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้กลับมาสิงคโปร์ คุณแป้งไม่ยอมมาส่งที่สนามบิน เพราะว่าจะดู TV champion ผมว่าก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่มีเวลามานั่งเศร้าเมื่อผมเขาสนามบิน คุณจ้ามากับแม่ เกือบร้องไห้แต่อารามง่วงมากกว่า จึงดูดนมแล้วแม่เธอก็ออกรถไป