ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง
The Influencing Factors of Passing the Nursing License Examination of Graduated Nurses Phra-Pok-Klao Nursing College, Chanthaburi
โสภา    ลี้ศิริวัฒนกุล, พยม. (การบริหารการพยาบาล)  *
ราตรี  อร่ามศิลป์, พยม. (การพยาบาลครอบครัว) **
ชวนชม  พืชพันธ์ไพศาล, พยม. (การพยาบาลผู้สูงอายุ) ***
คนึงนิตย์  พงษ์สิทธิถาวร, พยม. (การพยาบาลครอบครัว) ****

 บทคัดย่อ
 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ครั้งที่ 1/2549 ประชากรที่ทำการศึกษาคือผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 38 และหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง) รุ่นที่ 15 ในปีการศึกษา 2548 จำนวน 159 คน ของวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนฯ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาความสัมพันธ์โดยใช้สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเสปียร์แมน และการวิเคราะห์การถดถอย โลจิสติก
 ผลการวิจัยพบว่า
1.  ผลการสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนฯ ของผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มีผู้สอบผ่านทุกวิชา คิดเป็นร้อยละ 42.25  หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต(ต่อเนื่อง) มีผู้สอบผ่านทุกวิชา คิดเป็นร้อยละ 59.09 และ รวมทั้ง 2 หลักสูตรมีผู้สอบผ่านทุกวิชา คิดเป็นร้อยละ 51.57
2.  เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรของผู้สำเร็จการศึกษาทั้ง 2 หลักสูตร มีความสัมพันธ์กับผลการสอบผ่านการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียน ฯ อย่างไรก็ตาม ในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่มีความสัมพันธ์กับผลการสอบผ่านการสอบวัดความรู้เพื่อ
ขอขึ้นทะเบียนฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต(ต่อเนื่อง) พบว่าเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร มีความสัมพันธ์กับ
ผลการสอบผ่านการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียน ฯ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ทำนายได้ว่าผู้สำเร็จการศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรสูง(3.00 ขึ้นไป) มีโอกาสสอบผ่านการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียน ฯ ทุกวิชา เพิ่มขึ้น17.26 เท่า
3.  ตัวแปรต้น คือ ผลการเรียนเฉลี่ยขณะศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตของวิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ และวิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวช  มีความสัมพันธ์กับผลการสอบวัดความรู้ฯ ในวิชาการผดุงครรภ์และวิชาการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .001 และ .05 ตามลำดับ
สรุป ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลการสอบวัดความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง ครั้งที่ 1/2549 คือ เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร